«
»


สัมภาษณ์โจน จันใด ตอนที่ 4: เมล็ดพันธุ์

Posted by zcongklod on Apr 16, 2009

จากผู้บุกเบิกบ้านดิน ทำไมถึงเปลี่ยนมาทำเรื่องเมล็ดพันธุ์ล่ะครับ
จริงๆ แล้วผมไม่ได้สนใจทำเรื่องบ้านดินเลย ผมไม่ชอบเรื่องก่อสร้างเลย แค่บ้านดินมันก็เป็นคำตอบของชีวิตให้คนได้ เป็นทางเลือกให้คนได้ ผมก็เลยพยายามทำบ้านดินให้แพร่หลาย พอแพร่หลาย มีคนทำมากพอแล้ว ผมก็วางมือ ทุกวันนี้ผมไม่รับทำบ้านดินแล้ว ถ้าอยากเรียนก็มีที่ให้เรียนเยอะแยะ หรือตอนที่พวกเราทำบ้านกันก็มาเรียนได้ คือมันไม่ใช่สิ่งที่ผมอยากทำแล้ว สิ่งที่ผมอยากทำมานานแล้วแต่ยังไม่มีโอกาสคือการเก็บเมล็ดพันธุ์

ผมอยากทำมา 15 ปีแล้ว ตั้งแต่กลับจากกรุงเทพฯ ไปอยู่บ้านที่ยโสธรใหม่ๆ ผมเริ่มเห็นปัญหาของเมล็ดพันธุ์ เมล็ดพันธุ์แท้ๆ ดีๆ ที่เราเคยมีมันสูญหายไปอย่างรวดเร็ว เร็วจนไม่น่าเชื่อ เมื่อก่อนมีมะเขือพันธุ์หนึ่งลูกแบนๆ เหมือนฟักทอง ย่างแล้วเอามาทำน้ำพริกอร่อยมาก แต่ปัจจุบันหาไม่มีเลย แตงโมพันธุ์ที่ทรงยาวๆ ตอนเด็กๆ ผมชอบมากก็หายไปจากชุมชนแล้ว ผักพื้นบ้านมันหายไปอย่างรวดเร็ว ไปเดินในตลาดนี่แทบหาไม่ได้แล้ว

พันธุ์แท้ๆ ที่เหลือก็คือผักไทยแท้ อย่างเช่น ผักเชียงดา ผักกระถิน ผักแพว ผักกระโดน ผักเสม็ด ใบบัวบก สะเดา  สิ่งที่ไม่มีคนกิน มันจะยังเป็นพื้นบ้านต่อไป แต่สิ่งไหนที่คนกินมากๆ พันธุ์พื้นบ้านจะหายไปเร็วมาก เหลือแต่พันธุ์ผสมจากบริษัท กะเพราะก็มีแต่กะเพราผสม ใบใหญ่ รสชาติจืด กลิ่นไม่แรง บริษัทเขาจะผลิตพันธุ์ผสมออกมาเรื่อยๆ เพื่อทำให้พันธุ์พื้นบ้านหายไปเร็วที่สุด

ปัญหาที่รุนแรงที่สุดที่เกิดกับเมล็ดพันธุ์คืออะไรครับ
ผมเห็นปัญหาหลักๆ อยู่ 3 ปัญหา อันที่หนึ่ง คือการสูญหายไปของเมล็ดพันธุ์แท้ อันที่สองคือ พันธุ์ถูกพัฒนาให้อ่อนแอลง สาม อาหารของมนุษย์ไม่ปลอดภัยเพราะมีอะไรต่างๆ เกิดขึ้นหลายอย่าง ผมคิดว่า 3 อย่างนี้อาจทำให้มนุษย์สูญพันธุ์ได้

