The World Wants A Real Deal
Posted by zcongklod on Dec 10, 2009
เจ้าของโฆษณา: Moms Against Climate Change (Environmental Defence Canada & ForestEthics)
บริษัทโฆษณา: Advertising Agency: Zig, USA
เพื่อให้การชมโฆษณาและการอ่านออกรสออกชาติอย่างเต็มที่
แนะนำว่าควรดูคลิกดูหนังโฆษณาเรื่องนี้ก่อนครับ
(พักชมโฆษณาสักครู่)
ต่อไปนี้เป็นช่วงเนื้อหานะครับ ไม่ใช่ช่วงโฆษณา
ถ้าใครพอจะตามข่าวปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอยู่บ้าง
น่าจะพอทราบว่า ในระดับนานาชาติมีการขับเคลื่อนอย่างหนึ่งโดย
ผู้แทนจากประเทศสมาชิกของกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ หรือ UNFCCC (United Nations Framework Convention on Climate Change)
ได้จัดประชุมเพื่อหาทางแก้ปัญหาโลกร้อนกันมาโดยตลอด
การประชุมนี้เรียกสั้นๆ ว่า COP (Conference Of the Parties)
ครั้งที่ดังหน่อยก็คือ COP 3 ที่โตเกียว ซึ่งเป็นต้นกำเนิดของ ‘พิธีสารเกียวโต’
เวลาผ่านไป 14 ปี ก็ล่วงมาถึง COP 15 ที่โคเปนเฮเกน
ซึ่งกำลังประชุมกันอยู่ ในช่วงระหว่างวันที่ 7-18 ธันวาคมนี้
จุดที่ทำให้ COP 15 เป็นที่พูดถึงค่อนข้างมากก็คือ
ครั้งนี้จะเป็นการตัดสินใจว่า จะทำอย่างไรต่อไป หลังจากที่พันธกรณีแรกของพิธีสารเกียวโตจะสิ้นสุดลงในปี 2552 นี้
พิธีสารเกียวโตนั้นร่างขึ้นมาเมื่อสิบกว่าปีก่อน
ในวันที่ผลกระทบของปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศยังไม่รุนแรงขนาดนี้
และผู้คนยังไม่มีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหามากมายทั่วโลกอย่างนี้
ข้อกำหนดต่างๆ เลยร่างขึ้นมาอย่างแบ่งรับแบ่งสู้
ถึงวันนี้ มาตรฐานในการลดการปล่อย รวมถึงความเคร่งครัดของพิธีสารเกียวโต ถูกวิจารณ์กันมากว่า
ไม่น่าจะช่วยกอบกู้โลกได้ทันท่วงที
การประชุมครั้งนี้เลยพยายามหาข้อสรุปว่า การแก้ปัญหาในระดับโลกจะเคลื่อนยังไงต่อไป
ในห้องประชุมก็ประชุมกันไป
นอกห้องประชุม ก็มีประชาชน และองค์กรต่างๆ ออกมารวมตัวกันอย่างสันติ
เพื่อเรียกร้องให้ผู้นำของแต่ละประเทศที่กำลังนั่งอยู่ในห้องประชุม ช่วยหาทางแก้ปัญหาที่จริงจังหน่อย
ไม่ใช่มานั่งพูดประโยคสวยๆ ใส่กัน แล้วก็จากกันไปแบบไร้ทางออกที่นำไปปฏิบัติได้อย่างมีประสิทธิภาพ
เหมือนอย่างครั้งที่ผ่านๆ มา
นั่นเลยนำมาซึ่งแคมเปญนี้มีชื่อว่า The World Wants a Real Deal
จัดกันทั่วโลกโดยองค์กรสิ่งแวดล้อมทั้งใหญ่ทั้งเลข ตัวเลขล่าสุด มีการจัดกิจกรรมชวนคนที่คิดเห็นตรงกันมารวมตัวกัน
2,723 แห่ง ใน 136 ประเทศ
ประเทศไทยของเราก็มีครับ
จัดโดย มูลนิธิโลกสีเขียว, มูลนิธิสืบนาคะเสถียร, ชมรมนักข่าวสิ่งแวดล้อม
และเครือข่ายชาวกรุงเทพฯ ผู้ห่วงใยภาวะโลกร้อน
งานมีวันที่ 12 ธันวาคม 2552 เวลา 16.00-17.00 น. ที่ลานคนเมือง หน้าเสาชิงช้า
ทีมงานแจ้งว่า ถ้าเดินทาง และร่วมงานอย่างประหยัดพลังงานได้ทุกคน จะดีมากๆ
ผมเชื่อว่า หลายคนคงมีคำถามกับกิจกรรมแนวนี้ว่า ทำเพื่ออะไร
การนัดมารวมตัวกันจะเปลี่ยนแปลงอะไรได้
ผมก็ไม่ทราบครับว่ามันจะเปลี่ยนแปลงอะไรได้
แต่อย่างน้อยที่สุด ก็แสดงให้เห็นว่า คนกลุ่มหนึ่งเห็นว่าปัญหานี้เป็นเรื่องสำคัญที่ควรได้รับการแก้ไขโดยเร่งด่วนในเชิงนโยบาย
แค่มารวมตัวกันเพื่อบอกสิ่งที่อยากบอก กับผู้ที่ควรได้รับทราบ
ปัญหานี้มีตัวตน
และผู้ที่อยากให้แก้ปัญหาก็มีตัวตน
กลับมาที่งานโฆษณาของ Moms Against Climate Change
ผมชอบประโยคสุดท้าย ซึ่งเล่าถึงที่มาว่าทำไมเด็กเหล่านี้ถึงมารวมตัวกันประท้วง
If our children knew ‘the fact’ we do, they’d take action.
