«
»


ไม่ใส่ไส้

Posted by zcongklod on Feb 13, 2008

งานออกแบบชั้นยอดสามารถเปลี่ยนแปลงโลกและคนได้
นี่คือกฏของการออกแบบข้อแรกจากทั้งหมด 5 ข้อของเซอร์ ไมเคิล บิชาร์ด (Sir Michael Bichard)
 
โดยส่วนตัวแล้ว ผมไม่ได้ชำนิชำนาญเรื่องราวในวงการออกแบบเท่าใดนัก
ผมเป็นแค่คนนอกที่ชะเง้อคอดูอยู่ห่างๆ
แต่หากถูกจับเข้าไปคลุกวงใน
ผมก็มักจะสนใจงานออกแบบประเภทที่ตอบโจทย์ทางสังคมมากกว่าแนวอื่น
ไม่ได้อิ่มอุดมการณ์อะไรหรอกครับ
ผมแค่รู้สึกว่า คนส่วนใหญ่มักจะมองการออกแบบกับการดูแลโลกว่าไม่น่าจะไปด้วยกันได้

งานดีไซน์ที่ยิ่งเฉียบแค่ไหน มันก็ยิ่งถูกผลักไสให้ไปอยู่กับพันธมิตรชาวบริโภคนิยมไกลขึ้นเท่านั้น
อะไรก็ตามในโลกนี้ที่ใส่คำว่า ‘ทางเลือก’ ลงไป
รับรองว่าถูกจับไปยัดอยู่ในหมู่ผู้ปรารถนาดีต่อโลกได้ไม่ยาก
แต่ไม่ใช่กับงานออกแบบผลิตภัณฑ์
สิ่งประดิษฐ์ผลิตภัณฑ์ที่ ‘คิดต่าง’ ซึ่งมักจะมากับดีไซน์ที่เฉียบ และความตั้งใจจะเจาะตลาดเฉพาะกลุ่ม
ไม่ค่อยจะถูกชาวกรีนยอมรับเข้ากลุ่มง่ายเหมือนสินค้าประเภทอื่น
บ้างก็มองที่ราคา
โดยลืมมองว่า สินค้าเพื่อสิ่งแวดล้อม ไม่เห็นมีอะไรราคาถูกสักอย่าง
 
งานออกแบบมันเป็นศาสตร์ครับ
เป็นเครื่องมือที่เราสามารถหยิบไปใช้สร้างหรือซ่อมอะไรก็ได้
ถ้าการออกแบบมันทำให้การเกิดการใช้ทรัพยากรอย่างฟุ่มเฟือย (พวกบรรจุภัณฑ์นี่ตัวดีเลย)
การออกแบบก็สามารถทำให้เกิดการประหยัดทรัพยากรได้
(เพิ่งประกาศกันไปครับสำหรับ 5 บรรจุภัณฑ์ยอดเยี่ยมที่สามารถนำกลับมาใช้ได้
เช่น กล่องใส่ทีวีที่นำมาพับเป็นขาตั้งทีวี เป็นส่วนหนึ่งของผลิตภัณฑ์ โดยไม่ต้องกลายเป็นขยะ)  
ขึ้นกับว่าเราจะตั้งโจทย์ของการออกแบบชิ้นนั้นไว้อย่างไร

ผมเพิ่งแวะไปเยี่ยมเว็บไซต์ร้านค้าสินค้าออนไลน์เพื่อสิ่งแวดล้อมนาม
Nigel’s Eco Store ที่ www.nigelsecostore.com มาครับ
ในช่วงเดือนที่ผ่านมาเว็บแห่งนี้คงหัวบันไดแทบไม่แห้ง
เพราะหลังจาก yahoo.com ประกาศให้เป็น
หนึ่งในเว็บไซต์มีสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ๆ ที่น่าสนใจที่สุดในรอบปี
ชื่อของเว็บนี้ก็ปรากฏในสื่อสาธารณะเยอะเหลือเกิน