ถึงเมล็ดพันธุ์สูญหายไปบ้าง แต่เราก็กินที่เหลืออยู่ได้ไม่ใช่หรือครับ
เมล็ดพันธุ์ที่เราเอามาปลูกเพื่อใช้กินอยู่ทุกวันนี้ 80-90 เปอร์เซ็นต์มาจากพันธุ์ผสม หมายถึงพันธุ์ที่เอาไปปลูกต่อจะไม่ได้ผลผลิตเหมือนเดิม มันจะกลายพันธุ์ แล้วเมล็ดพันธุ์ที่มีในตลาดตอนนี้ประมาณ 10 เปอร์เซ็นต์เป็นพันธุ์ที่จำกัดการงอก คือ มีการพัฒนาพันธุ์แบบใหม่ด้วยการฉายรังสีเข้าไป หรือเอายีนบางตัวออกเพื่อให้ไม่มีเมล็ดเลย ทำให้คนปลูกต้องซื้อเมล็ดพันธุ์ทุกครั้งที่ปลูก นี่คือการพัฒนาเมล็ดพันธุ์เพื่อการตลาด เพื่อการผูกขาดเป็นหลัก ไม่ได้พัฒนามาเพื่อให้คนกิน

ในขณะที่ราคาเมล็ดพันธุ์แพงขึ้นๆ ตอนนี้เมล็ดพันธุ์ผักมากมายราคากิโลละเกินหนึ่งหมื่นบาท อย่างแตงโมนี่หมื่นสอง มะละกอหมื่นสามหมื่นสี่ พวกผักสลัดนี่บางพันธุ์กิโลละหกหมื่นบาท ชาวไร่ชาวนาที่มีรายได้เฉลี่ยปีละ 2-3 หมื่น ถ้าเขาต้องมาปลูกผักในราคาเท่านี้ เขาจะอยู่กันยังไง ถ้าเราซื้อเมล็ดพันธุ์ในราคาเท่านี้ แล้วรุ่นลูกเราต้องซื้อกิโลละเท่าไหร่ เมล็ดพันธุ์เป็นเรื่องที่มีความสำคัญ และเป็นประโยชน์กับคนรุ่นต่อไป ก็เลยอยากทำเรื่องนี้

การพัฒนาพันธุ์ข้าวที่เราได้ยินกันบ่อยๆ ก็ไม่ได้พัฒนาเพื่อคนหรือครับ
ข้าวทุกวันนี้ไม่ได้มีคุณค่าดีไปกว่าแต่ก่อนเลย เขาพัฒนาเพื่อให้ได้ผลผลิตมาก น้ำหนักดีเท่านั้นเอง แต่รสชาติมันเปลี่ยนไป คุณค่าทางอาหารมันเปลี่ยนไป ถ้ามองลึกๆ แล้วเขาไม่ได้พัฒนาเพื่อให้ได้อาหารที่มีคุณค่าขึ้น เขาพัฒนาเพื่อให้ได้ของแปลกเอาไปขายเท่านั้นเอง

สมัยจอมพลสฤษดิ์ เมืองไทยต้องการพัฒนาข้าวเพื่อส่งออก ต้องการเป็นผู้นำการส่งออกข้าวที่ใหญ่ที่สุดในโลก เขาก็ไปจ้างนักวิชาการจากสหรัฐมาคัดเลือกและพัฒนาพันธุ์ข้าว นักวิชาการคนนี้ก็สั่งให้รวบรวมพันธุ์ข้าวจากทั่วประเทศ ได้มาสองร้อยกว่าชนิดก็ลองปลูก เอาปุ๋ยไปใส่ แปลงไหนที่ตอบสนองต่อปุ๋ยดี คือใส่ปุ๋ยแล้วโตดี เขาก็เก็บไว้ แปลงไหนไม่ชอบปุ๋ยก็ตัดออก พันธุ์ข้าวที่ได้คือพันธุ์ที่ชอบปุ๋ยทั้งสิ้น มหาวิทยาลัยต่างๆ ก็สอนเทคนิคเดียวกันหมด ทุกวันนี้เราเลยพัฒนาแต่พันธุ์ที่ตอบสนองต่อสารเคมีทั้งสิ้น พันธุ์ที่เราปลูกกันอยู่ทุกวันนี้จึงอยู่ไม่ได้ถ้าไม่มีปุ๋ยเคมี ยาฆ่าแมลง เพราะเขาเลือกแต่พันธุ์อ่อนแอพวกนี้ไว้ คนปลูกจึงจำเป็นต้องใช้สารเคมีตลอด เวลาขายก็ขายเป็นเซ็ต ซื้อเมล็ดพันธุ์แล้วก็ต้องซื้อปุ๋ยกับยาฆ่าแมลงไปด้วย ไม่ใช้ก็ไม่ได้ เพราะมันจะไม่โต

