สัมภาษณ์โจน จันใด ตอนที่ 6: จีเอ็มโอ
Posted by zcongklod on Apr 23, 2009

จีเอ็มโอเข้ามาสู่การผลิตอาหารยังไงครับ
ธุรกิจมองว่าการปลูกพืชไม่ใช่เพื่อเลี้ยงชีวิต แต่เป็นอุตสาหกรรม เหมือนการเลี้ยงวัว วัวไม่ใช่สัตว์ แต่เป็นเครื่องผลิตนม ซึ่งวัวจะตายไม่ได้ วัวธรรมดาให้นมแค่ 12 ลิตรต่อวัน แล้วก็ไม่เกิน 6 เดือนต่อปี แต่ทุกวันนี้เราบังคับให้วัวให้นม 34 ลิตรต่อวัน 9 เดือนต่อปี ทำยังไงถึงจะทำให้วัวออกนมได้มากขนาดนั้น ก็ต้องใช้ฮอร์โมน BGH ฉีดเข้าไปในวัวเพื่อให้ได้นมเยอะ พอให้นมเยอะร่างกายวัวก็อ่อนแอ เป็นไข้ จะตาย แต่ตายไม่ได้ เพราะมันคือโรงงานผลิตนม เขาก็ฉีดยาปฏิชีวนะอัดเข้าไป ยาปฏิชีวนะก็จะปนเปื้อนออกมาในนมเยอะมาก ฉะนั้นนมทุกหยดที่เรากินอยู่ในท้องตลาดมีฮอร์โมน BGH ซึ่งได้มาจากการตัดต่อพันธุกรรม มียาปฏิชีวนะ แล้วก็มีอณูของหนอง เพราะการใช้เครื่องรีดนมวันละหลายๆ ชั่วโมงทำให้หัวนมเน่า แต่ก็ยังต้องผลิตนมอยู่ ก็เลยมีหนองออกมาด้วย วิธีการอย่างนี้แหละที่เขาทำกับอาหารปัจจุบัน มันไม่ใช่อาหารธรรมชาติ แต่เป็นอาหารสังเคราะห์ เราก็เลยอ่อนแอเหมือนสิ่งที่เรากิน
คนตะวันตกเขาเริ่มกินนมน้อยลง แต่ผู้ผลิตนมยังมีอยู่ ก็เลยมาเปิดตลาดในเอเชีย ฝึกให้เด็กกินนม ปัญหาของการศึกษาคือ เราไปเรียนเรื่องโภชนาการ มันมีประโยชน์มาก และมีโทษมาก เรารู้ว่าเนื้อนมไข่มีโปรตีนสูง พอคิดถึงโปรตีนก็มุ่งแต่เนื้อนมไข่ คิดถึงแคลเซียม คิดถึงเรื่องโรคกระดูกพรุน เราก็คิดถึงนมทันที ทั้งที่นม 1 กรัมมีแคลเซียมแค่ 110 มิลลิกรัมเท่านั้นเอง แต่ปลาร้าหรือกะปิ 1 กรัมมีแคลเซียมถึง 3,000 มิลลิกรัม งามี 1,500 มิลลิกรัม ชะพลูมี 600 มิลลิกรัม เราถูกหลอกจนไม่รู้อะไรแล้ว แล้วเราก็เป็นโรคเยอะแยะเลยจากการกินนม เพราะเราชื่นชมที่มันอยู่ในกล่องสวย ใครๆ ก็บอกว่ามันดี เราก็คิดว่ามันดี
กินนมถั่วเหลืองแทนดีไหมครับ
เมืองไทยเราสั่งถั่วเหลืองจีเอ็มโอเข้ามาเป็นจำนวนมาก แต่มีไม่กี่บริษัทที่ติดป้ายว่าใช้ถั่วเหลืองจีเอ็มโอ มีแค่โปรตีนเกษตรของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์เท่านั้น เขาเขียนว่าทำจากเมล็ดถั่วเหลืองตัดต่อพันธุกรรมร้อยเปอร์เซ็นต์ ซึ่งถ้าไม่ดูดีๆ ก็จะไม่เห็น