เว็บนี้ก่อตั้งโดยนายไนเจลเมื่อปี 2548
เพราะเขาต้องการรวบรวมสินค้าเพื่อโลกทั้งหลายเอามาขายรวมกัน
โดยเน้นไปที่สินค้าประหยัดพลังงาน ใช้วัสดุที่นำมากลับมาใช้ใหม่
ไม่ก่อมลภาวะ หรือเป็นสินค้าออแกนิก
และเมื่อเปรียบเทียบกับสินค้าประเภทเดียวกันที่เราใช้กันอยู่ทุกวัน มันต้องดีกว่า
ผมว่าข้อหลังนี่สำคัญมากนะครับ
เพราะมันจะเป็นเหตุผลให้คนหันมาใช้สินค้าเพื่อสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ไม่ใช่ใช้เพราะเป็นแฟชั่น
 
สินค้าในเว็บนี้มีที่เตะตาผมอยู่ 2 ชิ้น
ชิ้นแรก คือ ถ่านไฟฉายพลังน้ำ หลักการเดียวกับแบตเตอรี่รถยนต์เป๊ะ
เมื่อเปลี่ยนมาใช้น้ำ มันก็เลยหมดปัญหาเรื่องโลหะหนักในถ่านไฟฉาย 
เป็นการคิดนอกกรอบดีนะครับ
ในขณะที่คนจำนวนมากกำลังสนุกกับการสร้างผลิตภัณฑ์ที่ใช้พลังงานแสงอาทิตย์ (ซึ่งเป็นทางออกที่ดี)
แต่บริษัทเขากลับมองอีกแบบว่า
แล้วผลิตภัณฑ์ใส่ถ่านที่เราใช้กันอยู่ทุกวันนี้ล่ะ จะปรับปรุงมันยังไง
สุดท้ายก็เลยมาจบที่ การพลิกมาออกแบบถ่านไฟฉายพลังน้ำ  

อีกตัวเป็นสินค้า (ซึ่งน่าเรียกว่าสิ่งประดิษฐ์มากกว่า) ที่ผมชอบที่สุดในรอบหลายปีนี้เลย
มันมีชื่อว่า EcoStapler หรือ ที่เย็บกระดาษเพื่อโลก
ไม่ใช่แค่เว็บนี้เว็บเดียวนะครับที่ดันเจ้านี้ขึ้นแท่นพระเอก
เว็บไซต์ขายสินค้าเพื่อสิ่งแวดล้อมอื่นๆ ไปจนถึงเว็บไซต์รวมงานโปรดักต์ดีไซน์เด็ดๆ
ต่างพร้อมใจกันปรบมือให้ EcoStapler อย่างกึกก้อง

มันเป็นที่เย็บกระดาษที่ไม่รู้ว่าตีลังกาคิดอีท่าไหน ถึงได้ไอเดียนี้มา
พอพูดถึงที่เย็บกระดาษ
เราก็นึกถึงการยึดกระดาษเข้าด้วยกันด้วยลวดเย็บกระดาษ
โดยมีที่เย็บกระดาษเป็นเครื่องมือ
หรือถ้าจะพูดภาษาชาวบ้านก็ต้องบอกว่า
มันคือการแม็กซ์กระดาษเข้าด้วยกันด้วยไส้แม็กซ์ โดยมีแม็กซ์เป็นอุปกรณ์ช่วย

EcoStapler เป็นแม็กซ์ที่ไม่ใช้ไส้แม็กซ์!
อุปกรณ์สำนักงานราคา 325 บาทชิ้นนี้สามารถยึดกระดาษความหนาไม่เกิน 3 แผ่นเข้าด้วยกัน
โดยวิธีการตัดและพับแบบพิเศษ
ใช้งานแบบเดียวกับแม็กซ์ทั่วไปทุกประการ คือกดทีเดียวอยู่

