«
»


ต้นไม้ดัดคน

Posted by zcongklod on Oct 2, 2008

ไม่รู้ผมรู้สึกไปเองหรือเปล่าว่า
หลังจากที่เราปักเป้าหมายของชีวิตเอาไว้ที่ความสำเร็จในเชิงชื่อเสียงเงินทอง
ลาภยศสรรเสริญ มาได้หลายทศวรรษ
ตอนนี้แนวโน้มของมันเหมือนจะค่อยๆ ตีกลับ
การครอบครองคลังสมบัติและอาณาจักรอาจจะไม่ได้หมายถึงการครอบครองความสุข
คนในเมืองใหญ่จำนวนมากเลยเริ่มพาตัวเองเข้าสู่ธรรมะ และธรรมชาติ
กิจกรรมผ่อนคลายในทำนองบำบัดจิต ทำตัวทำใจให้ใกล้ชิดโลก และความเป็นจริงของโลก
กลายเป็นทางเลือกที่ได้รับความนิยมขึ้นเรื่อยๆ
หลายไลฟ์สไตล์ล้วนค่อยๆ ปรับตัวออกห่างจากวัตถุเข้าสู่ความเป็นมนุษย์และธรรมชาติ
แม้จะไม่ใช่ทั้งหมด แต่ก็หนาตาพอจะทำให้เรารับรู้ถึงทิศทางที่เอียงเอนไปได้

โยคะก็เป็นกิจกรรมหนึ่งที่จัดได้ว่าอยู่ในหมวดนี้
แม้ว่าโยคะจะเป็นกิจกรรมการออกกำลังกายที่ความเรียบง่าย
และไม่เหยีบบย่ำโลกอย่างหนักเท้า
แต่ถึงอย่างนั้น ก็ยังมีการขยับปรับปรุงโยคะให้เป็นมิตรใกล้ชิดกับธรรมชาติมากขึ้น

เท่าที่เคยมีคนคิดทำกันมาในต่างแดนนั้นเห็นจะมีเรื่องของการนำแผ่นรองเล่นโยคะไปเล่นแร่แปรธาตุ
ไม่ให้แผ่น PVC นั้นกลายเป็นขยะสยองโลก
อีกแนวที่ต่างแดนเริ่มมีกันมากขึ้นก็คือ
การชวนกันไปเล่นโยคะท่ามกลางธรรมชาติ กลางทุ่ง ใกล้ต้นไม้ ในช่วงที่เกือบสิ้นแดด แต่ยังไม่สิ้นลม
บรรยากาศผ่อนคลายแบบนั้น ผมว่าน่าจะออกกำลังใจได้ดีแท้

แต่เรายังเข้าถึงธรรมชาติได้ใกล้กว่านั้นอีก
สองสามีภรรยา Hal Preussner and Debra Pruessner เลยคิดวิธีการเชื่อมโยงร่างกายกับเข้าโลกในขณะที่ปล่อยให้จิตลอยไปกับฟ้า
พวกเขาคิดวิธีการเล่นโยคะแบบใหม่แบบที่เรียกว่า Tree Yoga Multi-Sling (TYMS)
ด้วยการใช้ยางยืดยึดเหนี่ยวกิ่งก้านของต้นไม้ใหญ่
ให้ร่างกายของเราได้ล่องลอยอยู่ใต้ร่มไม้
ท่วงท่าของโยคะลอยฟ้านี้มีระดับความง่ายยากไม่ต่างจากโยคะบนพื้นราบ
และประโยชน์ที่ได้รับจากโยคะแบบพื้นราบนั้นยังคงอยู่อย่างครบถ้วน
ทั้ง การฝึกสมดุล การผ่อนคลาย ลดความเครียด
แถมยังบวกเข้ากับประโยชน์ในด้าน ความสดชื่นจากการใกล้ชิดธรรมชาติ การสูดออกซิเจนได้เต็มปอด
และนำเราย้อนกลับไปหาความรู้สึกแบบชีวิตในวัยที่สนุกสนานกับการปีนต้นไม้

หากอ่านแล้วรู้สึกสนใจ อยากชวนต้นไม้ท้ายบ้านออกมาเล่นโยคะด้วยกันบ้าง
ลองคลิกเข้าไปที่เว็บไซต์ www.treeyoga.org
ในนั้นมีคำแนะนำในการเล่นอยู่พอสมควร แถมยังมีลิงค์ให้ดูคลิปวิธีเล่นด้วย
เรียกว่า ในท่าที่ไม่ยากมากนั้นน่าจะพอเล่นตามได้
หรือถ้ายังดูไม่หนำใจ ก็สามารถสั่งซื้อดีวีดีสอนเล่นมาหัดกันแบบเป็นเรื่องเป็นราวได้

ตอนนี้แนวคิดของ TreeYoga ได้แพร่กระจายจากสหรัฐอเมริกาไปในหลายประเทศ
เช่น เยอรมนี สวิตเซอร์แลนด์ โปแลนด์ ออสเตรีย สหราชอาณาจักร เบลเยี่ยม
กรีซ ซิมบัมเว อัฟริกาใต้ ฮาวาย แคนาดา และเม็กซิโก

