«
»


ประโยชน์ใช้สอย ประโยชน์ใช้สวย

Posted by zcongklod on Nov 11, 2009

ความเป็นนักประดิษฐ์ของญี่ปุ่นนั้นน่าจะอยู่สายเลือด
อยู่ในสัญชาตญาณ และอยู่ในวิญญาณ
อย่างที่เราเห็นเครื่องยนต์กลไกไฮเทคจำนวนมากตีตราว่าเมดอินเจแปน
ความก้าวล้ำนำสมัยในเทคโนโลยีของแดนปลาดิบเป็นเรื่องน่ายกย่อง
แต่ความช่างคิดในการใช้ชีวิตประจำวันก็เป็นเรื่องน่าสนใจ
ผมชอบศาสตร์แห่งการพับกระดาษ์ของญี่ปุ่นหรือที่ชาวนิปปอนเรียกว่า โอริกามิ
คนญี่ปุ่นสามารถเปลี่ยนกระดาษ 1 แผ่นให้กลายเป็นอะไรได้มากมายด้วยการพับ
หนำซ้ำมันยังไม่ใช่การพับแบบตามขนบทุกกระเบียด
เห็นปลาคาร์ฟว่ายอยู่ในน้ำ เขาก็เอากระดาษมาพับให้เหมือนปลาตัวนั้นได้
ตาเห็นอะไร มือก็พับได้แบบนั้น
ยิ่งพอรู้ว่าวงการวิทยาศาสตร์หยิบยืมเอาเทคนิคการพับนี้ไปใช้สร้างสรรค์สิ่งประดิษฐ์ใหม่ๆ
ผมก็ยิ่งประทับใจในภูมิปัญญาเล็กๆ นี้

นอกจากโอริกามิ ตอนนี้ผมกำลังสนใจ ฟุโรชิกิ
อธิบายอย่างง่าย ฟุโรชิกิ คือ การใช้ผ้าหนึ่งผืนห่อของ เพื่อป้องกันการแตกหัก
เพื่อให้ถือได้ง่าย และเพื่อความสวยงามแบบเดียวกับกระดาษห่อของขวัญ
ฟุโรชิกิถือกำเนิดขึ้นในญี่ปุ่นช่วงศตวรรษที่ 14
แรกสุดมันถูกใช้ห่อเสื้อผ้าเพื่อถือไปร้านอาบน้ำสาธารณะ
จากนั้นมันก็ถูกนำไปใช้กับการห่อสินค้าตามร้านทั่วไป
ไม่ใช่ห่อเพื่อให้ดูมิดชิด แต่เป็นการห่อเพื่อให้ถือจับกลับบ้านได้อย่างสะดวก
หรือห่อด้วยลีลาอย่างวิจิตรพิสดารเพื่อเพิ่มคุณค่าให้กับของกำนัล
เรียกว่ามีทั้งประโยชน์ใช้สอย และประโยชนใช้สวย
ไม่มีการกำหนดขนาดตายตัวของฟุโรชิกิ มันเลยมีตั้งแต่ขนาดเหมาะมือไปจนถึงใหญ่กว่าผ้าปูที่นอน แต่ขนาดมาตรฐานอยู่ราวๆ 45 x 68-72 เซนติเมตร
ความน่าสนใจของผ้าสี่เหลี่ยมผืนนี้คือ มันสามารถนำไปห่ออะไรก็ได้ รูปทรงใดก็ได้
อาศัยแค่จินตนาการกับเทคนิคการผูก พับ จับ ม้วน เท่านั้น
พอถึงบ้านก็คลี่กลับเก็บ พร้อมกางมาใช้ใหม่ได้ไม่รู้จบ

ฟุโรชิกิอยู่คู่กับสังคมญี่ปุ่นมานาน จนถึงช่วงหลังสงครามที่ถุงพลาสติกเริ่มเข้ามามีบทบาท
ชาวอาทิตย์อุทัยก็เริ่มหันไปใช้ถุงพลาสติกแทน เพราะรู้สึกว่าสะดวกกว่า
ฟุโรชิกิเลยลดบทบาทลงจนเกือบสูญพันธุ์ แต่ก็ยังใช้ห่อกล่องข้าวกันบ้าง
(อย่างที่เราเห็นในหนังและการ์ตูน)
ข้อดีคือ เมื่อคลี่ออกมาแล้ว เรายังสามารถใช้มันปูรองกล่องข้าวได้ด้วย
และอีกอย่างที่ยังเห็นบ่อยก็คือ ใช้ห่อของขวัญ