แล้วทำไมแม็กซ์ที่ไม่ใช้ไส้แม็กซ์มันถึงควรถูกเชิดชูขนาดนั้น
นั่นน่ะสิครับ ผมก็สงสัยอยู่เหมือนกันว่า
มันจะช่วยดูแลโลกได้แค่ไหน เพราะแม็กซ์แบบธรรมดาก็ไม่เห็นจะพ่นมลพิษใส่โลกสักเท่าไหร่

 แม็กซ์แบบธรรมดาไม่เคยมีปัญหาครับ
จนกระทั่งเกิดแม็กซ์แบบใหม่ขึ้นมานี่แหละ เราถึงรู้ว่ามันมีข้อเสียยังไง
มีการคำนวณกันออกมาว่า ถ้าทุกคนในสำนักงานในประเทศอังกฤษ
ลดการใช้แม็กซ์ลงแค่คนละกรึ๊บต่อวัน เราจะประหยัดเหล็กไปได้ปีละ 72 ตัน
แล้วถ้าเราไม่ใช้ไส้แม็กซ์เลยล่ะ
แล้วถ้าทุกประเทศในโลกเป็นแบบนี้ล่ะ

ผมชอบงานออกแบบเพื่อสังคมก็ตรงนี้แหละครับ
น่าเสียดายที่มันเป็นสิ่งที่คนจำนวนมากมองว่ามีราคา
ทราบไหมครับกฎการออกแบบข้อสองของเซอร์ ไมเคิล บิชาร์ด เขาว่าไว้ว่าอะไร

ถ้าคุณคิดว่างานออกแบบที่ดีมีราคาแพง
คุณควรจะมองถึงต้นทุนที่แท้จริงที่เกิดจากงานออกแบบที่แย่
 

21 Comments »

แต่ถ้าเข้าใจกันในฐานะที่ว่า เย็บกระดาษสองสามแผ่น ไม่ต้องใช้ตัว staples อีกเลย สามร้อยน่าจะนับว่าคุ้มได้นะคะ…

February 14th, 2008 | 12:05 am
fina:

เอาบทความvalentine มาลงเถอะนะคะ อยากอ่านจัง : )

February 14th, 2008 | 1:29 am

มันไม่ใช่แค่เรื่องราคาน่ะสิคะ

ปัญหามันเกิดตรงข้อจำกัด …
ถ้าได้แค่สองสามแผ่น ต่อให้ราคาถูกกว่านี้ สินค้าชิ้นนี้ก็ยังไม่เกิด

ว่าแต่ .. ชักสนใจ และอยากทดลองใช้เครื่องมือชิ้นนี้เข้าให้แล้วสิ

February 14th, 2008 | 1:28 pm
เออร์ท:

เข้าเว็บไปดูดันสนใจกางเกงในecoแทนซะนี่ ฮ่าๆๆๆ อ่ะ กลับมาๆ

งานที่ทำอยู่ได้หาสินค้าที่เป็นมิตรสิ่งแวดล้อมพอดี เลยไม่ต้องเตรียมตัวมาก เพราะได้ความรู้จากเว็บพี่ก้องมาเพียบ (ถ้ามีโอกาสจะหาวิธีตอบแทนคุณ ฮ่าๆๆ)แต่เมืองไทยเรานี่หาผลิตภัณฑ์และหน่วยงานที่สนในเรื่องนี้จริงๆได้น้อยเหลื
อเกิน พอพูดถึงเรื่องช่วยลดโลกร้อน คนมักนึกถึงถุงผ้า แถมยังต้องถุงผ้า habitat เท่านั้นอีก …ก็ไม่เข้าใจว่าจะช่วยโลกทั้งที ทำไมต้องใช้ของแพง….