Shouldn’t you?
รีบแก้ในสิ่งที่เราทำ
หรือจะรอให้คนที่ไม่ได้ทำลุกขึ้นมาแก้?
natural phenomenon
(ทั้งใหญ่ทั้งเลข..)
พิมพ์ผิดป่ะ…
อ่านจบแล้ว…
พักชมโฆษณา…
กันอีกรอบค่ะ..
ขอส่งใจไปในวันที่ 12 ละกัน
(เพื่อประหยัดพลังงานด้วย..)
จริงๆเราว่า คนส่วนใหญ่ก้ออยากรู้นะว่า..
เราจะทำอะไรกันได้บ้าง..เพื่อช่วยโลก
ที่มันมากกว่าที่เราได้รับรู้กันทุกวันนี้..
บางที การใช้ถุงผ้า..ปิดไฟเมื่อไม่ใช้..เปิดแอร์ที่ 25 องศา
มันคงน้อยไป..
ถ้าทุกๆคนร่วมมือกัน..และเห็นว่ามันเป็นเรื่องสำคัญ
มันรวมเป็นพลังที่ยิ่งใหญ่ได้แน่ๆ
เอาใจช่วยทุกหน่วยงาน..จากใจค่ะ..
สิ่งที่ดีที่สุดอย่างหนึ่งของการติดตามข่าวสารเรื่องปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศคือ การทำตัวไม่เชื่อไว้ก่อน
เราควรเชื่อเมื่อเห็นข้อมูลที่แท้จริง
ถ้าเราเชื่อจากข้อมูล นั่นคือการเข้าใจปัญหา
แต่ถ้าเราเชื่อเพราะเขาบอกให้เชื่อ คือการรับฟังปัญหา
เราทุกคนควรตั้งข้อสงสัยว่าปัญหานี้มันเกิดขึ้นจริง หรือเป็นแค่ปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ เป็นแค่ความเข้าใจผิด หรือเป็นแค่เกมเรียกร้องของผู้ได้ผลประโยชน์
แต่เมื่อตั้งข้อสงสัยแล้ว สิ่งต่อไปก็คือการหาข้อมูล
ถึงวันนี้ โลกเราผ่านพ้นการถกเถียงว่า โลกร้อนเป็นปัญหาหรือว่าเป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติ มาสิบกว่าปีแล้ว นักวิทยาศาสตร์จากทั่วโลกมาร่วมประชุมกัน นำข้อมูลทั้งหมดที่มีมาถกเถียงกัน จนสรุปได้ตรงกัน นำไปสู่การตั้ง UNFCCC หรืออีกปีกนึงของ UN เพื่อดูแลเรื่องนี้โดยเฉพาะ ในรอบสิบกว่าปีที่ผ่านมา โลกเราเกิดหน่วยงานที่ทำงานด้าน Climate Change ขึ้นมาเยอะมาก ในทุกมิติ เกิดองค์ความรู้มากมาย ทั้งด้านสาเหตุของปัญหา ผลกระทบที่เกิดขึ้น และทางแก้
จากข้อมูลที่มี เราก็จะพบว่า ข้อมูลที่พูดถึงผลกระทบบางส่วนไม่ถูกต้อง พูดง่ายๆ ก็คือ เราเหมาเอาหลายเหตุการณ์ที่เกิดของมันเอง ว่าเป็นผลจากโลกร้อน
แต่จากข้อมูลจำนวนมหาศาลก็บอกเราว่า โลกใบนี้กำลังเปลี่ยนไปอย่างมาก จากภาวะโลกร้อน
นั่นคือข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นครับ
^
^
ชอบข้างบนนี่อ่ะพี่
ควรสงสัยและทำการบ้านกันหน่อย
พอได้ข้อมูลที่แท้จริงแล้วจึงเข้าใจ