เดิมที ฟูโรชิกิไม่ได้เป็นอะไรมากกว่า เทคนิคการห่อของแบบโบราณที่คนแทบไม่ใช้กันแล้ว
จนกระทั่งยูริโกะ โคะอิเกะ รัฐมนตรีกระทรวงสิ่งแวดล้อมของญี่ปุ่น หยิบมันมาใช้เป็นเครื่องมือในการลดปัญหาขยะเมื่อปี 2549

ในญี่ปุ่นมีปริมาณขยะจากถุงพลาสติกเพียงอย่างเดียวมากถึง 60 ตันต่อปี
แต่ละประเทศต่างก็มีวิธีจัดการกับปัญหานี้ต่างกันออกไป
ยากบ้าง ง่ายบ้าง ไม้นวมบ้าง ไม้แข็งบ้าง
แต่ญี่ปุ่นขอแก้ปัญหาด้วยการใช้ฟุโรชิกิ สิ่งที่เป็นวัฒนธรรมดั้งเดิมของพวกเขาเอง

เมื่อพูดถึงฟุโรชิกิ สิ่งแรกที่คนนึกถึงคือ มันมีความเป็นญี่ปุ่นจ๋า แต่ว่าดูแก่และเชย
แต่เมื่อนำเสนอมันอย่างถูกที่ถูกเวลา
ฟุโรชิกิเลยกลายเป็นของสุดเก๋ที่แสนจะเหมาะกับยุคสมัยนี้มาก
ทั้งในแง่แฟชั่น และสิ่งแวดล้อม
มันดีกว่ากระเป๋าใดๆ ในโลก เพราะมันคือผ้าผืนเดียวที่สามารถใช้ห่ออะไรก็ได้
นำกลับมาใช้ซ้ำกี่ครั้งก็ได้ ไม่กินพื้นที่ ไม่ซ้ำใคร
ฟังก์ชั่นไม่น้อยไปกว่าถุงพลาสติก และเท่กว่าถุงผ้าเป็นไหนๆ

ยูริโกะ โคะอิเกะ ไม่ได้แค่ออกมารณรงค์ให้คนกลับมาใช้ฟุโรชิกิ
แต่เธอทำเป็นโครงการใหญ่โต สร้างภาพลักษณ์ใหม่ให้กับฟุโรชิกิ
ฟุโรชิกิที่เธอทำออกมาเรียกว่า มอตไตไน ฟุโรชิกิ (Mottainai Furoshiki)
คำว่า มอตไตไน แปลว่า เสียดาย แต่ทีมผู้จัดตั้งใจจะหมายความว่า
รู้สึกอายที่ปล่อยให้บางอย่างกลายเป็นขยะโดยที่ยังไม่ได้ใช้ประโยชน์อย่างเต็มที่
สิ่งพิเศษสุดๆ ของฟุโรชิกิรุ่นนี้คือ เนื้อผ้าทอจากขวดพลาสติกรีไซเคิล
นอกจากทำผ้าแล้ว ก็ยังทำชาร์ตสอนวิธีห่อฟุโรชิกิแบบต่างๆ
ทั้งห่อหนังสือ ขวดไวน์ แตงโม ฯลฯ คลิปเคลื่อนไหวก็มีให้ดูใน Youtube
การชวนกันมาใช้ฟุโรชิกิแทนถุงพลาสติกเลยน่าสนใจมาก
เพราะมันทั้งสวยเก๋ เท่กว่าถุงผ้า และอีกหลายๆ ถุง
ที่สำคัญ มันแสดงถึงรากเหง้าของชาวญี่ปุ่นเต็มร้อย