ถั่วเหลืองจีเอ็มโออันตรายยังไง
เขาเอายีนของถั่วเหลืองไปผสมกับถั่วบราซิลซึ่งมีพิษ แมลงอะไรก็ตามที่มากินใบถั่วบราซิลจะตายทันที แต่เขาบอกว่าคนกินแล้วไม่เป็นไร แล้วก็มีแบคทีเรียชนิดหนึ่งที่มีคุณสมบัติสามารถอยู่ร่วมกับยาฆ่าหญ้าราวนด์อัพได้ ก็เอายีนของแบคทีเรียมาผสมด้วย เป็น 3 ยีน ก็เลยได้ถั่วเหลืองพันธุ์ใหม่ที่เวลาเอาไปปลูกก็แค่ซื้อเมล็ดพันธุ์กับราวนด์อัพไปใช้ก็จบ ปลูกแล้วไม่ต้องฉีดยาฆ่าแมลง ไม่ต้องไถพรวน แค่ฉีดราวนด์อัพอย่างเดียวหญ้าก็จะตาย แต่ต้นถั่วไม่ตาย ทำให้ชาวนารู้สึกว่ามันง่าย แต่ราคาแพงอย่างไม่น่าเชื่อ คนอินเดียฆ่าตัวตายเยอะมาก เพราะปลูกพืชจีเอ็มโอแล้วเป็นหนี้
กินอาหารจีเอ็มโอแล้วมีอันตรายไหม
ไม่มีใครรับรองว่าปลอดภัย คนอเมริกันคือชาติที่กินพืชจีเอ็มโอมากและยาวนานที่สุดในโลก ปัจจุบันนี้คนอเมริกันเป็นโรคภูมิแพ้เพิ่มขึ้นปีละแสนคน แล้วสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นก็คือ คนเขาเริ่มแพ้ข้าวสาลี แพ้ถั่วลิสง แพ้ถั่วเหลืองทั้งๆ ที่เขากินกันมาหลายชั่วโคตร คนอเมริกันที่มาที่นี่มีไม่ต่ำกว่าปีละ 2 คนที่แพ้ชาวสาลี ทำไมถึงแพ้นี่เป็นคำถามที่ยังไม่มีคำตอบ ถ้าคนไทยแพ้ข้าวบ้าง กินข้าวไม่ได้ เราจะกินอะไร มันน่าคิดนะ ตอนนี้มีคนพูดเรื่องจะทำข้าวจีเอ็มโอมากมาย เพราะว่าอาหารของคนโลกที่สามไม่มีสารอาหารพอ ต้องทำข้าวจีเอ็มโอให้มีสารอาหารมากขึ้น ปัญหามันไม่ได้อยู่ที่ข้าว แต่อยู่ที่การแบ่งปันอาหารไม่เป็นธรรมต่างหากที่ทำให้เกิดความอดอยาก มันเป็นเรื่องน่าคิดว่าเราพัฒนาอาหารเพื่ออะไร เพื่อให้คนกินไม่ได้หรือ
มีนักวิทยาศาสตร์ชาวอังกฤษคนหนึ่งเอามันฝรั่งจีเอ็มโอไปเลี้ยงหนูทุกวัน ผ่านไป 7-8 วัน ก็เอาสำลีชุบน้ำมูกของคนเป็นหวัดไปแกว่งในกรง มันติดหวัดเลย หนูมีภูมิคุ้มกันลดลงอย่างไม่น่าเชื่อ พอผ่าหนูออกดูก็เห็นว่าตับมันใหญ่โตกว่าปกติ แต่บริษัทบอกว่าคนกินไม่เป็นไร นักวิชาการหลายคนพยายามเอาผลวิจัยออกมาเสนอแต่ก็ถูกปิด บริษัทพวกนี้มันใหญ่มาก ร่วมหุ้นกับรัฐบาลสหรัฐด้วย บริษัทเหล่านี้เป็นผู้จดลิขสิทธิ์ แล้วรัฐบาลสหรัฐเป็นผู้บีบให้ทุกประเทศออกกฎหมายสิทธิบัตรเพื่อให้ยึดครองอาหารได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย
เป้าหมายของการตัดต่อพันธุกรรมคืออะไร
จะได้ผูกขาด ถ้าอยากทำแต่ไม่มีเงินก็ทำไม่ได้ ผมไปสัมภาษณ์ที่ศูนย์ขยายพันธุ์ท่าพระที่ทำมะละกอจีเอ็มโอ เพราะว่าเขาแจกเมล็ดพันธุ์ให้ชาวบ้าน ผมก็สงสัยว่าทำไมแจกได้ ทั้งที่กฎหมายยังไม่ให้แจก เราคุยกันหลายเรื่อง เขาบอกว่าแค่ค่าซื้อลิขสิทธิ์จากมอนซานโตเพื่อทำจีเอ็มโอก็ต้องจ่ายหนึ่งแสนดอลลาร์ แล้วก็ยังต้องจ่ายค่าเช่าเครื่องมืออีกหนึ่งแสนดอลลาร์ ในการทำมะละกอจีเอ็มโอต้องจ่ายอย่างต่ำๆ 2 แสนดอลลาร์แล้วนะ มันแพงมาก แต่เมื่อทำออกมาได้แล้ว เขาสามารถจดลิขสิทธิ์มะละกอพันธุ์นี้ได้ ใครจะปลูกพันธุ์นี้ก็ต้องจ่ายให้เขา คิดดูสิว่าคนไทยกินส้มตำแทบทุกคน ทุกคำที่เราป้อนเข้าปากก็หมายถึงเงินต้องเข้ามาหาคนนี้
จีเอ็มโอเขาจดลิขสิทธิ์กันที่ยีนของพืชไม่ใช่พันธุ์ของพืช ยีนมันท่องเที่ยวไปไหนก็ได้ อย่างกรณีของนายชไมเซอร์ที่เขาปลูกดอกคาโนลามาหลายปี แต่เมื่อไร่ใกล้ๆ กันปลูกคาโนลาจีเอ็มโอ มันก็ปลิวมาติดในไร่ของแก ซึ่งก็ไม่รู้ว่ามันมาได้ยังไง แกเลยถูกฟ้องเพราะครอบครองยีนจีเอ็มโอโดยไม่ได้รับอนุญาต ถ้าไม่ซื้อเมล็ดพันธุ์จากเขาก็ต้องจ่ายเงินให้ สุดท้ายแกก็แพ้คดี มันเป็นเรื่องที่ตลกมาก
รัฐบาลสหรัฐกำลังบีบทุกประเทศทั้งทางตรงและทางอ้อมเพื่อให้ออกกฎหมายสิทธิบัตรอย่างนี้ เพื่อให้เขาจดสิทธิบัตรพืชจีเอ็มโอได้ ถ้าเขาจดสิทธิบัตรจีเอ็มโอได้ เขาก็ครอบครองอาหารได้ เพราะพืชจีเอ็มโอมันกระจายไปผสมกับใครก็ได้ ไม่ว่ายีนของเขาจะไปอยู่กับใคร ผสมกับใคร มันก็ยังเป็นทรัพย์สินของเขาตามกฎหมาย ต่อไปเราก็ไม่มีทางเลือก ถ้าผมมีที่ 10 ไร่ ผมต้องสร้างกำแพงสูงขนาดไหนเพื่อป้องกันแมลงกับผึ้ง ไม่ให้ลมพัดเข้ามา แต่กฎหมายบังคับให้ผมทำอย่างนั้น ถ้าผมอยากเป็นออแกนิก
