
ข้อความโฆษณา: “Food only. Professional knives with anti-bacterial protection.”
บริษัทโฆษณา: DCS ประเทศบราซิล
รูปที่เห็นคือแครอทและแตงกวาครับ
โฆษณาชุดนี้เป็นโฆษณาของมีดที่ใช้แล้วปลอดภัยจากแบคทีเรีย (ไม่รู้จริงเท็จประการใด)
สิ่งที่เราได้จากการใช้มีดยี่ห้อนี้หั่นจึงมีแต่อาหารเท่านั้น ไม่แถมแบคทีเรียแต่อย่างใด
ที่หยิบโฆษณาชิ้นนี้ขึ้นมาไม่ได้จะเชิญชวนให้ไปหามีดยี่ห้อนี้มาใช้หรอกครับ
ผมอยากเล่าเรื่องเขียงให้ฟังมากกว่า
เรื่องนี้ผมอ่านเจอมาจากหนังสือเรื่อง ‘พจนานุกิน’ ฉบับมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค
ขอยกข้อความต้นฉบับมาให้อ่านกันเลยแล้วกันนะครับ
อาหารทุกชนิดที่ต้องหั่น สับ ซอย แล่ ล้วนต้องผ่านเขียงทั้งสั้น เขียงจึงเป็นแหล่งรวมเศษอาหาร แบคทีเรีย และเป็นแหล่งหากินอันโอชะของแมลงวัน ถ้าเราใช้เขียงโดยไม่ทำความสะอาดย่อมเท่ากับเราป้อนเชื้อโรคเข้าปากทุกวี่วัน
ข้อควรปฏิบัติในการใช้เขียงคือ ต้องทำความสะอาดทุกครั้งหลังใช้งานด้วยน้ำร้อนหรือน้ำเย็น แล้วจึงค่อยนำไปล้างด้วยน้ำยาล้างจาน ใช้แปรงขัดถู ไม่ควรใช้เขียงหั่นเนื้อสัตว์ร่วมกับเขียงหั่นผัก และไม่ควรหั่นอาหารสุกบนเขียงที่เพิ่งใช้หั่นอาหารดิบ
*วิธีถนอมเขียงไม้
ต้มน้ำมันพืช (ที่ผ่านการใช้แล้วก็ได้) ให้เดือดจัด ระหว่างนี้ก็นำเขียงวางไว้ในกะละมัง เสร็จแล้วก็ราดน้ำมันลงไปบนเขียง รอให้เขียงดูดน้ำมันเข้าไปจนอิ่มตัว แล้วก็กลับข้างเพื่อทำซ้ำอีกรอบ จากนั้นทิ้งไว้ให้เย็น จึงนำไปใช้งาน ว่ากันว่าสูตรนี้จะทำให้เขียงคงทน (ห้ามให้กับเขียงพลาสติกเด็ดขาด)
หนังสือเล่มนี้รวมเรื่องสิ่งละอันพันละน้อยที่เกี่ยวข้องกับเรื่องอาหาร (เป็นส่วนใหญ่) และเรื่องราวรอบตัวที่ผู้บริโภคอย่างเราควรรู้
บอกเล่ากันแบบสั้นๆ ง่ายๆ อ่านแล้วช่วยให้เข้าใจความจริงของชีวิตในหลายๆ เรื่อง
จัดทำโดยมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค
ใครสนใจเรื่องทำนองนี้ ไม่ควรพลาดครับ

Jing > ซื้อไปเล้ยยยย
รูปสยองมาก
หนอนแตงกวายักษ์
T T
แอบเปิดๆดูที่ร้านหนังสืออยู่เหมือนกัน
(แต่ยังไม่ได้ซื้อ)
เป็นเรื่องใกล้ตัวที่ไม่ควรมองข้ามจริงๆ
ตอนนี้เวลากินข้าวก็แอบมองเขียงที่ร้านไปซะแล้ว
แต่ก็กินได้ทุกอย่างแหล่ะนะ ฮ่าๆๆ : P
PaiChaai > เหมือนนางสาวไทยสมัยก่อนเลยนะ “กินข้าวกับน้ำพริกสิจ๊ะ ถึงได้สะได้สวย”
cclover > มีสารคดีทำเรื่องเขียงด้วยเหรอครับ แสดงว่ามันเรื่องใหญ่เหมือนกันนะเนี่ย
jaaomcm3 > ยินดีต้อนรับกลับสู่งานเพื่อสังคมครับ : )
อ่านแล้วนึกถึงงานเก่าจังเลยค่ะ แต่อีกไม่นานก็จะกลับไปเป็นตัวตนเก่าแล้วค่ะ หวังว่าเราคงได้ร่วมงานใดงานหนึ่งกันอีก ….