งานนี้ไม่ได้ขับเคลื่อนแต่ฝั่งรัฐบาล
ทางฝ่ายศิลปินรุ่นใหม่ราว 30 คนก็ยังรวมตัวกันออกแบบฟุโรชิกิด้วยหลายไอเดีย
เพื่อให้สอดรับกับสังคมยุคนี้ ไม่อย่างนั้นใช้แล้วกลายเป็นป้าแก่ๆ ได้
พวกเขาเลยเล่นกับทั้งลายผ้า เนื้อผ้า
ดีไซเนอร์บางคนมองว่า ฟุโรชิกิเปลี่ยนรูปร่างไปตามสิ่งที่ห่อ ตัวมันเลยไร้รูปร่าง
แล้วว่าก็ออกแบบตามคอนเซปต์นี้
บางคนก็มองว่า ฟุโรชิกิต้องการสมองคน เพราะเราต้องคิดวิธีที่จะใช้มันเอง
ไม่ใช่ออกแบบลายเท่านั้น ศิลปินเหล่านี้ยังคิดวิธีห่อแบบใหม่
สำหรับห่อในสิ่งที่พวกเขาอยากห่อด้วย
บางคนถึงขนาดเอาไปห่อหมา!

ตอนนี้ฟุโรชิกิเป็นสิ่งที่แสนแมส สามารถหาซื้อได้ทั่วไป มีเว็บขายเป็นเรื่องเป็นราว
สิ่งที่ควรรู้ก็คือ เวลาเลือกซื้อเราต้องดูทั้งสองด้าน ไม่ใช่ดูด้านเดียวเหมือนซื้อผ้าทั่วไป
เพราะสีด้านหลังจะเป็นตัวเพิ่ม ตัวเบรก ตัวตัด กับลายด้านหน้า เวลาห่อ
ตอนนี้คนเลยหันมาใช้ฟุโรชิกิห่อของขวัญกันมากขึ้น
เพราะนอกจากมันจะทำหน้าที่เป็นผ้าห่อแล้ว
ตัวมันยังทำหน้าที่เป็นของขวัญอีกชิ้นหนึ่งด้วย
การกลับไปหารากเหง้าของตัวเองครั้งนี้
ทำให้ญี่ปุ่นพบวิธีการแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมที่แสนจะมีเสน่ห์ และน่าภูมิใจ
ถึงขนาดประกาศให้ทั้งโลกหันมาใช้ฟุโรชิกิเลยทีเดียว

19 Comments »

อันที่ห่อน้องหมา น่ารักดี แต่หิ้วยังไงคะ??

ประเทศไทยเราไม่มีฟุโรชิกิ แต่เรามีชะลอม,ตะกร้า,กระจาดหวาย… ซึ่งคงไม่ต่างกับฟุโรชิกิยุคปรับปรุง เพราะถ้าใครหิ้วชะลอม คงดูเชยมาก นึกว่าพจมานกันเลยทีเดียว

November 11th, 2009 | 7:41 pm
่jeejy:

ผ้าเขาสวยอะ แถมเป็นศิลปะอีกตะหาก บ้านเรายาก ที่จะห่อข้าวไปกิน นอกบ้าน ปี๊กนิก ที่ทำงาน หลายคนเลยพาลนึกไปถึงชนบท ///เสียดาย อยากทำข้าวน่ารัก ๆ ห่อด้วยผ้าสวย ๆ แบบนี้มั่งอะดิ เฮ่อ

November 11th, 2009 | 8:16 pm
ปลาย:

ภาพห่อผ้าที่แขวนกับกิ่งไม้นั่นน่าสน
กำลังคิดหาวิธีวางที่แขวนผ้าในห้องน้ำ
ตอนแรกกะจะไปซื้อตะกร้ามาแขวน
แต่เห็นเอนทรี่นี้แล้ว ปิ๊งเลย
เศษผ้าเหลือจากเย็บหมอนอิงเยอะไป
เอามาต่อๆ กันคงน่ารักไปอีกแบบเนอะ

November 11th, 2009 | 9:57 pm

อย่างงี้ต้องแนะนำให้ พตต.เจ้าแม่ของกุ๊กกิ๊ก
นำเทรนด์ผ้าสวยมาใช้สอยนะ :D

November 11th, 2009 | 10:08 pm

กลับไปเล็งชะลอมที่บ้าน…
สานลายใหม่ๆ..
ใบพอเหมาะ…

แล้วสวยโลดกันเลยคับพี่น้อง…

November 11th, 2009 | 10:33 pm
FanD:

