สัมภาษณ์โจน จันใด ตอนที่ 3: เกษตรพันธุ์ใหม่
Posted by zcongklod on Apr 13, 2009

สนุกกับการใช้ชีวิตแบบชาวบ้านไหมครับ
ผมกลับไปอยู่บ้าน แต่ผมไม่ได้อยู่แบบชาวบ้าน เพราะชาวบ้านทั้งหลายเขาปลูกเพื่อขาย ผมมองเห็นว่ายิ่งปลูกเพื่อขายก็ยิ่งไม่เหลืออะไร ผมมองเห็นภาพของชาวบ้านเหมือนกับทาสคนหนึ่งที่เกิดขึ้นมามีความซื่อสัตย์และจงรักภักดีต่อนายทาสอย่างมาก มากจนไม่คิดถึงตัวเอง เพราะว่าทุกวันนี้ชาวบ้านทั้งหมดทำงานเพื่อคนอื่นทั้งสิ้น ไม่มีใครทำงานเพื่อตัวเอง คนในเมืองก็ไม่ต่างกัน เป็นทาสที่น่าสงสารมาก ทุกวันนี้เราทำงานหนักยิ่งกว่าทาสทุกยุคทุกสมัย เราทำงานหนักแล้วเราไม่ได้อะไรเลย เรากินอะไรก็ได้เพื่อให้เรามีเวลาทำงานมากขึ้น กินมาม่าทุกวัน กินบะหมี่ กินอะไรง่ายๆ โดยไม่ได้คิดถึงสุขภาพเลย กินปลากระป๋อง กินทุกวันเพื่อจะได้มีเวลาทำงาน
พอมีลูก เราก็ผลักลูกเข้าโรงเรียนเลย เพื่อที่เราจะได้มีเวลาทำงาน ทั้งที่ลูกมันอยากอยู่กับพ่อแม่ อยากจะเรียนรู้ความรักจากพ่อแม่ แต่เราก็ผลักลูกไปโรงเรียนหมด เราไม่ได้มีครอบครัวอีกแล้ว เราปลีกตัวออกมาเพื่อที่จะไม่ได้มีภาระ เพื่อที่จะได้ทำงานมากขึ้น
ชาวบ้านปลูกข้าวโพด ปลูกอะไรตลอดทั้งปีทั้งชาติ ยิ่งปลูกก็ยิ่งมีหนี้ แต่ทำไมยังทำอยู่ ไม่มีใครถามตัวเองเลยว่า ปลูกแล้วไม่ได้อะไร มีแต่หนี้แล้วทำไปทำไม พอมาคิดดูชัดๆ เราจะพบว่าคนเหล่านี้ถูกปิดหูปิดตาไม่ให้เห็นความจริงในชีวิต สื่อก็บอกว่า ถ้าคุณอยากมีความสุข คุณต้องซื้ออันนี้ คุณต้องการความมั่นใจ คุณต้องใช้โรลออนชนิดนี้ ผ้าอนามัยชนิดนี้ ถ้าต้องการอิสรเสรีภาพต้องมีโทรศัพท์รุ่นนี้ มีบัตรเครดิตแบบนี้ ไม่มีใครบอกเราเลยว่า คุณมีความสุขแล้ว นั่นทำให้ชาวบ้านไม่มีโอกาสคิด ชาวบ้านทั้งหลายจึงกลายเป็นเครื่องมือของภาคธุรกิจโดยไม่รู้ตัว
ทันทีที่คิดจะลงทุนปลูกพืชผัก เราต้องหาเงินสดไปจ่ายค่าเมล็ดพันธุ์ ค่ายา ค่าปุ๋ย เริ่มต้นจากการเป็นหนี้ แล้วเราก็เสี่ยง เหมือนยืมเงินคนมาเล่นการพนัน เพราะปลูกผักจะได้หรือไม่ได้มันขึ้นกับดินฟ้าอากาศ โรคและแมลง แล้วก็ขึ้นอยู่กับคนที่มารับซื้อ ปัจจัยมันเยอะเหลือเกิน ชาวไร่ชาวนาทั้งหลายจึงอยู่ในสถานะของนักการพนันที่แย่ที่สุด ไม่มีโอกาสที่จะลืมตาอ้าปากได้ ถ้าเราปลูกเพื่อขายเราจะติดกับดักทันที คนที่คิดจะปลูกเพื่อขาย ไม่มีใครรวย ไม่มีใครไม่เป็นหนี้ เพราะเราจะติดกับดักธุรกิจเกษตรเคมีทันที