>> “พจนานุกิน”
- บทความนี้น่าสนใจมากค่ะ
เพราะเรื่องกินเป็นเรื่องที่ใกล้ตัวมากๆ
>>คุณอ๋อง บอกว่า ผมเคยดูสารคดีเรื่องนึงครับ
เกี่ยวกับเขียงนี้ล่ะครับ
โดยเค้าทำการเปรียนเทียบแบคทีเรียนระหว่างเขียงไม้กับเขีงพลาสติก
เขียงไม้ชนะขาดครับ
- อ่านแล้วชักไม่อยากใช้เขียงพลาสติกเลย
น่าเอาเขียงแก้วมาใช้นะคะ
แต่อาจจะต้องระมัดระวังในการใช้งานมากหน่อย
เพิ่งทราบว่า เขียงไม้ประสิทธิภาพดีกว่าเ
คิดถึงเขียงตามร้านกับข้าว แล้ว …
อืมมมมมมม
โดยส่วนตัวฉ่ายระวังเรื่องเขียง เหมือนกัน
เพราะต้องใช้หั่นผักกินเคียงน้ำพริกทุกมื้อ ดังนั้นใช้จานตัวเองเป็นเขียงตลอดเรย
หั่นแล้วดังเสียดหูดีชะมัด –*
Orun Run > หาซื้อได้ตามร้านหนังสือทั่วไปเลยครับ
พจนานุกินนี่หาอ่านได้จากที่ไหนคะเนี่ย
รูปแครอท กับแตงกวาเนี่ยเหมือน แบคทีเรียเลย
เห็นด้วยกับ patty pom เพราะที่บ้านก็คว่ำครกแบบนี้เหมือนกัน จริงๆเรากินอาหารมีแบคทีเรียบ้างก็ดีนะจะได้ช่วยกระตุ้นภูมิต้านทานของเราได้ด้วยนะเออ
ตอนลิปทำ
น้องเมทบอกว่า ผลออกมายังไงก็ห้ามบอกน้องๆเด็ดขาด
น้องเมทยินดีอยู่กับความไม่รู้ เพื่อให้กินได้อย่างสบายใจต่อไปค่ะพี่
ส่วนลิป ทำเองกะมือ จดผลเองกะมือ >.<
ต้องแกล้งๆลืมไป เวลาจะกินอะไรแต่ละที
ดีที่เป็นโปรเจ็คจบ เลยเหลือเวลาแกล้งลืมแค่หน่อยเดียว
อ้อ > ไม่ใช่วิธีถนอมเขียงของพี่ครับ เป็นวิธีของมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค เขียงเก่าก็คงใช้ได้ครับ แต่อาจจะไม่ทรงประสิทธิภาพเท่าเขียงใหม่
อ๋อง > ความรู้ใหม่ครับ
ลิปดา > เป็นงานวิจัยที่รู้แล้วทำเอากินอาหารไม่อร่อยเลยเนอะ
แถวนี้เต็มไปด้วยพ่อครัวแม่ครัวจริงๆ
ตอนทำโปรเจ็คจบป.ตรี
ตรวจสอบความสะอาดขั้นพื้นฐานของร้านอาหารที่เปิดในศูนย์อาหาร
ร้อยละล้านของร้านที่มีเขียง
แบคทีเรียในขวดโตตั้งกะวันที่สอง (มันกินอาหารในขวดจากสีเหลืองๆ เปลี่ยนเป็นดำปึ๊ด)
-__________-
