• HOME
  • ABOUT
  • ZCONGKLOD
  • BOOK
  • CONTACT US

  • TRIP
  • CLASS
  • ACTIVITY
  • AD
  • DESIGN
  • IDEA
  • SOCIAL ENTERPRISE
  • PEOPLE
  • NEWS

Home » AD » มหาวิทยาลัยชีวิต

มหาวิทยาลัยชีวิต

Posted by: zcongklod    Tags:  มหาวิทยาลัย, เชฟโรเล็ต, แท๊กซี่    Posted date:  September 15, 2011  |  No comment



แท็กซี่เป็นยานพาหนะที่น่ารัก
ไม่ว่าจะเป็นยวดยานขนส่งมวลชนไหนๆ ผู้โดยสารก็ไม่ได้ใกล้ชิดพนักงานเท่าแท็กซี่
ขนาดมอเตอร์ไซค์รับจ้างที่นั่งหายใจรดต้นคอกัน
เรายังไม่ได้พูดคุยกันอย่างสนิทสนมเท่านี้เลย
ไม่ว่าจะชอบหรือไม่ แท๊กซี่ก็เป็นบริการที่ผู้ให้บริการมีโอกาสได้สื่อสารกับผู้รับบริการเยอะที่สุด
สินค้าหลายชนิดจึงมองแท็กซี่ด้วยมุมที่เปลี่ยนไป
จากยานพาหนะมาเป็นสื่อ
เมื่อแท๊กซี่กลายมาเป็นช่องทางโฆษณาที่เข้าถึงผู้บริโภคแบบคลุกวงใน
หลายแบรนด์จึงพยายามหาทางลงโฆษณา และทำกิจกรรมทางการตลาดกับแท๊กซี่
สิ่งที่สินค้าต้องการจากแท๊กซี่คือ ใช้แท๊กซี่เป็นสื่อโปรโมท
สิ่งที่สินค้าให้กับคนขับแท๊กซี่คือ เงิน
ถ้าใช้ภาษาเศรษฐศาสตร์ก็ต้องพูดว่า
เงินคือสิ่งที่มีสภาพคล่องสูงสุด เอาไปแปรรูปเป็นอะไรก็ได้ ง่ายที่สุด
เงินเป็นสิ่งที่ใครๆ ก็อยากได้
กรณีนี้เหมือนจะวิน-วิน
นอกจากสินค้าจะได้โปรโมทแล้ว ยังได้ชื่อว่า มีส่วนช่วยให้ชีวิตของคนขับแท๊กซี่ดีขึ้น
เมื่อคนมีหนี้ มีเงินไม่พอใช้ เอาเงินไปให้ก็น่าจะเป็นทางออกที่ดี
ทุกวันนี้เราเลยมีช่องทางความหวังในชีวิตเพิ่มขึ้นอีกทาง นอกจากล็อตเตอรี่และหวย
คือหวังรวยจากการชิงโชค
ถ้าอยากรวยเร็วคงต้องอย่างนั้น
แต่ถ้าอยากห่างไกลความจนนานๆ เราควรหยิบยื่นสิ่งอื่นให้เขามากกว่าหรือเปล่า
เช่น สอนไม่ให้ก่อหนี้ หรือสอนหารายได้เพิ่ม
แต่ยุคที่ไม่มีใครยอมรอคอยเช่นนี้
จะมีสินค้ารายใดยินดีจะเอาชนะใจผู้บริโภคด้วยการสอนหาปลา แทนที่จะให้ปลา