เท่าที่หามาได้มีสมุดรีไซเคิลของมูจิ ผลิตภัณฑ์รีฟิลทั้งหลาย และดินสอรีไซเคิลที่ทำจากกระดาษนสพ.ของ Loft…ที่ยังพอดูดีกว่าถุงผ้า ไม่โหลเท่าไหร่

จริงๆแล้วเห็นด้วยว่า…….แทนที่จะซื้อของecoตามเทรนด์ สู้ใช้ของที่มีให้คุ้มค่าที่สุด ไม่ใช่ทิ้งไปเพียงเพราะแค่อยากได้ใหม่ ใช้มันอย่างรู้คุณค่าและลดละเลิกการใช้ของที่เปลืองพลังงานและเป็นภาระแก่โลก น่าจะดีกว่า …ไม่ยากด้วยค่ะ

ปล. ไม่รู้ยังไง…เลยตอบแทนด้วยการแนะนำหนังสือ ต้นไม้ใต้โลก ไปค่ะ 555

February 14th, 2008 | 4:19 pm
Shau_Leuw_Hiang:

อ่านเรื่องนี้ครั้งแรกแล้วนึกถึงเรื่อง พับ-ผ่าสิ ขึ้นมาได้ไงก็ไม่ทราบค่ะ :P

ยกมือสนับสนุนคุณเออร์ทเรื่องใช้ของให้คุ้มดีกว่าใช้ของสีเขียวตามกระแสค่ะ : )

February 14th, 2008 | 6:40 pm

อยากเห็นวิธีการเย็บจังครับ ในนั้นไม่เห็นอธิบายไว้เลย หรือจะเป็นลิขสิทธิ์วิธีด้วยรึเปล่าก็ไม่รู้ แต่ก็น่าสนใจดีครับ

ทีละน้อย ดีกว่า ไม่เริ่มเลย :]

February 14th, 2008 | 8:20 pm

นั่นสิคะ วิธีเย็บมันทำไงอ่ะ อยากรู้มากๆเลย ช่างครีเอทจริงๆ คิดได้ไงเนี่ย

แล้วถ่านไฟฉายพลังน้ำนี่มันได้พลังงานอีท่าไหนเนี่ย โอ้วววว ช่างเก่งล้ำเลิศจริงๆ

February 14th, 2008 | 8:23 pm

fina บทความเรื่องวาเลนไทน์เนี่ย รอให้ผ่านช่วงนี้ไปก่อนแล้วกันนะ ถ้าวันไหนจิตใจเข้มแข็งจะเอามาลงให้อ่านนะครับ

เรื่องใช้ของให้คุ้มค่านี่เห็นด้วยกับเออร์ทอย่างแรงครับ

นายหมูตุ้ยครับ วิธีการเย็บนี่ผมก็ไม่รู้เหมือนกันเพราะเขาไม่ได้บอกไว้ ถึงบอกก็ไม่น่าจะนึกภาพออก สงสัยต้องสั่งมาใช้แล้วล่ะมั้งครับ : )

February 14th, 2008 | 9:40 pm
หนูตาล:

ที่แท้ก็

ม่าย ย..
มี ..
ไส้..

นี่เอง..
คิดถึงโฆษณาขนมเลย 555
(ไม่เกี่ยว..)

ตาลว่าก็เพราะบรรจุภัณฑ์สวยๆช่างล่อตาล่อใจลูกค้าดีนักแล
เค้าก็เลยต้องลงทุนกันมากโข เพื่อให้ดึงลูกค้า
ทรัพยากรทรัพยาเกินก็คงเห็นเป็นเรื่องเล็กน้อยแล้ว

น่าเศร้าจริง

February 14th, 2008 | 9:56 pm
หนูตาล:

พี่ก้องคะ
นาฬิกาในบล็อคพี่ช้าไปประมาณ 25 นาที รึป่าวคะ
O_o

February 14th, 2008 | 9:57 pm
เติ้ล:

หวัดดีค่ะพี่… ไม่ได้เข้ามานานมากๆๆๆๆๆๆๆ ปรากฏว่า ‘พลาด’ อะไรไปเยอะเลยแฮะ – -”

