สัมภาษณ์โจน จันใด ตอนที่ 5: เก็บเมล็ดพันธุ์
Posted by zcongklod on Apr 20, 2009

การพัฒนาพันธุ์เพื่อเก็บเมล็ดพันธุ์ทำยังไงครับ
เราทำเหมือนคนโบราณ คือปลูกแล้วก็คัดเลือกต้นที่แข็งแรงที่สุด โตดีที่สุด ลูกดกที่สุด อร่อยที่สุด แล้วก็เก็บเมล็ดของต้นนั้นส่งทอดต่อมาให้คนรุ่นต่อไป นี่คือวิธีที่ยั่งยืนที่สุดและง่ายที่สุด
ถ้าเรามีมะเขือเทศที่ลูกใหญ่แต่รสชาติไม่ได้เรื่อง กับชนิดที่ลูกเล็กแต่รสชาติดี เราอยากให้ข้อดีของ 2 พันธุ์นี้มาอยู่ในลูกเดียวกัน เราก็ทำพันธุ์ผสมออกมา ด้วยการเอาเกสรตัวผู้กับตัวเมียของทั้งสองพันธุ์มาผสมกัน แล้วเอาเมล็ดไปเพาะ ถ้าต้นไหนมีลูกใหญ่รสหวานก็เก็บเมล็ดพันธุ์ของต้นนั้นเอาไปเพาะต่อ ให้ได้พันธุ์ที่ลูกใหญ่และรสหวานติดต่อกันอย่างต่ำ 7 รุ่น เราก็จะได้มะเขือเทศพันธุ์แท้ที่ปลูกยังไงก็ไม่กลายพันธุ์
แต่ภาคธุรกิจเขาไม่ได้ทำอย่างนี้ เขาแค่เอาพันธุ์ลูกใหญ่กับพันธุ์รสหวานมาผสมกัน พอได้เมล็ดพันธุ์รุ่นแรกก็เอามาขายให้เราเลย ถ้าเราเอาไปปลูกต่อก็จะกลายพันธุ์ คือจะมีทั้งลูกเล็กลูกใหญ่ ปนกันไปหมด ถ้าปลูกขายก็ขาดทุน ขั้นตอนการพัฒนาพันธุ์ตรงนี้มันยาวไง เลยไม่มีใครอยากทำ มันเสียเวลามาก ชาวบ้านต้องปลูกปีละ 4 ครั้ง เลยเลือกซื้อสำเร็จเพราะมันง่ายกว่า
พวกเราคิดว่ามันจำเป็นมากที่เกษตรกรต้องเรียนรู้ที่จะคัดเลือกพันธุ์เอง เพราะการปล่อยให้คนกลุ่มเดียวพัฒนาพันธุ์เพื่อคน 60-70 ล้านคนมันเสี่ยงกับการเกิดความเสียหายได้ ถ้าเขาพัฒนาพันธุ์ที่เป็นพิษเป็นภัยต่อคนออกมา นั่นหมายความว่าคนทั้งหมดจะได้รับผลกระทบ แต่ถ้าเราสนับสนุนให้ชาวบ้านพัฒนาพันธุ์เอง กลุ่มนี้พัฒนาแบบนี้ อีกกลุ่มพัฒนาอีกแบบ เราจะได้พันธุ์ที่หลากหลาย คุณสมบัติ รสชาติก็ต่างกัน อาหารของเราจะหลากหลายขึ้น ไม่เหมือนทุกวันนี้ ไปไหนก็เจอแต่มะเขือเทศสีดาเหมือนกันหมด ไก่ก็พันธุ์เดียวกันทั้งประเทศ แทนที่มาเชียงใหม่จะได้กินมะเขือเทศ 3-4 พันธุ์ ไปภาคอีสานได้กินอีก 3-4 พันธุ์ เราจะเห็นว่าอาหารมันหลากหลายมากเลย แต่ตอนนี้ไปที่ไหนก็เจอมะเขือเทศเหนียวๆ เหมือนกันหมด แล้วเราจะไปเที่ยวทำไม นั่งอยู่บ้านก็ได้กินเหมือนกัน
เก็บรักษาเมล็ดพันธุ์ยังไงครับ
ถ้าเก็บแบบนักวิชาการก็คือ เก็บในช่องแข็งอุณหภูมิต่ำกว่าศูนย์องศา อีกสิบปีค่อยเอามาปลูกใหม่ วิธีนี้ชาวบ้านทำไม่ได้เพราะมีค่าใช้จ่ายสูงมาก ต้องใช้เทคโนโลยีมาก เพราะเมล็ดพันธุ์เหล่านี้ไม่ได้พัฒนาตัวเองไปตามการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิโลก เวลาเอามาปลูกมันจะอยู่ไม่ได้เองโดยธรรมชาติ ต้องใช้เทคโนโลยีสูงมากที่จะทำให้ปลูกได้ เราเลยไม่สนใจตรงนั้น เราเก็บในฐานะของอาหาร คือเก็บแล้วเอามาปลูกกินแล้วเก็บใหม่ มันมีความจำเป็นมากที่เราต้องรู้ว่ารสชาติมันเป็นยังไง แล้วจะทำอาหารอะไรกินดี วิธีกินก็มีความสำคัญเท่าวิธีเก็บ บางคนเก็บไว้เฉยๆ โดยไม่รู้วิธีกินก็เยอะ เมล็ดพันธุ์ทั้งหมดที่นี่ เราจะเอามาปลูกให้หมดภายใน 2 ปี ถ้านานกว่านั้นมันจะมีโอกาสงอกน้อยลง แล้วก็คัดเลือกพันธุ์ เก็บ แจกจ่าย