อย่างที่เม็กซิโก พอเกิดภัยพิบัติ สหรัฐบอกว่าถ้าไม่รับจีเอ็มโอ จะไม่ให้ความช่วยเหลือ เลยจำเป็นต้องออกกฎหมายให้จีเอ็มโอเป็นสิ่งที่ถูกกฎหมายในเม็กซิโก ไม่ถึง 3 ปี ข้าวโพดจีเอ็มโอเต็มเม็กซิโกเลย หลังจากนั้นเม็กซิโกก็เป็นทาสสหรัฐตลอด ทำงานหนักเพื่อเอาเงินไปซื้อลิขสิทธิ์ข้าวโพดจีเอ็มโอจากสหรัฐ ชาวบ้านที่ปลูกกินเองมานานๆ ก็เริ่มมีเกสรมาปนเปื้อน ก็ต้องจ่ายค่าลิขสิทธิ์ ไม่อย่างนั้นก็ถูกฟ้องร้อง ชีวิตมันเศร้ามาก
ทุกวันนี้คนจำนวนมากกำลังตื่นเต้นกับการหาเงินแข่งกัน แต่ก็มีอีกส่วนที่ท้อแท้เหนื่อยหน่ายกับการแข่งขันที่ไม่มีที่สิ้นสุด อยากปลีกตัวออกมาหาชีวิตทางเลือกที่ดีขึ้น ถ้าไม่มีเมล็ดพันธุ์ให้เขา เขาก็เริ่มไม่ได้ หรือถ้าวันข้างหน้าเศรษฐกิจพัง คนไม่มีทางเลือกต้องกลับมาหาเกษตร แต่กลับมาแล้วไม่มีเมล็ดพันธุ์จะกลับไปไหนล่ะ เราต้องไปกราบไหว้บริษัทข้ามชาติกี่บริษัท แล้วเขาจะให้อะไรเรามา เขายึดครองเมล็ดพันธุ์ คือยึดครองอาหาร คนที่ยึดครองอาหารคือคนที่ยึดครองได้ทั้งโลก ทุกคนมีสิทธิที่จะอยู่บนโลกนี้ร่วมกัน ทำไมเราต้องยึดครองอาหาร ทำไมเราต้องไปจดลิขสิทธิ์อาหาร คนที่จดลิขสิทธิ์อาหารก็คือคนที่ไปแย่งอาหารคนอื่นมาเป็นของตัวเอง แล้วคนอื่นจะกินอะไร มันเป็นความคิดที่แย่มาก
คนที่สนใจจีเอ็มโอมีแต่คนที่ค่อนข้างมีการศึกษา ชาวบ้านไม่ได้สนใจเรื่องเหล่านี้เลย เพราะไม่มีใครจะถ่ายทอดข้อมูลหรือความรู้เหล่านี้เป็นภาษาชาวบ้าน เขาเลยไม่รู้ว่าจีเอ็มโอคืออะไร ตัดต่อพันธุกรรมคืออะไร เขาเห็นว่าพืชก็คือพืชเท่านั้นเอง เขาไม่รู้เลยว่าในพืชนั้นมียีนของสัตว์ด้วย ตอนนี้มีการเอายีนของคนไปผสมกับหมู จะได้ฉลาด ได้หมูพันธุ์ใหม่หน้าตาน่าเกลียดมาก ใครจะไปกล้ากิน
เห็นว่าจะเอาอวัยวะของหมูมาใส่ให้คนด้วย
ที่ผมได้ข่าวคือตอนนี้กำลังมีการเพาะเลี้ยงคนไม่มีหัวขึ้นมาเพื่อขายอวัยวะโดยเฉพาะ เพราะคนที่ไม่มีหัว ตามกฎหมายถือว่าไม่ใช่คน แต่ยังเป็นสิ่งลับๆ อยู่ ตอนนี้คนยังซื้ออวัยวะจากจีนได้ง่ายอยู่ การขายอวัยวะในจีนถือเป็นธุรกิจที่ใหญ่โตมาก คนรวยๆ ในสหรัฐโทรศัพท์กริ๊งเดียว จีนก็จับนักโทษมายิงปังแล้วผ่าตัดส่งให้เลย
ผู้บริโภคอย่างเราทำไงดีครับ