บังเอิญว่ากำลังพัวพันอยู่กับเรื่อง ‘ออร์แกนิก’ เหมือนกัน
แต่เป็นอาหาร (สรุปว่าคนละเรื่อง) เลยรู้ว่าพวกอาหารออร์แกนิกทั่วโลกเนี่ย
มันก็มีบางทีไม่ 100% แล้วก็ผ่านมาตรฐานแบบแปลกๆ แอบแฝงอยู่
เขาว่ากันว่า… อาหารที่ออร์แกนิก เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมจริงๆ ออสเตรเลียมาเป็นอันดับหนึ่งเลยแฮะ

พัวพันไปมาเลยเข้าใจแจ่มแจ้งว่า อาหารที่เรากินทุกวันนี้ถ้ามองดีๆ มันก็ทำลายสิ่งแวดล้อมอยู่เกือบ 100% เลยทีเดียว
- -”

สรุปว่าเกี่ยวอะไรกะเจ้าแมกที่พี่เขียนถึงเนี่ย … เอาเป็นว่าเกี่ยวตรงสินค้าออร์แกนิกละกันนะพี่ :D

February 14th, 2008 | 11:42 pm
WaN:

อยากรู้จังว่าที่เย็บกระดาษแบบไม่มีไส้เนี่ย
เค้าคิดได้ไงน้า

February 15th, 2008 | 3:11 pm

เจอแล้วครับวิธีใช้เจ้า EcoStapler ไปเจอมาจากเว็บนี้ครับ
http://www.blujay.com/item/EcoStapler-Stapleless-Stapler-4080000-1728828
อยากจะแปลให้เหมือนกันครับ เพราะรู้ตัวว่าภาษาอังกฤษของผมเองค่อนข้างแข็งแรง แต่เกรงว่าจะแข็งแรงจนสามารถแปลข้อความเหล่านั้นให้กลายเป็นวิธีใช้อะไรก็ไม่รู้ไปเสีย ก็เลยทำลิงค์ไปดีกว่า :D แหะ แหะ

อืมมม…ที่แท้มันก็ไม่ได้มีกรรมวิธีที่ซับซ้อนอะไรเลย แค่ใช้หลักการ เจาะนำ-พับตาม เหมือนแม๊กซ์ที่เราใช้กันอยู่ทุกวี่วันนี่เอง เพียงแต่แทนที่จะใช้ลวดเย็บเพื่อพับยึดเหมือนเดิม ก็เปลี่ยนมาใช้หลักการพึ่งพาตัวเองของเจ้ากระดาษนั่นแหละให้พับยึดกันไว้เอง เจ๋งดีครับ

แต่ดูจากรูปในลิงค์นั่นแล้วก็แอบคิดนะครับว่า กระดาษเอกสารของเราคงเป็นรูเป็นรอยไม่สวยเหมือนเย็บด้วยแม๊กซ์ธรรมดาแน่ๆ แต่พอคิดไปคิดมามันก็ย้อนกลับไปที่ความตั้งใจของคนที่ประดิษฐ์เจ้า EcoStapler นี้ขึ้นมานั่นแหละ ก็ในเมื่อการเย็บด้วยแม๊กซ์มันก็ทิ้งรอยไว้2รูเหมือนกัน แต่กลับต้องใช้เหล็กปีละหลายสิบตัน สู้เสียสละกระดาษในมุมเล็กๆมุมนึงของแผ่นให้เป็นรูเป็นรอยเพิ่มขึ้นนิดหน่อย เพื่อแลกกับการที่จะไม่ต้องสูญเสียเหล็กจำนวนมากมายเหล่านั้น ผมว่ามัน(โคตร)คุ้มเลยล่ะ

หรือเจ้าสิ่งประดิษฐ์ที่ชื่อ EcoStapler ต้องการบอกพวกเราว่า หัด’พึ่งพาตัวเอง’ซะบ้าง หรือไม่ก็’เสียสละ’หน่อยก็ดีเหมือนกันนะมนุษย์เอ๋ย…