ดูเหมือนว่าความเข้าใจเช่นนี้แล
จะช่วยหาทางแก้ไขปัญหาอย่างสร้างสรรค์ได้
งั้นฝากทำความเข้าใจเรื่องปัญหาขยะในเชียงใหม่ด้วยนะเม
เพื่อนิตยสารอ่องของเรา : )
มันไม่มีปุ่มให้กด like ความเห็นพี่ก้องนิ
เห็นด้วยมากๆ เช่นกัน
ตามติดผลการประชุมนี้เช่นกันค่ะ
คลิปที่แปะด้านบนน่าสนใจมาก ก็คงเหมือนที่เราในยุคนี้เคยพูดกันบ่อยๆว่า ถ้าเราไม่ทำอะไรตั้งแต่วันนี้ วันข้างหน้าลูกหลานเราต้องตั้งคำถามแน่นอนว่า ทำไมบรรพบุรุษของพวกหนู รูแล้วแต่ไม่ช่วยกันทำ
ดูตอนแรกๆยังไม่ค่อยอินเ่ท่าไหร่
แต่พอประโยคสุดท้ายขึ้นมา ขนลุกเลย…
*0*
“แต่จากข้อมูลจำนวนมหาศาลก็บอกเราว่า โลกใบนี้กำลังเปลี่ยนไปอย่างมาก จากภาวะโลกร้อน ”
ภาวะโลกร้อน มันเป็นเหมือนคำฮิตที่ใครบางคนอาจยังไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่ แต่อย่างน้อยมันก็เป็นคำๆหนึ่งที่เราใช้เรียกแทนสถานการณ์ที่กำลังเกิดขึ้น ณ เวลานี้ได้ดีระดับนึง
น่าเสียดายที่ผู้ใหญ่(บางหน่วยงาน)มักเอามาเหมารวมกับกิจกรรมตื้นๆที่บอกกับสังคมว่า “เราช่วยลดโลกร้อน”
หากสิ่งนั้นจะช่วยให้เกิดจิตสำนึกหรือผลดีต่อโลกในระยะยาว ก็จะคงดี
แต่หากเพื่อยกระดับตัวเองเกาะติดกระแส”โลกร้อน”ละก็ อย่าทำเลยค่ะ ขอร้อง
ปล.ความคับข้องใจส่วนตัวน่ะ่ค่ะ 555
ดูแล้วรู้สึกสะอึ๊กสะอึกครับ
ผมคิดว่า
เราต้องผ่าน “ความฉาบฉวย” ซึ่งกันและกันให้ได้ก่อน
นั่นแหละครับ ความจริงจะปรากฏ
อืมมมม
เคยไปฝึกงานที่กรีนพีซ กับพวกพี่ๆ ที่รณรงค์เรื่องโลกร้อน ทำให้ได้แปลรายงานเกี่ยวกับเรื่องนี้ ในบ้านเรา โดยเฉพาะคนที่อยู่ในเมือง อาจไม่ค่อยรู้สึกถึงผลกระทบ แต่ในอีกหลายประเทศ เช่น อินเดีย หรือ มัลดีฟส์ ผู้คนจำนวนมหาศาลกำลังลำบากค่ะ ไม่ว่าจะด้วยปัญหาสภาพอากาศที่เปลี่ยนไป หรือน้ำทะเลกัดเซาะต้องย้ายบ้านหนี เราน่าจะเอาเรื่องแบบนี้มาเล่าให้คนไทยได้รับรู้มากกกว่านี้นะคะ อาจทำให้หลายคนได้คิดว่า โลกร้อนเป็นมากกว่า “กระแส”
เคยถามทพี่ที่เป็นหัวหน้าว่า คิดว่ามีหวังแค่ไหนที่จะแก้ปัญหาได้หรือลดการปล่อยก๊าซได้ตามกำหนด พี่เค้าตอบว่า พูดตามจริง ก็แทบไม่มีหวัง แต่ก็ยังดีกว่าไม่ทำอะไรเลย
คนไทยที่ไปงานเฉลิมพระชลฯ ที่จัดถวายในหลวง
ทั้งเก้าวัน สร้างขยะได้เท่าตึกห้าสิบชั้น