แค่ได้เห็นรูปการเล่นโยคะใต้ต้นไม้ ผมก็รู้สึกได้ถึงความสบาย
มันน่าจะเป็นความสบายในโหมดเดียวกับการแกว่งชิงช้า
หรือการปีนต้นไม้ การสร้างบ้านบนต้นไม้

ต้นไม้คล้ายจะเป็นสิ่งแปลกประหลาดที่สร้างสุขให้เราได้เสมอ
ผมเชื่อเสมอว่า ต้นไม้มีไว้ใช้ ไม่ได้มีไว้เก็บ
การอนุรักษ์ป่าไม้คือการใช้อย่างเกิดประโยชน์สูงสุด
เราจะเห็นประโยชน์ของต้นไม้ได้ เมื่อเราได้ใช้ประโยชน์จากมัน

ถ้ายังไม่รักต้นไม้ ลองแขวนตัวเองให้ล่องลอยในท่าโยคะอยู่ใต้ต้นไม้ดูสิครับ
เผื่อจะเปลี่ยนใจ

14 Comments »

WaN:

เป็นวิธีใกล้ชิดกับธรรมชาติแบบโลนโผนดีจริงๆ

October 2nd, 2008 | 9:35 pm
Lonely i Ped:

ไม่ต้องโลดโผนขนาดนั้นก็รักต้นไม้อยู่แล้วค่ะ
ที่ท้ายบ้านไม่มีต้นไม้ให้ขึ้นไปห้อยอยู่ได้ง่ะ
แล้วพี่ก้องลองเล่นยังคะ

October 2nd, 2008 | 9:51 pm

เอาแค่เล่นโยคะบนพื้น ใต้ต้นไม้แล้วกันนะคะ

กลัวกิ่งหัก TT TT

October 2nd, 2008 | 11:54 pm
nali:

เป็นเราละก็ ต้องพิการแน่ เพราะแค่โยคะบนพื้น บางท่ายังล้มไม่เป็นท่า แต่รู้สึกว่าจะเหมาะกับเพื่อนบางคนที่ไม่ชอบโยคะ เพราะติว่ามันนิ่งไป แบบนี้น่าจะต้องโฉลกกับวิสัยเพื่อนแน่ แลดูเร้าใจดี

October 3rd, 2008 | 1:56 am
ปอนด์:

อาจจะต้องใช้ทักษะส่วนตัวสูงมากเลย…..

October 3rd, 2008 | 9:06 am
Earth:

ย้อนกลับไปอ่านโพสต์เก่าๆที่ตัวเองตกไป(งานสุมหัวเลยไม่ได้เข้ามาอัพเดทค่ะ) ชอบใจมากๆอยู่ 2 อันค่ะ คือ ธรรมชาติวาดรูป กับ ทหารหายไป

โดยส่วนตัวคิดว่า การรณรงค์ให้คนหันมาสนใจธรรมชาติ+สิ่งแวดล้อมที่ทำกันมานานนั้น จะให้ได้ผลอย่างใจคงยาก จะวัดด้วยตัวเลขว่ามีการเปลี่ยนแปลงมากแค่ไหนก็ยิ่งยากและอาจยิ่งทำให้คนทำงานด้านสิ่งแวดล้อมท้อใจเลยก็ได้ ก็เหมือนกับวงการการศึกษาน่ะค่ะ ปฏิวัติการศึกษามานานเป็นร้อยปีทำไมเหมือนยิ่งถอยหลัง

เออร์ทมองในแง่ดีว่า คนที่สนใจทำก็มี ประเทศที่รณรงค์เรื่องสิ่งแวดล้อมก็มี ประเทศที่ทำลายก็มี ส่วนประเทศที่ปลูกต้นไม้กลับคืนก็มี แม้ในไทยเอง เราก็ยังมีนักสิ่งแวดล้อมหลายคนที่ทำในสิ่งที่ตัวเองเชื่อมั่น ไม่ได้มีแต่คนทำลาย (อย่างพี่ก้องที่ทำให้หลายๆคนสนใจเรื่องสิ่งแวดล้อมมากขึ้น)

ตามกฎการเปลี่ยนแปลง เวลาที่โลกเอนไปด้านใดด้านหนึ่งมันเหวี่ยงตัวเองกลับไปด้านตรงข้ามอย่างสุดขั้วเพื่อรักษาสมดุล อย่างเราผ่านยุคปฏิวัติอุตสาหกรรมมา ตอนนี้ก็ถึงยุคกลับคืนสู่ธรรมชาติแล้ว เออร์ทเชื่อว่า โลกนี้รักษาสมดุลของตัวมันเองได้มากกว่าที่มนุษย์ตัวเล็กๆอย่างเราจะนึกถึง

ส่วนใหญ่คนมักคิดว่ามนุษย์คือผู้ครองโลก เราเป็นเจ้าของทรัพยากรบนโลกนี้ แต่จริงๆแล้วเราเป็นแค่มวล สสาร อีกแค่อย่างหนึ่งบนโลกนี้เท่านั้น ไม่มีอะไรยิ่งใหญ่กว่าธรรมชาติ ตอนดูเรือ่ง The Happening ทำให้คิดอย่างนี้ขึ้นมา(ทั้งๆที่ตอนดูคิดว่าหนังอะไรฟระ ห่วยจริงๆ)

