«
»


ติดดิน

Posted by zcongklod on Jun 1, 2008

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ผมมีเรื่องศิลปินติดดินมาเล่าให้ฟังครับ
โดยรูปแบบแล้วพวกเขาไม่น่าจะเข้าค่ายศิลปินติดดิน
แต่โดยสารของงานและวิธีการสร้างแล้ว
พวกเขาคือศิลปินติดดินที่ติดดินยิ่งกว่าศิลปินคนไหนๆ

งานของพวกเขาเข้าค่ายสตรีทอาร์ต หรือการสร้างสรรค์งานศิลปะในพื้นที่ชุมชน
เพื่อบอกเล่าสารบางอย่างสู่คนที่เดินผ่านไปมา
แต่ด้วยวิธีการสร้างงานแบบกองโจรที่ต้องหลบๆ ซ่อนๆ
และตำแหน่งที่อยู่ของมันซึ่งมักจะระรานความสบายทางสายตา
ยิ่งเมื่อรวมกับภาพของแก๊งกราฟฟิตี้ซึ่งเป็นชนกลุ่มใหญ่ของชาวสตรีทอาร์ต
ในความรู้สึกของคนทั่วไป สตรีทอาร์ตเลยมีภาพลักษณ์เป็นอาชญากรรมมากกว่าศิลปะ
 
ผมเคยพลิกๆ หนังสือรวมภาพ Street Logo
หรือโลโก้ (ถ้าจะอธิบายอย่างง่ายที่สุดคิดภาพกราฟฟิตี้เลยก็ได้ครับ)
ที่ศิลปินมือคันเขียน พ่น และแปะไว้ตามที่สาธารณะจากทั่วทุกมุมโลก
ถ้าดูเพลินๆ แบบที่คิดว่ามันไม่ได้อยู่บนกำแพงบ้านเรา ผมก็รู้สึกว่ามันสวยดี
บางลายก็เปี่ยมไปด้วยไอเดีย อย่างควรค่ากับการเรียกว่างานศิลปะ
 
พอเปิดมาถึงภาพของงานกราฟฟิตี้จากเมืองไทย เห็นแล้วผมยิ้มแก้มปริเลยครับ
มันเป็นงานที่ใช้เทคนิคสเตนซิล (Stencil) หรือ การเจาะกระดาษทำบล็อกแล้วใช้สีสเปรย์พ่นใส่ที่ว่างของบล็อกนั้น
ลวดลายก็จะปรากฏบนกำแพงด้วยความรวดเร็ว
งานชิ้นนี้ไม่ใช่งานกราฟฟิตี้ที่เราเห็นคนพ่นทิ้งไว้ตามอาคารรกร้าง
 แต่เป็นชื่อและโลโก้ของสถาบันช่างกลแห่งหนึ่ง

ด้วยความคนไทยอย่างเราคุ้นชินกับมันมานาน เห็นแล้วเลยไม่รู้สึกรู้สาอะไร
แต่พอฝรั่งมังค่ามาเห็น เขาก็คิดว่า นี่คือกราฟฟิตี้สไตล์ไทยๆ
ที่จริงมันก็ใช่นะครับ แถมยังเป็นกราฟฟิตี้ที่ฝังรากลึกอยู่คู่กับสังคมไทยมานานนม
ก่อนจะมีการพ่น Tag ชื่อกลุ่มทับกันไปทับกันมาของชาวกราฟฟิตี้
น้องๆ ช่างกลไทยก็พ่นคำนับญาติบลัฟกันไปบลัฟกันมาระหว่างสถาบันกันมาก่อนแล้ว
 
ไม่รู้ว่าผมรู้สึกไปเองหรือเปล่าว่า
หลายปีมานี้การพ่นกำแพงนับญาติกันระหว่างสถาบันลดน้อยลงกว่าเมื่อก่อนเยอะมาก
ในขณะที่นักเรียนมัธยม นักศึกษามหาวิทยาลัย ทั้งไทยทั้งอินเตอร์
กระโดดลงมาสนุกกับการระบายกำแพงมากขึ้น
และบ้านเมืองเราก็เปรอะเปื้อนมากขึ้น ไม่ต่างจากเมืองอื่นๆ ในโลก
 
ถึงศิลปินสตรีทอาร์ตจะถูกตีตราว่าเป็นอาชญากร
แต่ศิลปินหลายคนก็ยอมเป็นโจรแบบโรบินฮู้ดที่ปล้นคนรวยช่วยคนจน
ศิลปินสตรีทอาร์ตหลายคนมุ่งมั่นที่จะสร้างงานเพื่อสื่อสารประเด็นปัญหาทางสังคม
หัวหอกของวงการก็มีเจ้าพ่อกราฟฟิตี้อย่าง Banksy,
กลุ่มนักปลูกต้นไม้แบบกองโจรอย่าง Guerrilla Gardening,
ศิลปินสาวที่สนุกกับการปักข้อความน่ารักตามเบาะรถเมล์
เพื่อเตือนว่าพื้นที่สาธารณะเป็นของเราไม่ใช่ของโฆษณาอย่าง Urika Erdes
 และศิลปินติดดิน 2 คนของเราที่ตอนนี้กำลังเนื้อหอมมาก 
 