แจกฟรีหรือครับ
ใช่ เราแจกให้ชาวบ้านคนละหยิบมือ เพื่อให้เขาเอาไปปลูกแล้วเก็บเมล็ดต่อเอง เราเชื่อว่า เมล็ดพันธุ์ไม่ใช่สินค้า แต่เมล็ดพันธุ์คือชีวิต เราไม่ควรขายชีวิตให้ใคร เราต้องแจก โดยไปเชื่อมโยงกับกลุ่มเกษตรอินทรีย์ที่มีมากมายในเมืองไทย เราผลิตเมล็ดพันธุ์ให้เขา เขาก็ปลูกผักอินทรีย์ด้วยเมล็ดพันธุ์อินทรีย์ได้ แล้วเราก็พยายามให้ชาวบ้านเอาไปแจกต่อ ถ้าขายก็ต้องขายให้ถูก แต่ก็ยากเพราะหลายคนก็อยากได้เงินเยอะๆ มันไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะทำให้คนเห็นความจริงของชีวิตว่า เงินไม่ใช่ความมั่นคงอีกแล้ว เราอยากให้เห็นว่าอาหารคือความมั่นคงมากกว่าเงิน ถ้าเปลี่ยนความคิดตรงนี้ไม่ได้ ก็เปลี่ยนมาทำเกษตรอินทรีย์ไม่ได้ เปลี่ยนให้เขาหันมาเก็บเมล็ดพันธุ์เองไม่ได้
แต่ก็ยังมีความหวัง เพราะเศรษฐกิจกำลังทรุดลง อีกไม่นานเงินสกุลต่างๆ ก็จะพังลง ผมมีเพื่อนคนหนึ่งเป็นชาวอาร์เจนตินา พ่อของเขาเป็นข้าราชการทำงานมาแทบตายมีเงินเก็บอยู่ล้านกว่าๆ หวังว่าเกษียณแล้วจะใช้เงินนี้ในบั้นปลายชีวิต พอดีเจอเศรษฐกิจทรุด เงินล้านลดค่าเหลือไม่กี่แสน แทบจะฆ่าตัวตาย คือเงินมันไม่มีความมั่นคง แต่คนยังเชื่ออยู่ว่าเงินคือความมั่นคง แต่อาหารนี่สิ ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ไฟฟ้าดับ น้ำมันหมด เศรษฐกิจพัง เราก็ยังกินได้ตลอดเวลา ถ้ามีเงินกองเบ้อเริ่มเทิ่มอยู่ หิวขึ้นมาเรากินไม่ได้เลยนะ แต่อาหารกินได้ นี่คือความมั่นคงที่แท้จริง แทนที่เราจะสะสมเงิน เราต้องสะสมอาหาร ในสภาวะปัจจุบันกำลังบีบให้คนกลับมาสู่เรื่องนี้มากขึ้น ผมเห็นว่า ตอนนี้คือช่วงเวลาที่ดีที่สุดที่เราจะแนะนำว่าอาหารคือสิ่งที่สำคัญที่สุดในชีวิต
พี่โจนเก็บเมล็ดพันธ์แบบเดียวกับที่คุณยายเราเคยเก็บเลยนะเนี่ย จำไม่ได้แล้วว่ายายเคยปลูกต้นอะไร แต่มีผ้าสีขาวหุ้มและเอาไปเกี่ยวกะตะปูเหมือนกันเดียะ
เก็บมาเล่าให้ฟังกันต่อ
กลับไปบ้านรอบนี้ได้เห็นพัฒนาการที่ต่อยอดมากขึ้น
ตอนนี้บ้านเราซื้อผักน้อยลง เพราะสามารถปลูกได้เองมากขึ้น
ด้วยความเอาใจใส่ของพี่ๆและแม่เราเอง
เมล็ดพันธุ์นั้นส่วนใหญ่เลย ได้มาจากเพื่อนบ้านกันเอง
เวลาชาวบ้านเขาไปได้พันธุ์อะไรมา
ก็จะมาแบ่งปัน เอาไปปลูกหลายๆแปลง
พอได้ผล ก็จะแนะนำกันต่อๆไป
เราว่าสังคมอย่างนี้มันน่ารักดีอ่ะ
อุ้ย คิดถึงถั่วพลูอวบๆของอาม้วยกะอาแจ๋วจัง
^
^
ผักบ้าน madook แลดูน่ากินมาก อิอิ
คราวก่อนที่กลับบ้าน แม่เราบอกเหมือนกันว่าจะปลูกผักกินเอง
เราเองก็ยังไม่รู้ว่าจะออกมาแนวไหน แต่คิดว่าผักที่ปลูกเองน่าจะอร่อยกว่าที่ซื้อกินอยู่แล้ว (มั่นใจเว่อร์)
ผ้าสีขาวที่หุ้มเมล็ดไว้เหมือนตุ๊กตาไล่ฝนในอิ๊กคิวซังเลยอ่ะ ^^
Jing : เห็นด้วยเลย ผักปลูกเองนี้น่ารักกว่าผักซื้อตั้งเยอะ
มันจะบูดๆ เบี้ยวๆ ไม่ค่อยสวยนักหรอก แต่รับรองว่าปลอดภัยแน่ๆ
เงินทองของมายา ข้าวปลาสิของจริง!!!