หลายๆ คนอาจจะรู้เรื่องจีเอ็มโอดีมาก ไม่อยากกินจีเอ็มโอ แต่มีทางเลือกไหมล่ะ เรากินของหวานตามร้าน มีของหวานชนิดไหนบ้างที่ไม่มีส่วนผสมของไฮฟรุกโตสไซรับ แทบจะไม่มีเลย มันคือน้ำตาลที่ถูกที่สุด ทำจากแป้งข้าวโพดที่ได้จากข้าวโพดจีเอ็มโอที่ผลิตจากสหรัฐอเมริกาเป็นหลัก ขายทั่วโลก เราไม่มีทางเลือกในการดูแลสุขภาพของเราเลย ถ้าเราไม่มีเมล็ดพันธุ์ของตัวเอง
คนเมืองคือปัจจัยสำคัญที่สุดในการแก้ปัญหาตรงนี้ คนมักเข้าใจผิดว่าเป็นหน้าที่ของเกษตรกร แต่คนเมืองต่างหากเป็นคนกำหนดให้เกษตรกรปลูกอะไร ถ้าคนเมืองไม่กิน เกษตรกรเขาก็ไม่มีทางปลูก เราต้องพูดเรื่องนี้กันมากขึ้น รณรงค์กันมากขึ้น เพื่อส่งเสริมให้คนกลับมากินอาหารอินทรีย์มากขึ้น พอคนปลูกมากขึ้นราคาก็จะถูกลง ถ้าไม่มีคนกิน ชาวนาเขาจะเอาพืชผักอินทรีย์ไปขายที่ไหน คนที่ทำงานที่เดียวกันอาจจะรวมกลุ่มกันติดต่อให้ชาวบ้านส่งพืชพันธุ์ไปให้กิน ปีนึงก็มาเยี่ยมชาวบ้านสักครั้งจะได้รู้ว่าอาหารของเราเป็นยังไง ปลูกยังไง คนเมืองกับชนบทก็จะใกล้ชิดกันมากขึ้น คนเมืองก็จะเห็นว่าพืชผักเหล่านี้แหละที่จะเป็นเลือดเนื้อของเราในวันพรุ่งนี้ ชีวิตคนเราเกิดมาครั้งเดียว ถ้าเราไม่ดูแลตัวเอง เราเกิดมาทำไม เกิดมาเพื่อทำงานหนักให้คนอื่นรวย แล้วเราก็ตายไปด้วยความทุกข์ทรมานเพื่ออะไรกัน
ผักปลอดสารที่เราเห็นในซูเปอร์มาร์เก็ตเป็นทางเลือกที่ดีไหมครับ
เราไม่สามารถรู้ได้เลยว่าผักแต่ละยี่ห้อปลอดสารจริงหรือเปล่า ทุกวันนี้มันหลากหลายมาก ทางราชการบอกว่า ผักอินทรีย์มันเป็นไปไม่ได้ ต้องเป็นผักปลอดภัยจากสารพิษ คือใช้สารเคมีดี แต่ต้องเก็บในช่วงที่ปลอดภัยแล้ว แล้วเขาก็ติดป้ายผักปลอดสารพิษ แต่ชาวบ้านบอกว่าไม่ได้ จะทำอินทรีย์ก็ต้องปฏิเสธสารเคมีทั้งหมด เราจะไม่เสี่ยง บางทีก็มีคนแอบอ้างซื้อถุงดอยคำเอามาใส่ผักปกติขาย อ้างว่าเป็นผักดอยคำ จริงๆ ดอยคำก็เป็นผักเคมีนะ วิธีที่ดีที่สุดก็คือ เราต้องมีกลุ่ม จะได้มีความเข้มแข็ง ไม่งั้นไปไม่รอด ทุกวันนี้ไม่มีใครอยากให้คนรวมตัวกันเป็นกลุ่มเพราะเมื่อคนเข้มแข็งก็พึ่งตัวเองได้ ถ้าพึ่งตัวเองได้เศรษฐกิจก็ไม่โต เราต้องรวมกลุ่มคนเมืองแล้วเอามาเชื่อมกับกลุ่มชาวบ้าน ไม่งั้นไปได้ยากมาก