rep ต่อไป จะมีใครกล้ากินอาหารจากร้านที่ใช้เขียงอีกม๊ายยยย
แต่ว่า ในร่างกายคนเราก็มีพวกแบคทีเรียประจำถิ่นอยู่น่ะล่ะ
รบกันๆ จนแบคทีเรียประจำถิ่น (แบคทีเรียนิสัยดี) ชนะ เราก็จะไม่ป่วยง่ายๆ
อ๊ะ ที่บ้านก็ล้างเขียงด้วยน้ำร้อนนะ
ราดซู่ๆ ขัดน้ำยาล้างจาน แล้วคว่ำผึ่งแดดอีกที
ครกหินนี่ก็ล้างน้ำยาล้างจาน น้ำเปล่าซ้ำบ่อย
คว่ำ (กับโต๊ะไม้รุ่นเก่าแก่ประจำบ้าน เป็นซี่ๆ คว่ำแล้วน้ำไหลผ่านลงพื้นหลังครัวไป)
อ่ะ นี่กลายเป็นความรู้รอบครัวไปแล้ว
มาเสนออ้อค่ะ ว่า เอาครกหินคว่ำเหมือนเดิม แต่เอาสากวางไว้ ไม่ให้ครกหินคว่ำสนิท มันจะได้ระบายอากาศ ใช้ได้มั้ยเอย ไม่เลยลอง แต่ว่าน่าจะทำได้มั้งคะ 55
อันนี้ถ้าเราทำเองที่บ้านน่าจะได้ แต่ว่าเวลาไปทานอาหารนอกบ้านนี่ซิคะ เค้าคงไม่ได้ทำความสะอาดขนาดนั้น เราคงได้รับของแถมกันเพียบเลย
ว้า มาอ่านตอนกินข้าวอิ่มใหม่ๆนี่ซิ ไม่ไหว ไม่ไหว เอิ๊ก
เอ…แล้วเขียงพลาสติกต้องทำความสะอาดยังไงดีล่ะคะ
อย่างนี้ เวลาเราไปสั่งข้าวมันไก่ หมูแดง หรือขาหมู
พ่อค้าคงแถมสัตว์โลกตัวจิ๋วมาให้เพียบเลยนะคะ
ช่างเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนจริงๆเลย
จนถึงวันนี้กินแบคทีเรียไปไม่รู้เท่าไหร่ต่อเท่าไหร่แล้วล่ะครับ 55
ผมเคยดูสารคดีเรื่องนึงครับ
เกี่ยวกับเขียงนี้ล่ะครับ
โดยเค้าทำการเปรียนเทียบแบคทีเรียนระหว่างเขียงไม้กับเขีงพลาสติก
เขียงไม้ชนะขาดครับ
เพราะไม่มีการแพร่กระจายของพวกแบคทีเรีย
แม๊ะ..แม๊ะ..แหม เพิ่งจะรู้เหมือนกันว่าพี่ก้อง
ก็เก่งเรื่องการบ้านการเรือนด้วยเหมือนกันนะเนี่ย
ว่าแต่ว่าคราวหน้าขอวิธีการทำความสะอาด
“ครกหิน” ด้วยนะคะ เพราะเท่าที่เคยล้างมามัน
ยากเอาการเหมือนกัน ไอ้ครั้นล้างแล้วจะคว่ำก็อับ
ไม่คว่ำน้ำก็อยู่ก้นครก ขอบคุณคล่วงหน้ากร้าบ….บ
ปล.*วิธีถนอมเขียงของพี่ก้องเนี่ยใช้ได้เฉพาะเขียงใหม่
เหยอ เขียงที่ใช้มาแล้วหลายปี ใช้ได้อะป่าวเอ่ย…