‘เมล็ดพันธุ์คือชีวิต เราไม่ควรขายชีวิตให้ใคร’
เป็นคำพูดที่มีพลังมาก
“..เมล็ดพันธุ์คือชีวิต เราไม่ควรขายชีวิตให้ใคร”
ถ้าเกษตรกรเลิกเห็นเมล็ดพันธุ์และพืชผักที่ปลูกเป็นแค่สินค้า
แล้วหันมาดูแลให้เหมือนชีวิตอีกชีวิตหนึ่งในบ้านตัวเอง คงจะดีนะ
^^
เมล็ดพันธ์จะมีความสำคัญกับเกษตรกรมากเลย
ที่บ้านก็ปลูกข้าวกินเอง..ไม่มีซื้อกิน
เพราะเราจะรู้สึกว่าอายชาวบ้านเขา
ข้าวแบ่งเป็นสามส่วน
หนึ่ง..เก็บไว้กินทั้งปี
สอง..เก็บได้ทำพันธุ์
สาม..แบ่งขายเป็นรายได้ในครอบครัว
…เราจะเก็บข้าวเลือกที่ดีไว้เพื่อเป็นเมล็ดพันธ์
ในการทำนาในปีต่อไป
..ที่บ้านเพิ่งหว่านกล้าหลังสงกรานต์นี้เอง
หลังจากฟ้าแรกหล่นจากฟ้า
แต่เราก็ไม่รีบหว่านเมล็ดพันธ์ซะทีเดียว
ต้องรอฝนรอบสอง..รอบสาม
จนแน่ใจว่าน้ำในผืนนาจะไม่แห้งขอด
จนทำให้ต้นกล้าต้องขาดใจตาย
ก่อนที่จะมีโอกาสเติบโตเป็นต้นข้าว
และพลิดอกออกรวงเป็นผลผลิต
ไว้เลี้ยงครอบครัวต่อไป
..ถ้าเรามีความพอเพียง
และสามารถปลูกพืชไว้กินเอง
ในครอบครัวได้ก็จะไม่มีวันอับจน..
“กินทุกอย่างที่ปลูก ปลูกทุกอย่างที่กิน เหลือก็ไว้ขาย”
ทุกคนก็สามารถทำได้แม้จะเป็นคนเมือง
เราก็สามารถปลูกในกระถางก็ได้
โดยปลูกพืชกินได้..เป็นไม้ประดับกินได้
ชีวิตก็มีสุขเพียงพอแล้ว ):-
อยากได้เมล็ดพันธุ์บ้าง จะต้องทำไงดีคะ
noi : ดีจังเลย ไม่ต้องซื้อข้าวเลย
กว่าจะได้พันธุ์แท้ใหม่ที่มีคุณภาพ
ต้องใช้เวลาบ่มเพาะถึงเจ็ดปี
หากคิดในแง่มุมของชาวนาชาวไร่ที่ต้องหาเลี้ยงครอบครัว
ก็พอจะเข้าใจได้ว่าทำไม่ถึง “ไม่ทันกิน”
เพราะพวกเขาไม่เพียงแค่ดูแลปากท้อง
แต่ยังต้องส่งเสียลูกๆ ไปโรงเรียน
ค่าหนังสือ ค่าชุดนักเรียน
คงเอาแค่อาหารไปแลกไม่ได้
ในโลกแห่งความจริง เงินก็ยังจำเป็นอยู่วันยังค่ำสินะคะ
แอบอิจฉาความรักและความศรัทธาในสิ่งที่ทำของพี่โจน
ถ้าเราทุกคนทำงานด้วยความรู้สึกอย่างที่พี่ทำ สังคมเราคงมีแต่สิ่งดีๆ เน๊อะ
noi: อยากไปเที่ยวบ้านจังค่ะ ท่าทางจะน่านอน ^^
madook : ไม่ต้องซื้อ ยังพอแบ่งปันให้คนอื่นด้วย คนต่างจังหวัดนะเวลาญาติพี่น้องที่อยู่ไกลๆ มาเยี่ยม เราจะมีข้าว พริก ฯลฯ อะไรก็ได้ฝากกลับบ้านไปเสมอเราคิดว่าเป็นธรรมเนียมที่น่ารักดี
fean : ถ้าพอเพียง ก็เพียงพอ (มันอยู่ที่จาย)
niichi : ดีจัง..แล้วเลี้ยงวัวเป็นมั๊ย
ped > เป็นวิธีการเก็บที่คลาสสิกดีแท้นะครับ
madook > เป็นสวนเกษตรผสมผสานเลยเนอะ ดีจัง
Jing > เหมือนตุ๊กตาไล่ฝนจริงๆ ด้วย!