อึ้ง..และทึ่ง – -”
ขอบคุณสำหรับความรู้และข้อมูลค่ะ
อ่านแล้วก็เป็นเรื่องที่น่าตกใจเหมือนกันนะคะ แล้วก็เป็เรื่องที่อันตรายมากเลย ในเรื่องอาหาร คนเราไม่ค่อยรู้ข่าวสารพวกนี้กันเลย
มิน่ามันจึงเป็นสาเหตุที่ทำให้ครอ่อนแอลงทุกวัน และทุกวันนี้เราก็พบโรคแปลกๆ มากขึ้น คนเป็นมะเร็งกันง่ายมากกว่าแต่ก่อน จนเคยนึกว่า ตอนนี้นั่งหายใจเฉยๆ ก็เป็นมะเร็งได้ง่ายๆ
จากอาหารที่เรากินกันนั่นเอง
อ่านแล้ว สงสารวัวอ่ะ ไม่อยากกินนมเลย แต่ก็กินทุกวัน
อยากกินนมแบบที่รีดแบบปกติอ่ะ จะมีไหม๊เนี่ย -_-”
พืชจีเอ็มโอ เมื่อนานมาแล้วตอนที่รู้จักใหม่ๆ ตื่นเต้นมาก
เพราะรู้สึกว่าแปลกดี ทำได้ไงอ่ะ อย่างพวกผักผลไม้แปลกๆ แข็งแรงเว่อร์ๆ หรือผัก ผลไม้ที่ไม่มีเมล็ด
แต่หลังจากนั้นไม่นาน พอรู้วิธีทำ ก็รู้สึกยี้ๆอ่ะ รวมทั้งยิ่งอ่านบทสัมภาษณ์นี้ ยิ่งรู้สึกแย่เข้าไปใหญ่ จะเอาอะไรเข้าปากที
ก็คิดเยอะ แต่สุดท้ายก็ไม่รู้ที่มาว่ามันมาจากไหน ก็ต้องกิน
ทั้งที่ไม่รู้อยู่ดี คิดแล้วก็เฮ้ออออ
อืมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมม!!!!
กินนมจากเนื้อไก่ซะดีมั๊ย
อยากกินผักบ้านพี่โจ & ไปเยี่ยมบ้านพี่เขาซะแล้ว
แต่ฝากเป็นห่วงพี่โจด้วยนะคะ ว่าถ้าหากบริษัทใหญ่มาเห็นบทสัมภาษณ์นี้ จะมีผลอะไรกับพี่เขารึเปล่า
จริงค่ะ ที่ทุกวันนี้เราไม่รู้เลยว่า
สิ่งที่เราตักใส่ปากทุกวัน มีที่มาอย่างไร
ผักผลไม้หรือผลิตภัณฑ์อาหารต่างๆ ที่ขายในซุปเปอร์มาร์เก็ต
น้อยนักที่จะพะยี่ห้อว่า “ฉันเป็นจีเอ็มโอนะ”
แต่ถึงอย่างนั้น ก็มีคนกลุ่มเล็กๆ อย่างกรีนพีซ
พยายามทำการสำรวจวิจัย
และตีพิมพ์คู่มือซื้ออาหารมานะคะ
ในนั้น จะบอกเลยว่า ผลิตภัณฑ์ของยี่ห้อนี้ยี่ห้อนั้น
มีส่วนผสมของพึชจีเอ็มโอหรือเปล่า
รู้สึกว่าจะมีให้ดาวโหลดในเว็บไซด์ด้วยค่ะ
ใครสนใจลองแวะเข้าไปดูนะคะ
http://www.greenpeace.org/seasia/th/
มันน่าตกใจกว่าที่คิด มีอะไรมากกว่าที่เคยรู้
ความอยากได้ อยากมีเกินกำลังนี่น่ากลัวจริงๆ
สงสารวัว สงสารคนไม่มีหัว สงสารเด็กๆ T T
….