ที่ใส่แมคบุ๊คเก๋ามากกกก
ช่างคิดจริง

คนญี่ปุ่นเค้าทำอะไรกันจริงจัง เริ่มตั้งแต่ภาครัฐที่สนับสนุนเต็มที่

อยากเห็นอะไรอย่างนี้ในบ้านเราจริงๆ

November 12th, 2009 | 12:23 am
bee_jung:

เห็นแล้วนึกถึงผ้าสวยๆ ที่เพื่อนซื้อมาฝากจากญี่ปุ่น
วันนี้ลองเอาไปห่อกล่องข้าวของเราไปทำแลบบ้างดีกว่า

November 12th, 2009 | 7:14 am

ถ้าถุงพลาสติกสะท้อนถึงชีวิตที่เร่งรีบ ลวกๆ สะดวกสบาย(?)

ถุงผ้าฟุโรชิกิก็คงสะท้อนชีวิตที่แช่มช้า ละเอียด และปราณีตกระมังครับ ^^
ดีจังเลย

November 12th, 2009 | 11:12 am

ผ้าอเนกประสงค์ น่าใช้จังเลยค่ะ
ลวดลายสวยดี ชอบๆๆ

November 12th, 2009 | 1:55 pm
Jar:

เห็นด้วยว่า ฟุโรชิกิลดโลกร้อนของจริง
แต่ที่ญี่ปุ่นมีคนบ้าสะสมผ้าเอาไว้ห่อฟุโรชิกิ เก็บไว้ตั้งหลายผืน
อันนี้จะว่ายังไงดีน้า…..

เค้าปล่าวขวางโลกนะคะ แค่คิดเล่นๆ =P

November 12th, 2009 | 5:45 pm

เรื่องประดิษประดอย ไทยเราน่าจะทำได้ดีกว่า ดูอย่างลายไทยสิ เส้นสายพัวพันเยอะแยะ แต่ไทยเราเอง มีพฤติกรรมเห่อของนอกเสียมากกว่าพัฒนาของเพื่อใช้เอง อืม…

November 12th, 2009 | 10:14 pm
paaran:

เป็นไอเดียที่ดีมากเลย ในการลดปัญหาขยะ
ห่อแล้วสวยด้วย นำกลับมาใช้ได้หลายรอบ พักเก็บง่าย เยี่ยม!
อยากเอามาห่อหมาบ้างจัง จะเข้าหน้าหนาวละ ฮ้าๆ

November 13th, 2009 | 8:45 am

อยากห่อเป็นบ้างจัง….ไว้ต้องไปดูวิธีทำใน youtube ซะแล้ว

November 13th, 2009 | 9:27 am
Paichaai:

เอามาห่อน้องๆแรกเกิดดีก่า
น่ารักๆๆๆ ^^

November 13th, 2009 | 7:24 pm

ชอบเอามากๆเลยครับ

การที่เราตั้งอกตั้งใจห่อผ้ามัน ทำให้ชีวิตเราดูละเลียดขึ้่นเยอะเลย

November 14th, 2009 | 12:47 pm
fern:

ไอเดียดี น่ารักจังเลยค่ะ
ว่าแล้ว เราไปหาซื้อผ้าลายน่ารักๆ มาหัดห่อใช้บ้างดีกว่า

November 15th, 2009 | 9:22 am
Orun Run:

โดนใจมากๆ จะเอาไปใช้บ้าง ^o^

November 17th, 2009 | 6:39 pm
Moniko:

น่ารักมากๆเลยค่ะ น่าเอามาใช้บ้างจัง ถ้าเป็นผ้าลายไทยเก๋ๆนี่ คงเหมาะกะยุคCreative Economyดีจัง!!^_^

November 17th, 2009 | 8:39 pm
Yog:

อยากเห็นวิธีการพับ

จะได้ลองห่อตามบ้าง

November 19th, 2009 | 10:32 am
Leave a Reply

Comment

*
To prove you're a person (not a spam script), type the security word shown in the picture. Click on the picture to hear an audio file of the word.
Click to hear an audio file of the anti-spam word