oum oum > พี่เขาพูดอะไรก็คมไปหมดเลยหละ น่าทึ่งจริงๆ ถ้านิตยสารของอูมเป็นรูปเป็นร่าง อย่าลืมหาโอกาสไปสัมภาษณ์พี่เขานะ
noi > จำได้ว่า แค่มะม่วงที่บ้านออกลูกก็ดีใจจะแย่ ถ้าถึงขนาดปลูกข้าวได้เองแบบนี้ มันคงเป็นความภูมิใจอันใหญ่หลวงของชีวิตแน่ๆ
โครมันยอง ยอง> เรื่องเมล็ดพันธุ์เดี๋ยวเช็กข้อมูลที่ถูกต้องให้อีกทีนะครับ
niichi > ไม่ใช่แค่อยากไปเที่ยวบ้าน noi ครับ อยากไปกินข้าวด้วย อยากเีรียกว่าข้าวแฮนด์เมด หรือข้าวทำมือจัง (มองโลกประสาคนเมืองห่างดินมากๆ เพราะชาวบ้านเขาปลูกข้าวกินกันเองทั้งน้าน จะตื่นเต้นทำไมนะทรงกลด)
ืnoi >> ตอนนี้ยังไม่เป็นจ๊ะ แต่เรียนได้แน่ๆ ^^
ดูคุณก้องจะตื่นเต้นกว่านิดอีกนะเนี่ย 555 จัดทริป จัดทริป
เที่ยวสนุกไม๊คะ ยินดีต้อนรับกลับเข้าเมืองค้าา ^^
zcongklod : ไปถึงเรือนชานกินข้าวสบายมาก ที่บ้านนะเราปลูกกินเอง แต่ก็ไม่ได้ปลูกทุกอย่างหรอกเพราะถ้าอยากกินค่อยไปขอบ้านป้าน้าอาใกล้เคียงกินได้ เช่น อยากกินมะม่วงก็วิ่งไปสอยข้างบ้าน เด็ดผักชะอมที่รั้วบ้านน้าสี เก็บใบขี้เหล็กสะเดาริมถนนสาธารณะ สอยใข่มดแดงที่สวนลุงใหญ่(เปล่าขโมยนะ )
ตอนเด็ก ๆ ยิ่งสนุก เลิกเรียนก็จะไปดักปลาในนา ใส่เบ็ด คล้องกะปอม เก็บเห็ด สนุกดี (ประสาเด็กนอก/บ้านนอก)เด็กสมัยนี้คงไม่มีแล้ว
niichi : ไม่ต้องเรียนหรอกจ้า ใช้ใจพอ
>> วิถีคนเมืองใช้เงินตราแลกเปล่ยนเป็นสำคัญ การแบ่งปันจึงน้อยลง เคยคุยกับน้องซึ่งเป็นเด็กเทพฯ น้องเขาเห็นท้องนากับควายเขาตื่นเต้นมาก แล้วถามว่า “ทำไมเขาไม่ถางหญ้า ปล่อยให้รกทำไม”
จึงตอบน้องกลับไปว่า “นั่นไม่ใช่หญ้านะ มันเป็นต้นกล้า ต้นข้าวที่เรากินทุกวันหละ”
เท่านั้นหละทุกคนก็ตื่นเต้นกว่าเดิมอีก
noi > บรรยากาศคลาสสิกสุดๆ
มีคนคิดว่าต้นข้าวเป็นต้นหญ้าเยอะมากกกกกก ยืนยันครับ
zcongklod : น่าเศร้าจัง..
สุดๆจริงๆครับ