นอกเรื่องนิดนึง ขับรถเที่ยวเชียงใหม่ ลำปาง สุโขทัย มาค่ะ สนุกมากๆ ตอนไปสุโขทัย คิดถึงอ.ยงยุทธ เลย อยากฟัง
อ.เล่าประวัติวัด ประวัติเมือง ^^
ขอบคุณเรื่องราวดีๆ จากเพื่อนมนุษย์สู่เพื่อนมนุษย์
พออ่านคอมเม้นของคุณ fern จบ
ผมก็นึกประโยคบางประโยคที่ว่า
‘กลุ่มประชากรที่มีผลต่อสิ่งแวดล้อมคือ ไพรเมต โดยกลุ่มนี้มีเพียงสายพันธุ์เดียวผลต่อโลกทั้งการปรับปรุงสภาพแวดล้อม และการทำลาย สภาพแวดล้อม คือ มนุษย์’
ใช่ครับ! มนุษย์นั้นมีสองกลุ่ม
บทความดีๆ+คู่มือซื้ออาหารของกลุ่มกรีนพีซ คือกลุ่มที่คอยดูแลและปรับปรุง
แต่สำหรับกลุ่มที่ขาด’จิตสำนึก’เขามาเพื่อ’ทำลาย’ นอกจากพืชผักแล้ว เพื่อนมนุษย์ด้วยกันก็ไม่เว้น
คนปรับปรุงกับคนทำลายนั้นอยู่ร่วมกันมานาน ปะปนกันจนแยกแยะแทบไม่ออก
แต่เท่าที่ผมสังเกตเห็น(ด้วยระดับสิติปัญญาเพียงเล็กน้อย)
ทำไมกลุ่มคนทำลายส่วนใหญ่จึงนิยมใส่สูท ผูกไท กันนักก็ไม่รู้
ทำไมมันถึงได้วุ่นวายชวนหัวขนาดนี้ สูงสุดคืนสู่สามัญกันสักทีดีไหม…
งั้นก็ไม่ต้องกินอะไร
อดตายแทน
ชอบบทสัมภาษณ์อันนี้ค่ะ
ไม่ว่าหันไปทางไหน… มันก็มีแต่สิ่งที่มนุษย์ทำให้เลอะเทอะ
ไม่ว่าดาบจะถูกตีด้วยมือที่บริสุทธิ์แค่ไหนมันก็คือดาบนั่นล่ะ
ยิ่งอ่านยิ่งน่ากลัวค่ะ
พอดีได้รับเมลจากกรีนพีซชวนให้ลงชื่อในจดหมายเพื่อหยุดยั้งข้าวจีเอ็มโอ ลองอ่านดูนะคะ
ไบเออร์ บริษัทสารเคมียักษ์ใหญ่จากเยอรมัน ได้คิดค้นสายพันธุ์ข้าวตัดต่อพันธุกรรม (ข้าวจีเอ็มโอ) ที่จะทำให้ความหลากหลายทางชีวภาพ เกษตรกรรม และสุขภาพ ของเราตกอยู่ในความเสี่ยง
สหภาพยุโรปจะตัดสินใจในเร็วๆ นี้ ว่าข้าวจีเอ็มโอของไบเออร์จะได้รับอนุญาตให้จำหน่ายแก่ผู้บริโภคในยุโรปหรือไม่ อย่างไรก็ดีไม่ใช่ชาวยุโรปเท่านั้นที่จะได้รับผลกระทบ เพราะหากสหภาพยุโรปอนุมัติให้นำเข้าข้าวจีเอ็มโอของไบเออร์ เกษตรกรในสหรัฐอเมริกา ไทย และอีกหลายประเทศ อาจจะเริ่มปลูกพืชผลที่มียีนผิดธรรมชาติในเร็ววันนี้
การหยุดยั้งข้าวจีเอ็มโอไม่เพียงแต่เกี่ยวเนื่องกับทางเลือกของผู้บริโภค หรือสิ่งแวดล้อมเท่านั้น แต่สิ่งที่สำคัญยิ่งกว่านั้นมาก คือ ความมั่นคงทางอาหารของโลก สิทธิและความอยู่รอดของสิ่งมีชีวิต
คุณช่วยได้ โดยลงชื่อในจดหมายเพื่อส่งข้อความถึงสหภาพยุโรปเพื่อหยุดไบเออร์จากการครอบงำข้าวของเรา
ถ้าสนใจร่วมลงชื่อก็เข้าไปตามลิงค์นี้ค่ะ
http://www.greenpeace.org/international/campaigns/genetic-engineering/hands-off-our-rice/hands-off-our-rice?utm_source=silverpop&utm_medium=emailutm_content=signpetitiontop&utm_campaign=handsoffourricepetition