นี่ผมคิดมากไปป่าวครับเนี่ย :]

February 15th, 2008 | 10:36 pm

หนูตาล พี่ก็ไม่แน่ใจเรื่องนาฬิกาเหมือนกันนะ

เติ้ล จะเอาไปเขียนเล่มเดือนไหนหว่า จะได้ตามไปอ่านบ้าง จริงๆ แล้ว way เนี่ยเจ้าพ่อด้านข่าวสารออแกนิกเลย มีลงเกือบทุกฉบับ

ขอบคุณครับหมูตุ้ยที่อุตส่าห์ไปค้นข้อมูลมาให้ หายสงสัยซะที

February 17th, 2008 | 9:03 pm
s_whale:

ถึงจะแย็บได้แค่ 3 แผ่น แต่ก็เป็นการลดการใช้กระดาษไปในตัว เพราะถ้าเราใช้เม๊กซ์นี้ เราก็ต้องย่อความลง ให้ได้อยู่ใน 3แผ่น ดีๆ ค่ะชอบ จะได้ไม่ต้องอ่านเยอะ บางทีจะได้เนื้อหาเต็มๆ น้ำๆจะได้ลดไปมั้ง…. ดีไหมค่ะพี่ก้อง…

February 18th, 2008 | 9:38 am
apotastucu:

ท่าทางพี่ก้องคงต้องสั่งมาใช้แล้วหล่ะค่ะ ^^
++อ่านแล้วยังนึกไม่ออกเลย++
ใช้แล้วมาอธิบายต่อ…55

February 20th, 2008 | 12:33 pm
pinnuch:

ตื่นเต้นจัง

May 31st, 2008 | 3:23 am
MERRY:

แล้วเดี๋ยวนี้เค้ามีการนำลวดเย็บกระดาษกลับมารีไซเคิลได้ไหม
อย่างกระป๋องโค๊กยังเอามาทำขาเทียมได้เลย
เพราะตอนนี้เริ่มสะสมลวดเย็บกระดาษที่เค้าชอบเย็บซ้ำๆย้ำๆกัน
เห็นแล้วขัดตา ขัดใจ รู้สึกสิ้นเปลืองมากเลยค่ะลองหารายละเอียดแล้วแต่ไม่เจอ
ถ้าพี่ก้องมีข้อมูลฝากแนะนำได้ไหมคะ
ปล.จากแฟนหนังสือ (โดยเฉพาะต้นไม้ใต้โลก และ หน่อไม้ ค่ะ ^^)

October 18th, 2008 | 3:19 pm

เพราะตอนนี้เริ่มสะสมลวดเย็บกระดาษที่เค้าชอบเย็บซ้ำๆย้ำๆกัน
เห็นแล้วขัดตา ขัดใจ รู้สึกสิ้นเปลืองมากเลยค่ะลองหารายละเอียดแล้วแต่ไม่เจอ
ถ้าพี่ก้องมีข้อมูลฝากแนะนำได้ไหมคะ…Thanks.

November 9th, 2009 | 11:22 am

[...] ในหนังสือดอกไม้ใต้โลก ของคุณก้อง ทรงกลด ก็เกิดความสงสัยว่ามันทำงานอย่างไร [...]

July 3rd, 2010 | 8:23 pm
Zal77:

เพิ่งได้อ่านดอกไม้ใต้โลก (ยังไม่จบด้วย) ประทับใจ ต้องค่อยๆละเลียดอ่าน อิอิ อยากได้Eco Staplerอะค่ะ แต่ว่าหาร้านในไทยที่มีขายไม่ได้เลยอะ >____<

August 25th, 2010 | 9:59 am
Leave a Reply

Comment

*
To prove you're a person (not a spam script), type the security word shown in the picture. Click on the picture to hear an audio file of the word.
Click to hear an audio file of the anti-spam word