อย่างข้าวหอมมะลิแท้ เมล็ดเล็กๆ ก้นเรียวๆ หุงแล้วหอมไกลมาก แต่ทุกวันนี้เราพัฒนาให้เมล็ดใหญ่ ให้รวงดก แต่กลิ่นไม่เหมือนเดิม ไม่หอม รสชาติก็ไม่เหมือนเดิม แต่ได้ผลผลิตสูง ปลูกแล้วขายได้ การพัฒนาพันธุ์ในปัจจุบันไม่ได้พัฒนาในคนกิน แต่เพื่อขาย เพื่อยึดครองตลาด เท่านั้นเอง

เวลาชาวบ้านเขาพัฒนาพันธุ์ข้าว เขาคัดเลือกพันธุ์ที่ดีจริงๆ เอามาปลูกต่อ แจกจ่ายต่อ แต่ภาคธุรกิจกับรัฐบาลกลับทำในสิ่งที่ตรงกันข้าม คือเขาพัฒนาพันธุ์ที่อ่อนแอที่สุด แต่ให้ผลผลิตมาก รสชาติไม่ต้องพูดถึง แย่ อายุก็สั้นมาก อย่างมะเขือเทศพื้นบ้าน ถ้าดินดีน้ำดีอาหารดีมันอยู่ได้เป็นปี พันธุ์ที่ผมปลูก ต้นเดียวเลี้ยง 2 ครอบครัวได้สบาย เก็บทีนึงเป็นถัง แต่พันธุ์ที่ไปซื้อเมล็ดมา ลูกมันจะดกมาก 3 เดือนกว่าๆ ลูกเต็มต้นเลย ออกครั้งเดียวแล้วก็ตายเลย รสชาติก็แย่

รู้ไหมว่าทำไมมะเขือเทศที่เรากินทุกวันนี้ถึงเหนียว เพราะว่าฟาร์มใหญ่ๆ ที่ปลูกมะเขือเทศมีพื้นที่เป็นพันไร่ มันเสียเวลามากที่จะใช้คนขนมะเขือเทศ เขาเลยใช้สายพานส่งมะเขือเทศจากปลายไร่กลับมาในโรงงาน มะเขือเทศก็กลิ้งมาตามสายพาน ถ้าเป็นมะเขือเทศปกติมันจะช้ำและแตก เขาก็เลยออกแบบให้มันเหนียว จะได้ขนส่งไกลๆ ได้ หรือบางอย่างก็ออกแบบให้มีสีแดง แต่ยังไม่สุก จะได้เก็บไว้ขายได้นานๆ รสชาติไม่ได้เรื่อง

รสชาติของอาหารคือสิ่งที่บอกถึงคุณค่าที่มีอยู่ในอาหาร ผักพื้นบ้านมีรสฝาด รสขม รสเปรี้ยว หลายๆ รส แต่ผักที่เราซื้อจากซูเปอร์มาร์เก็ตทุกวันนี้รสชาติเหมือนกันหมด คือจืด น้ำเยอะ เป็นผักที่เติบโตจาก NPK ไนโตรเจน ฟอสฟอรัส โปแตสเซียม ทุกวันนี้เราเหมือนกินพืชสังเคราะห์ ไม่ใช่พืชธรรมชาติ

เวลาคนแก่ตามบ้านนอกเข้ามาในเมืองเขาจะกินอะไรไม่ค่อยได้ กินปลาก็ไม่อร่อย เพราะเป็นปลาเลี้ยง ปลาเลี้ยงเนื้อมันยุ่ย กินไก่ย่างก็บอกว่าจืดเหมือนกินฟองน้ำ เพราะเป็นไก่ฟาร์ม คนที่โตมากับไก่ฟาร์มอาจจะบอกว่าไก่พื้นบ้านมันเหนียวเกินไป เพราะเราไม่คุ้น ทุกวันนี้เราไม่ได้สนใจเรื่องรสชาติอาหารแล้ว เราถูกฝึกให้บริโภคกินในสิ่งที่เขาอยากให้กิน ตอนนี้อะไรจะอร่อยหรือไม่อร่อยมันขึ้นกับผงชูรสกับซอส การปรุงอาหารเมื่อก่อนมีแต่เกลือ แต่ทุกวันนี้ซอสอะไรต่ออะไรเป็นแถวเลย เพราะอาหารที่เรากินมันไม่มีรสชาติ ต้องหารสชาติมาอันเข้าไปเยอะๆ จนไม่รู้ว่าวันนี้เรากินอะไรแล้ว