แฮะๆ เขียนมาซะยาว เพราะแอบรู้สึกผิดที่หายไปนาน ดีใจที่มีหนังสือน่าอ่านออกมาอีก 2 เล่มแน่ะ จู้ฮุกกรูมาก (แต่เพิ่งอ่าน หน่อไม้ จบเองค่ะ) รออ่านเรื่องต่อไปนะคะ

October 3rd, 2008 | 12:23 pm
pa:

กิจกรรมนี้คงต้องขอผ่านน่ะค่ะ..แค่โยคะปกติยังเอาตัวไม่ค่อยรอดเลย -_-” และแอบกลัวว่าจะกลายเป็นผู้ทำลายต้นไม้โดยไม่ได้ตั้งใจ
ไปร้านหนังสือมาเห็น “เมฆ – หมอก” ของพี่ก้องแล้ว (ดีใจ ๆๆ)..แต่ขอไปซื้อทีเดียวที่งานหนังสือละกันนะคะ ;p

October 3rd, 2008 | 1:11 pm

เอาเป็นแค่ปีนต้นไม้เล่นก็พอแล้วมั้งครับ

อิอิ

:)

ปล.เห็น”เมฆ”กะ”หมอก”แล้วเหมือนกัน แต่เด่วไปขนทีเดียวงานหนังสือดีกว่า ยังมีต้องซื้ออีกหลายเล่ม ^^

October 3rd, 2008 | 3:31 pm
Shau_Leuw_Hiang:

ถึงจะชอบลืมๆ กันไปเพราะความวุ่นวายและอะไรต่อมิอะไรในชีวิต แต่จริงๆ แล้ว ลึกๆ ในใจของเราก็ยังโหยหาธรรมชาติอยู่ดีเนอะ :)

ป.ล. รูปสุดท้ายเห็นแล้วนึกถึงหนังกำลังภายในเลยค่ะ

October 3rd, 2008 | 6:51 pm

เราว่าคนที่คิดได้ว่าการมีเงินเยอะขึ้นหรืออำนาจมากขึ้นมันไม่ได้แปรผันกับความสุขที่มากขึ้นยังน้อยอยู่นะคะ

เพราะกว่าจะทำงานมีเงินถึงตรงนั้นแล้วรู้ว่ามันไม่ใช่ก็คงเสียไปเกือบครึ่งชีวิตแล้ว

ความสุขมันอยู่ที่ใจจริง ๆ นะ
แต่คนชอบคิดว่า การที่เราวิ่งออกไปหาของข้างนอกมาเติมเต็มให้ใจมันหายทุกข์นั้นมันแก้ที่ปลายเหตุ

เพราะพอหาของอันนั้นได้ ไม่นานมันก็อยากได้อย่างอื่นอีก ก็กลับมาทุกข์อีก

ส่วนเรื่องโยคะกับต้นไม้นี่คงไม่ไหวมั้ง
เค้าไม่กลัวตกบ้างเลยเหรอไงเนอะ

October 3rd, 2008 | 7:54 pm

Lonely i Ped > อยากลองกับต้นไม้ที่บ้านเหมือนกันครับ แต่กลัวน้ำหนักเกิน ฮ่าๆๆ (ไม่ได้อ้วนนะ แต่ต้นไม้มันเล็ก)

Earth > อ่านเมฆ หมอกจบ ขอให้ยังจู้ฮุกกรูอยู่เหมือนเดิมนะ : )

pa , ecOnuizer > อุดหนุนร้านหนังสือบ้างก็ได้น้า ^^

ลีนา > เห็นด้วยครับ แล้วก็ชวนให้นึกไปถึงเพลงเงินล้านของโมเดิร์นด็อกเลย

October 4th, 2008 | 10:07 pm

แต่ละท่านี่แบบว่า..

เมย์ขอนั่งสมาธิใต้ต้นไม้พอ

555

October 5th, 2008 | 2:10 pm
apotastucu:

มีแต่คนจะไปขน เมฆ หมอก จากงานหนังสือ ท่าทางเราจะต้องไปเร็วซะแหล่ว ^^ จะหมดหรือเปล่าน้า….

อยากทำได้บ้างจังค่ะพี่ก้อง แต่บังเอิญว่าที่บ้านเนี่ยไม่มีต้นไม่ใหญ่เลย เหอๆ ใหญ่สุดก็ต้นไผ่อะค่ะ กลัวว่าจะเป็นการทำลายต้นไม้ของโลกไปซะก่อน

October 10th, 2008 | 1:59 pm
rung:

อิอิ…ไม่มีต้นไม้ใหญ่เหมือนกัน…ไม่งั้นคงหักกระจาย 55+

October 17th, 2008 | 6:31 pm
Leave a Reply

Comment

*
To prove you're a person (not a spam script), type the security word shown in the picture. Click on the picture to hear an audio file of the word.
Click to hear an audio file of the anti-spam word