มี, สินค้านี้อยู่ที่ประเทศโคลัมเบีย
โบโกต้า เมืองหลวงของโคลัมเบีย มีคนขับแท๊กซี่อยู่ประมาณ 100,000 คน
เป็นอาชีพที่มีสถานการณ์ไม่ต่างจากบ้านเรา
คือพี่โชเฟอร์ส่วนใหญ่เป็นชาวชนชั้นใต้ถุน มีการศึกษาไม่มาก มีทางเลือกในชีวิตน้อยมาก
เกือบทั้งหมด ไม่มีใครรู้ว่า อาชีพนี้มีความหมายอย่างไรกับชีวิตพวกเขา เพราะไม่เคยมีใครสอน
เชฟโรเล็ตมองเห็นโอกาสนี้
เชฟโรเล็ตก็เหมือนสินค้าอื่นๆ ที่จ่ายเงินไปก็เพื่อหวังโปรโมทตัวเอง
แต่ต่างจากสินค้าอื่นๆ ตรงที่รถยนต์ยี่ห้อนี้ไม่ได้เอาเงินไปแจก
ไม่ได้หวังจะช่วยคนขับแท๊กซี่แค่ปัญหาเฉพาะหน้า
แต่อยากช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตของลูกค้า (และว่าที่ลูกค้า) ในระยะยาว
เชฟโรเล็ตเปิดมหาวิทยาลัยเชฟโรเล็ตขึ้นสำหรับคนขับแท๊กซี่ในปี 2010
คนเข้ามาเรียนกันฟรีๆ โดยไม่สนว่า ขับรถยี่ห้ออะไร
ตารางเรียนนั้นพัฒนาโดยสถาบันการศึกษาของรัฐบาล
และออกแบบให้ยืดหยุ่นกับอาชีพขับแท๊กซี่
คนที่มาสอนส่วนใหญ่เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการขนส่งมวลชนสาธารณะ
นี่เป็นการให้การศึกษากับคนขับแท๊กซี่ครั้งใหญ่ครั้งแรกของประเทศ
สิ่งแรกที่มหาวิทยาลัยแห่งนี้สอนคือ ทุกคนต้องภูมิใจกับอาชีพคนขับแท๊กซี่
ถ้าคุณยังไม่ภูมิใจกับงานที่คุณทำ ก็ไปทำอาชีพอื่นเถอะ
แล้วก็สอนเรื่องอื่นๆ ที่อาชีพขับแท๊กซี่ควรจะรู้
ปิดท้ายด้วยเรื่องสำคัญที่มหาวิทยาลัยใหญ่ๆ ของรัฐหลายแห่งไม่เคยสอน
นั่นคือ ความฝัน และความหวัง ของชีวิต
คนขับแท๊กซี่มีชีวิตที่ดีขึ้น ครอบครัวของพวกเขาดีขึ้น ประเทศชาติดีขึ้น
แล้วเชฟโรเล็ตได้อะไร

นี่คือพื้นที่ที่กลุ่มเป้าหมายของเชฟโรเล็ตพร้อมฟังทุกอย่าง
จะพูดเรื่องแบรนด์อย่างไร เขาก็ยินดีฟัง
เป้าหมายสูงสุดที่เชฟโรเล็ตได้จากการพัฒนาคุณภาพชีวิตคนขับแท๊กซี่ก็คือ
ความสัมพันธ์ตลอดชีวิตกับคนขับแท๊กซี่ เมื่อไหร่ก็ตามที่คนขับแท๊กซี่อยากซื้อรถใหม่
เชฟโรเล็ตย่อมเป็นทางเลือกแรกที่พวกเขาคิดถึง
กิจกรรมนี้ประสบความสำเร็จล้นหลามจนสถานีวิทยุชื่อดังนาม RCN โดดลงมาร่วมต่อยอด
จัดโปรแกรมรายสัปดาห์เชิญผู้ชำนาญการด้านต่างๆ มาตอบคำถามทางวิทยุในสิ่งที่คนขับแท๊กซี่สงสัย
รวมไปถึงมีรายการโทรทัศน์และหนังสือพิมพ์เข้ามาร่วมพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนขับแท๊กซี่ด้วย
ตอนนี้มีคนขับแท๊กซี่จบจากมหาวิทยาลัยแห่งนี้แล้ว 537 คน
แน่นอนว่าวันสำเร็จการศึกษามีพิธีรับปริญญา มีการสวมชุดครุย และมีน้ำตาซึมไปทั้งงาน
เพราะปริญญาคือความฝันที่ห่างไกลจากชีวิตของพวกเขาเหลือเกิน
ตอนนี้มีคนขับแท๊กซี่ 2,000 คน กำลังเรียนอยู่ มีคนเข้ามาเรียนเพิ่ม 800 คนทุกเดือน
คาดว่าปลายปี 2011 จะมีคนเรียนจบทั้งหมด 4,000 คน
และเตรียมจะเปิดอีก 2 สาขาในเมืองอื่น
เราสามารถทำมหาวิทยาลัยในลักษณะนี้ได้กับอีกหลายอาชีพ
ไม่ใช่แค่อาชีพข้างถนนเท่านั้น แต่ยังรวมถึงหนุ่มสาวออฟฟิศเงินเดือนแพงบนตึกสูงด้วย
ไม่ว่าอาชีพไหนก็ไม่ควรสนใจแต่เงิน แต่ควรเข้าใจความหมายของชีวิต
และภูมิใจในอาชีพของตัวเองด้วย
สิ่งเหล่านี้มีค่า และน่ามอบให้มากกว่าเงิน

Tweet
Share









 

 
เครือข่ายต้นไม้ขี้เหงา