พวกเขาเป็นศิลปินสตรีทอาร์ต ที่สร้างงานกราฟฟิตี้ด้วยดิน

คนแรก Jesse Graves นักศึกษาวัย 19 ปีจากมหาวิทยาลัยวิสคอนซิน ในสหรัฐอเมริกา
ในวิชาเรียน Guerrilla Printmaking เขาได้รับโจทย์จาก Nicolas Lampert ศิลปินสตรีทอาร์ตและอาจารย์ประจำวิชาให้เอางานศิลปะออกจากห้องเรียนไปแสดงที่ไหนก็ได้
Graves ตั้งใจว่าอยากจะช่วยล้างมลทินให้กับสตรีทอาร์ต
และช่วยส่งเสริมการส่งสารด้านสิ่งแวดล้อมในพื้นที่สาธารณะ
เขาเลือกทำกราฟฟิตี้ด้วยเทคนิคสเตนซิล
แต่ว่าไม่ใช้สีเปรย์เพราะมันอันตรายต่อสุขภาพและโลก ลบล้างก็ยาก
และเขาไม่อยากให้งานศิลปะของเขามีส่วนทำลายทรัพย์สินสาธารณะ
เพราะนั่นหมายถึง มันจะกลายเป็นงานศิลปะไม่มีใครต้องการ

Graves เลยเปลี่ยนจากสีเปรย์มาใช้ดินป้ายลงบนบล็อกสเตนซิลแทน
ทีแรก Graves ก็ไม่ได้คิดอะไร
แต่พอทำๆ ไปเขาก็พบว่าการสร้างงานจากดินนั้นมันมี texture ของเนื้อดิน
ก็เลยมีเสน่ห์ดึงดูดคนมากกว่างานที่ทำจากสเปรย์
เพราะมันทั้งสวยและทั้งชวนให้งงว่า ดินมันมาติดอยู่บนกำแพงได้ยังไง

โดยปกติแล้ว งานกราฟฟิตี้แต่ละชิ้นมีอายุไม่ยืนนัก
เพราะมันมักจะถูกบอมบ์หรือพ่นทับโดยนักกราฟฟิตี้ที่คิดว่าตัวเองทำได้แจ๋วกว่า
แต่งานของ Graves กลับไม่ถูกบอมบ์ทับ
งานของเขาอยู่ยงมาได้คราวครึ่งค่อนปีแล้ว
 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

คนถัดมา Edina Tokodi เป็นศิลปินสาวชาวฮังการีวัย 29
เธอสร้างงานที่เรียกว่า มอสกราฟฟิตี้
เธอใช้วิธีปั้นภาพนูนต่ำรูปสิงสาราสัตว์ไปแปะอยู่ตามตึกร้าง ที่ก่อสร้าง และลานจอดรถในย่านบรูคลิน
เธอสร้างงานด้วยดินแล้วโปะหน้าด้วยมอส
ไอเดียของงานชุดนี้ก็คือ เธออยากบอกทุกคนว่า
ทุกคนควรมีสวนของตัวเอง เหมือนที่เธอเคยมีสวนในบ้านที่ฮังการี
เป็นการเตือนให้คนเมืองนึกถึงธรรมชาติบ้าง
 
ไม่ใช่แค่ศิลปินติดดิน 2 คนนี้เท่านั้นที่หันมาทำสร้างสตรีทอาร์ตจากวัสดุธรรมชาติ
ตอนนี้มันกลายเป็นเทรนด์ที่เริ่มระบาดไปทั่วอเมริกาและแคนาดาแล้ว

กราฟฟิตี้ไม่ใช่วายร้ายเสมอไป
และกราฟฟิตี้ก็ไม่ใช่เรื่องสูงส่งและไกลตัวจนสื่อสารกับชาวบ้านไม่ได้
ศิลปินติดดิน 2 คนนี้ยืนยันได้ครับ

15 Comments »

ถ้ามีผลงานดีๆรักษ์โลกอย่างนี้ประดับที่ข้างฝาห้องน้ำสาธารณะด้วย คงจะดีไม่น้อย : )

June 1st, 2008 | 9:38 pm
พลอย อีค่อน:

นึกถึงตอนนึงในหนังสือต้นไม้ใต้โลกเลยอะพี่ก้อง
ดีเนอะ ๆ งานกราฟฟิตี้แบบไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม ^^

June 2nd, 2008 | 1:00 pm
นู๋กานต์:

สวยอย่างสร้างสรรค์

June 2nd, 2008 | 8:58 pm
Earth:

เป็นวิธีการกับคนในสังคมได้น่ารักดีค่ะ
ไม่เคยนึกเลยว่ากราฟฟิตี้จะใช้อย่างอื่นแทนสีสเปรย์ได้ด้วย

June 3rd, 2008 | 2:03 pm
Earth:

พิมพ์ตกไป จะบอกว่า เป็นวิธีการสื่อสารกับคนในสังคมที่น่ารักดีค่ะ

June 3rd, 2008 | 2:05 pm

ติดดินแบบนี้เข้ากับคอนเซปของต้นไม้ใต้โลกจริงๆ 555+
เอาดินแปะแล้วเอามอสโปะ ได้ใจมากๆ ได้ “สวน” ของตัวเองจริงๆ ซะด้วย

คนปลูกต้นไม้เก่งยังไงก็ได้แค่บนกระถางและบนดิน
เจอกราฟฟิตี้เข้าไป เอาต้นไม้ไปติดตามกำแพงในเมืองใหญ่ๆได้สบาย

เดี๋ยวนี้อะไรที่เคยเป็นผู้ร้ายของสังคม เริ่มหันมาเป็นฮีโร่กันบ้างแล้ว
บ้านเรานี่เมื่อไหร่เด็กติดเกมออนไลน์จะโชว์เป็นพลเมืองดีบ้าง
นะ?

June 3rd, 2008 | 4:53 pm
WaN:

เป็นกราฟฟิตี้ที่ไม่เป็นพิษเป็นภัยดีจริงๆค่ะ

June 3rd, 2008 | 10:07 pm

ขอนอกเรื่องสักหน่อย.. ^^

ไปดูปกจากบล็อกท่านนิ้วฯ มาค่ะ

ปกสวยงาม น่าอ่าน (รอ รอ)

ชอบ คำ โปรย ปก หนัง สือ “หน่อไม้” มากมากมาก

“ความฝันที่สูญหาย”

เราว่า การไปครั้งนี้ ช่วยขุดเอาความฝันของคนหลายคนออกมาเลยน่ะ
จนถึงตอนนี้ มันกำลัง “งอกงาม” เหมือนหน่อไม้จริงๆ ด้วยท่าน

million thanks…

ช่างคิดได้ ยอดจอมยุทธ์ จริงๆ เลยท่านก้อง ^^

June 4th, 2008 | 10:34 am

ชอบงานสตรีทอาร์ตที่สื่อสารประเด็นปัญหาทางสังคม
และการเมืองของเจ้าพ่อกราฟฟิตี้อย่าง Banksy ค่ะ
เพราะงานเขาสวยและทิ้งความหมายแดกดันสังคมได้ดีจริงๆ
ตอนนี้ผลผลิตแนวสตรีทออกมาเยอะมาก ทั้ง street fashion, street magazine แต่ส่วนใหญ่สนอง
ไลฟ์สไตล์และอยู่ภายใต้ธุรกิจด้วยกันทั้งสิ้น

การที่มีงานกราฟิตี้แนวสตรีทอาร์ตของศิลปินที่มีไอเดียมุ่งเน้นการดูแลสิ่งแวดล้อมและธรรมชาติ เป็นเรื่องที่น่ายินดี
เพราะนี่คือ การส่งสารเพื่อเยียวยาโลกที่น่าสงสารใบนี้

June 4th, 2008 | 12:41 pm

ขออนุญาตเอาไปแปะด้วยนะพี่ :)

June 9th, 2008 | 8:05 pm

[...] เครือข่ายต้นไม้ขี้เหงา » Blog Archive » ติดด

June 9th, 2008 | 8:12 pm

anpanpon เอาเล้ย
ว่าแต่เดี๋ยวนี้ยังทำดีไซน์หนังสือทำมือสวยๆ อยู่อีกไหม? :)

June 9th, 2008 | 8:37 pm
Arodarin:

เยี่ยมเลย เท่ห์จัง….

June 9th, 2008 | 11:24 pm

แหะ แหะ ไม่ค่อยได้ทำแล้วค่ะพี่ ..ย้ายประเทศมาอยู่เบอร์ลิน ความขี้เกียจเพิ่มขึ้นเป็นกำลัง 2

ปล. ว่าแต่พี่สบายดีไม๊ ?? ได้ข่าวว่าตอนนี้ทริปโยนหินถามทาง(เอ๊ะ! ใช่ชื่อนี้รึเปล่า?) เริ่มอีกแล้วใช่เปล่าค่ะ :)

June 25th, 2008 | 3:09 pm
:D:

เจ๋งจิงๆจ๊ะ

\m/

December 26th, 2008 | 5:42 pm
Leave a Reply

Comment

*
To prove you're a person (not a spam script), type the security word shown in the picture. Click on the picture to hear an audio file of the word.
Click to hear an audio file of the anti-spam word