อาหารของเราอยู่ในภาวะวิกฤตมาก เมล็ดพันธุ์ของเราสูญหายไป และอยู่ในกำมือของคนไม่กี่คน แล้วก็คนไม่กี่คนก็พัฒนาเมล็ดพันธุ์มาเพื่อผูกขาด ไม่ได้พัฒนาเพื่อให้คนมีสุขภาพที่ดีขึ้น อันนี้ทำให้เราเห็นว่าจำเป็นต้องรีบทำอะไรสักอย่างเพื่อระงับวิกฤตที่จะตามมาในเร็วๆ นี้ วิกฤตทางอาหารถือว่าเป็นเรื่องใหญ่มาก ทุกชีวิตอยู่ได้เพราะอาหาร ไม่มีอาหารเราก็อยู่ไม่ได้

เมื่อก่อนชาวไร่ชาวนาสามารถพัฒนาพันธุ์เองได้ ทำไมยุคนี้ถึงไม่ทำกันแล้ว
พันธุ์ผสมมันอยู่ในมือของคนกลุ่มหนึ่งซึ่งคุมตลาดด้วย เขาก็บังคับให้ชาวบ้านปลูกพันธุ์ที่เป็นพันธุ์ผสมทั้งหมด ปลูกไป 2-3 ปี พันธุ์พื้นบ้านก็หมดไป จะกลับมาหาก็ไม่มีเมล็ดพันธุ์แล้ว ก็ไม่มีทางเลือก บริษัทบอกให้ปลูกอะไรก็ต้องปลูก อย่างแถวนี้เขาปลูกข้าวโพดกัน บริษัทก็เอาเมล็ดพันธุ์ เอาปุ๋ย เอายาฆ่าแมลงมาให้ ชาวนาแค่ใช้แรงแล้วก็ที่ดินของตัวเอง ปลูกเสร็จก็ขายคืนเขา เหมือจะได้เงินเยอะ แต่พอหักกลบลบหนี้แล้วก็ไม่เหลืออะไร บริษัทได้ผลประโยชน์ไป เอาไปแต่ผักดีๆ ผักที่ไม่ดีชาวบ้านก็ต้องรับผิดชอบ นอกจากต้องขายในราคาถูกแล้วชาวบ้านต้องรับผิดชอบความเสียหายเอง มันเป็นระบบใหม่ที่ทำให้ชาวไร่ชาวนาต้องกลายมาเป็นทาสบนผืนนาของตัวเอง ยิ่งทำงานมากก็ยิ่งจน ยิ่งขยันยิ่งหนี้มาก

ถ้าไปเอาพันธุ์อื่นมาปลูกเขาก็ไม่รับซื้อ นี่คือตัวบีบที่ทำให้เกษตรกรไม่สามารถปลูกพันธุ์พื้นบ้านได้ นอกจากจะปลูกแล้วเอาไปหาทางขายเอง ซึ่งเกษตรกรไม่ค่อยชอบ เพราะเขาชอบปลูกมากกว่าชอบขาย ทำให้ไม่มีใครคิดจะเก็บหรือเพาะเมล็ดพันธุ์เอง ใครๆ ก็รู้สึกว่าซื้อเอาง่ายกว่า ยื่นเงินให้ก็ได้มา แต่ไม่มีใครคิดว่า ต้องใช้เวลานานเท่าไหร่กว่าจะได้เงินมา

17 Comments »

พ.นวล:

น่าสนใจมากๆ ค่ะ
ตอนนี้รู้แล้วว่า ในเวลาเย็นย่ำของชีวิตควรจะทำอะไร

April 16th, 2009 | 9:46 am

พอพี่ก้องไม่อยู่ เว็บก็ดูเงียบๆแหะ

–”

April 16th, 2009 | 5:16 pm
Lonely i Ped:

อาหารที่นั่นรสชาติเป็นยังไงมั่งคะ
อ่านแล้วอยากกินอาหารพันธุ์แท้จัง

April 16th, 2009 | 8:28 pm
fern:

อยากให้บทสัมภาษณ์นี้เผยแพร่ไปได้กว้างๆ จังค่ะ เพราะเชื่อว่ายังมีคนอีกจำนวนมากที่เชื่อว่า เมล็ดพันธุ์ีที่เพาะและพัฒนาจากบริษัทดังๆ ตามวิธีวิทยาศาสตร์เป็นเมล็ดพันธุ์ที่แข็งแรงหรือดีที่สุด
บางที มุมมองของเกษตรกรรักษ์โลกอย่างคุณโจนอาจช่วยให้หลายคนเปิดตามองเห็นพืชผักที่ทานทุกวันในแง่มุมที่ต่างไปจากเดิมก็ได้ค่ะ

April 17th, 2009 | 2:35 am
madook:

fern >> เราเคยขออนุญาติพี่ก้องเอาไปเผยแพร่ต่อแล้ว
มาช่วยกันมั้ย สารดีๆแบบนี้จะได้ทั่วถึงกันและกัน :)

April 17th, 2009 | 8:28 am

วิกฤติเมล็ดพันธุ์ดูน่ากลัวมากอ่ะ
อ่านแล้วก็ท้อใจ -_-”

เห็นด้วยเหมือนกัน ที่ว่าเว๊บดูเหงาๆไป
เรื่องเผยแพร่ข้อมูลนี่ โฆษณาให้เพื่อนเข้ามาอ่านเว๊บพี่ก้องแล้ว หลอกได้หลายคนอยู่ ฮ่าๆ :p เรื่องดีๆอย่างนี้มีหรือที่จะไม่บอกต่อ

ว่าแต่…มีใครอยากไปเที่ยวบ้านพี่โจนมั่ง?

April 17th, 2009 | 2:15 pm
madook:

ช่วงสงกรานต์ที่ผ่านได้มีโอกาสไปเดินเล่นที่ตลาดนัดแถวบ้าน
เห็นผักมัดเป็นกำๆ วางขายอยู่ แม่ค้าบอกว่า กำละ 5 บาท10 บาท
ก็เลยเดินเข้าไปดู อุ๊ย น้ำลายไหล ทั้งผักปลั่ง ยอดอีแมะ(ยอดมะระ)
ยอดฟักทอง ยอดตำลึงค์ สายบัว ฯลฯ นานาสารพัน ยิ้มแก้มแถบปริ
เราอยู่ในเมือง ชีวิตวนเวียนอยู่กับอาหารตามสั่งเดิมๆเหมือนที่พี่โจนเล่า
พอกลับไปเจอชนบทบ้านเรา มันเหมือนได้กลับมาเป็นเด็กอีกครั้ง
วันนั้นเลยได้ผักสดมาทานสด+ลวกจิ้มน้ำพริกสูตรเด็ด(ฝีมือเราเองแล)(แอบขี้โม้)
จนแม่แซวว่า ยังกะไม่เคยพบเคยเห็น 5555 อร่อยสุดๆ

ของแท้ยังไงมันก็เป็นของแท้เนอะ ถึงรูปร่างมันจะบูดๆเบี้ยวๆไปบ้าง
แต่รับรองปลอดภัย

April 17th, 2009 | 5:07 pm

Madook >> ยอดตำลึงน้า ไม่ใช่ยอดตำลึงค์ อิอิ

April 17th, 2009 | 7:54 pm

พ.นวล > ไว้ไปทำด้วยกันที่เชียงดาวครับพี่ :)

ecOnuizer > ตอนพี่อยู่เว็บก็เงียบๆ ครับ ฮ่าๆๆ

Lonely i Ped > เป็นอาหารมังสวิรัติ อร่อยสุดๆ ครับ สามารถไปหาชิมได้ที่ร้านอาหารในวัดสวนดอก ในตัวเมืองเชียงใหม่ครับ

fern > เรื่องเผยแพร่ต่อนี่ไม่ว่ากันครับ แต่เลือกช่องทางดีๆ นะครับ

Jing > ถ้ารวมตัวคนที่อยากไปบ้านพี่โจนกันได้ประมาณนึง ก็จัดไปกันเล้ยยยย

madook > ผักปลั่งเป็นไงอะครับ

April 17th, 2009 | 9:49 pm
gibz:

บ้านพี่โจน อยากไปๆๆ

April 17th, 2009 | 9:58 pm
madook:

ped >> ขอบคุณมากๆ นะ เราว่าแล้วเชียว อุตส่าห์ระวัง
พิมพ์ผิดจนได้ โทดทีๆ
(จริงๆมันเป็นชื่อวงดนตรีของกลุ่มพี่ๆเราเองน่ะ เราก็เลยเพลินเลย)

zcongklod >> พี่ก้อง จ๋าก็อธิบายไม่ค่อยถูกนะ แต่มันเป็นพืชล้มลุก ไม้เลื้อยเหมือนตำลึง(ถูกแล้วทีนี้ 555)
ใบมันจะอวบน้ำ เอามาทำแกงเลียงอร่อยที่สุด 555 พูดแล้วหิว
จ๋าไม่แน่ใจว่าที่อื่นเค้าเรียกว่าอะไร แต่แม่จ๋าเรียกมันว่า ผักปลั่ง ออ เคยได้ยินคนอื่นเรียก ผักปลัง แฮๆ ก็ไม่ได้ต่างกันเนอะ

April 18th, 2009 | 8:52 am
โครมันยอง:

อยากไปมั่ง คะ ว่าแต่มีเป้นรายการทีวีหรือหนังสือไหมค่ะ
แล้วเมล็ดพันธุ์พวกนี้..มีจำหน่ายไหมค่ะที่ไหนเอ่ย

ว่าแต่อ่านแล้วเห็นภาพเลยค่ะ น่ากลัวมากมาย เราว่าประชากรในประเทศเกษตรกรรมอย่างเราควรตระหนักมากมายว่ามันสำคัญขนาดไหน
….
ทริปบ้านพี่โจ ไปด้วยคนค่ะ

April 19th, 2009 | 12:35 pm
patty_pom:

แอบมาเห็นด้วยอีกคน ที่จะไปเรียนรู้การปลูกผักกันอย่างจริงจังที่บ้านพี่โจน อยากไปด้วยอีกคน

อันนี้อ่านแล้วเข้าใจพี่โจนมากๆเลยล่ะ เพราะมีอยู่ช่วงนึง รู้สึกว่ากินอะไรก็ไม่ค่อยอร่อยเหมือนเมื่อก่อน เบื่ออาหารไปพักนึงเลย

โชคดีที่เราเป็นเด็กต่างจังหวัด เลยยังพอจะรู้จักผักพื้นบ้านบ้าง โดยเฉพาะพ่อป๋อม มีผักแปลกๆมาเพียบเลย

April 21st, 2009 | 9:13 pm
niichi:

ยิ่งอ่านยิ่งทึ่ง เป็นคนที่รู้เยอะมาก และใช้ชีวิตด้วยความรู้ ด้วยปัญญาจริงๆเลย

อยากใ้ห้คนได้อ่านบทสัมภาษณ์พี่เค้าเยอะๆ จัง ^^

April 25th, 2009 | 4:23 pm

โครมันยอง > เรื่องรายการทีวีหรือหนังสือนี่ไม่แน่ใจเลยครับ แต่คิดว่าคงยังไม่ค่อยมีมั้ง โดยเฉพาะหนังสือที่พี่โจนเขียนเอง พี่เขาไม่ชอบถ่ายทอดด้วยการเขียนครับ เขาเน้นการทำมากกว่า

เมล็ดพันธุ์พี่เขาแจกที่ศูนย์เลย คนที่จะเอาไปปลูกต่อหยิบไปได้คนละหยิบ

May 1st, 2009 | 8:09 pm

กลับบ้านชวนแม่ไปตลาดต้นไม้ เพราะอยากจะแต่งสวน
ไปถึงร้านแม่อยากได้บานชื่น ดอกโต สีสด
แม่บอกว่าเจ้าพวกนี้ปลุกได้แค่ครั้งเดียวก็ยุบ ไม่ขยายพันธุ์ต่อ
สลดใจมากๆค่ะ ดอกไม้ใบหญ้าผักพื้นเมืองต้องมาถูกตัดตอนไม่ให้แพร่พันธุ์ตามธรรมชาติเพราะความเห็นแก่ตัวของคนแท้ๆ

September 23rd, 2009 | 7:54 pm

[...] / ปัจจัย 4 / เกษตรพันธุ์ใหม่ / เมล็ดพันธุ์ / เก็บเมล็ดพันธุ์ / จีเอ็มโอ / [...]

January 16th, 2010 | 5:13 am
Leave a Reply

Comment

*
To prove you're a person (not a spam script), type the security word shown in the picture. Click on the picture to hear an audio file of the word.
Click to hear an audio file of the anti-spam word