ตกใจมากเลย ขอบคุณบทความดีดี ที่ทำให้ได้รู้ความจริง
ลึกซึ้งอ่ะ
“…ปัญหามันไม่ได้อยู่ที่ข้าว แต่อยู่ที่การแบ่งปันอาหารไม่เป็นธรรมต่างหากที่ทำให้เกิดความอดอยาก”
- ประโยคนี้โดนมาก คมกริบเลยครับ
^^
พี่โจนเค้ารู้เรื่องพวกนี้ได้ยังไงคะ ทึ่งจัง
todayispresent > ต้องยกความดีความชอบให้พี่โจนเขาเลยครับ
Jing > พวกผักผลไม้แข็งแรงเวอร์ๆ ในบ้านเรายังไม่ต้องห่วงเรื่องจีเอ็มโอหรอกครับ ห่วงเรื่องสารพิษดีกว่า โดยเฉพาะพวกที่ผิวมีแวกซ์เพื่อให้เก็บได้นานขึ้นนี่ น่ากลัวมาก ผมเคยดูวิดีโอการทดลองของเมืองนอก เขาเอาแอปเปิ้ลหรือส้มก็ไม่รู้ แบบที่มีแวกซ์ที่ผิวเอาไปแช่น้ำสักพักแล้วเอาขึ้น จากนั้นปล่อยปลาทองลงไป ปลาทองหงายท้อง ชะตาขาดกันเห็นๆ บรื๋อ…
gibz > กินนมไก่นี่แสดงว่าเป็นงูสิเนี่ย
ped > พี่โจเขาไม่ได้เคลื่อนไหวอะไรมากนักน่ะครับ ไม่ได้ลุกขึ้นมาต่อต้าน คงไม่โดนปองร้าย อาจจะแค่โดนเขม่น ถ้าพี่โจเคลื่อนไหวเมื่อไหร่ก็อาจโดนแบบที่เจ้าหน้าที่กรีนพีซโดนได้
fern > ขอบคุณสำหรับข้อมูลเพิ่มเติมครับ และขอเป็นกำลังใจให้กรีนพีซกับงานรณรงค์เรื่องจีเอ็มโอด้วยครับ
niichi > ชอบลำปางไหมครับ จังหวัดในฝันของผมเลยนะนั่น
7 > คงไม่ถึงขั้นอดตายหรอกครับ โลกนี้ยังมีอาหารที่ปลอดภัยอีกมากมาย เอาเข้าจริงๆ อาหารที่เป็นอันตรายเป็นเพียงแค่ส่วนน้อยมากในโลกใบนี้ เพียงแต่ว่ามันกำลังเพิ่มปริมาณขึ้น และกำลังเข้าสู่ระบบอาหารที่เป็นอุตสาหกรรมขนาดใหญ่เท่านั้นเอง ถ้ามนุษย์จะอดตายจริงๆ ผมเดา่ว่าน่าจะเป็นเพราะเข้าไม่ถึงอาหาร เนื่องจากถูกนายทุนโก่งราคา มากกว่า เพราะเราเลี่ยงที่จะไม่กินอาหารจีเอ็มโอนะครับ
Lonely i Ped > ไปช่วยกันลงชื่อต่อต้านข้าวจีเอ็มโอดีกว่า
โหน่ง > พี่เขารู้เรื่องพวกนี้จากการอ่าน การดูรายการสารคดี การคุยกับคนในวงการ และจากเวทีเสวนาครับ
อ่ะ! แอบช็อคเรื่องผลไม้ที่แวกซ์ไว้
ถึงขั้นปลาทองตายเลยที่เดียวเชียว
-_-” น่ากลัวมากกกกก
ยิ่งบ้านเรายิ่งชอบแวกซ์กันซะด้วย บางทีล้างแล้วยังไม่ออกเลยอ่ะ สงสัยต้องกินแบบปอกเปลือก (ทั้งที่เปลือกเองก็มีประโยชน์เหมือนกัน)
ชอบค่ะ แต่เที่ยวแค่แป๊บเดียว รู้จักกันนิดๆหน่อยๆ เอง ต้องหาโอกาสไปอีกรอบ ^^
Jing > ปอกเปลือกชัวร์สุดครับ (แต่พี่ก็กินทั้งเปลือกเหมือนกันนะ) วิีิธีล้างที่ดีอีกทางคือแช่ baking soda ครับ มีขายตามร้านอาหารเพื่อสุขภาพทั่วไป
niichi > เหมือนกันเลยครับ ผมก็อยากหาโอกาสกลับไปอีกเหมือนกัน