แบบนี้ ผมเป็นชาวบ้านไม่ได้ ผมไม่สามารถพัฒนาตัวเองไปยังวิถีที่สังคมโลกเป็นในปัจจุบัน ผมต้องการกลับไปสู่อดีต ไปต่อยอดจากอดีตขึ้นมา เพื่อทำให้ชีวิตง่ายขึ้นและสุขขึ้น ชีวิตเราสั้นมาก เราจะใช้ชีวิตบนโลกนี้เพื่ออะไร คิดตรงนี้แล้ว ผมก็คิดว่าผมต้องแสวงหาความสงบสุขให้ตัวเอง แสวงหาความง่ายให้ตัวเอง จะได้มีเวลาอยู่กับตัวเอง อยู่กับครอบครัวมากขึ้น
ผมเลยคิดว่า ผมจะทำเพื่อกิน เรากินพริก กินมะเขือ กินหอม กินกระเทียม ก็ปลูก แต่ไม่เกินอย่างละ 5 ต้น ก็อยู่ได้แล้ว กินไม่เคยหมด ถ้าเก็บไปขายเราจะได้เงิน 200-300 บาทต่อวัน อย่างกระจอกที่สุดคือ 50 บาท คนอื่นอาจคิดว่าเงิน 50 บาทไม่มีค่าอะไรเลย แต่ครอบครัวเราไม่มีค่าใช้จ่าย เงิน 50 บาทถือว่ามาก
อย่างครูที่โรงเรียนจบปริญญาตรีเงินเดือนหมื่นนึง วันดีคืนดีก็ต้องมาขอยืมเงินแม่ผมที่จบป.4 ไม่มีรายได้อะไรมากมาย นั่นแสดงว่า ถ้าอยากรวยจะจน ถ้าอยากจนจะมีเงินเหลือใช้ นั่นคือความจริงที่ผมค้นพบกับตัวเอง ถ้าใครอยากปลดหนี้ต้องกลับมาสู่การพึ่งตัวเอง ต้องกลับมาทำอยู่ทำกิน เหลือกินแล้วขาย ทำอย่างนี้ไม่นานใช้หนี้ได้หมด เพราะผมทำมาแล้ว ผมไม่ได้พูดจากการฟังคนอื่น หรือเห็นคนอื่นมา พูดจากประสบการณ์จริง หลายๆ คนก็เริ่มปลดหนี้ได้สามแสนสี่แสน ในเวลาแค่ 2-3 ปีเท่านั้นเอง ไม่ใช่เรื่องยากเลย หลังจากนั้นก็มีเงินเก็บ ชีวิตมันไม่มีอะไรซับซ้อนเลย แต่เราไม่ถูกสอนให้คิดอะไรที่มันง่าย
ในขณะเดียวกัน ผมก็เริ่มเห็นว่าเมล็ดพันธุ์มันอยู่ในภาวะที่วิกฤตมาก มันสูญหายไปอย่างรวดเร็วจนน่ากลัว หลายอย่างที่เราเห็นตอนเป็นเด็ก ตอนนี้ไม่หลงเหลือแล้ว ถ้าเราต้องซื้อเมล็ดพันธุ์ทุกครั้งที่เราปลูก ก็เหมือนกับการเติมน้ำในตุ่มที่มีรูเต็มไปหมด เติมเท่าไหร่ก็ไม่เต็ม เพราะรูมันรั่วออกไปตลอด ฉะนั้นทำไมเราต้องเติมมัน ทำไมเราไม่อุดรู วิธีอุดรูรั่วดีที่สุดคือ การลดการซื้อลง โดยเฉพาะอาหาร อาหารเป็นค่าใช้จ่ายที่รุนแรงและหนักที่สุดในชีวิตของเราในปัจจุบัน แค่ลดการซื้ออาหารอย่างเดียวเราก็จะมีเงินเหลือมากขึ้นโดยไม่ต้องทำงานเพิ่ม ก็อยากจะให้ชาวบ้านได้เห็น ได้คิด
แต่ผมไม่ถนัดในการชักชวนให้คนมาทำ ผมไม่เคยพูดให้ชาวบ้านฟังเลยว่า ต้องมาทำอย่างผมนะ ต้องมาทำอย่างนี้ เราจะไม่ไปหาชาวบ้าน แต่จะให้ชาวบ้านมาหาเรา เรามีความเชื่อว่า เราจะไม่ไปเปลี่ยนความคิดของคนอื่น เพราะในความเป็นจริง เราเปลี่ยนคนอื่นไม่ได้หรอก เขาต้องเปลี่ยนตัวเขาเอง เราก็ทำในสิ่งที่เราอยากทำ พอชาวบ้านเห็น เขาก็มาถามเอง
แล้วถ้าชาวบ้านไม่สนใจ
ก็ไม่เป็นไร ก็เป็นเรื่องของชาวบ้าน แต่ผมรู้สึกสบายแล้ว เบาแล้ว สิ่งที่ผมทำอยู่มันเป็นไปไม่ได้ที่จะไม่มีคนสนใจสภาพเศรษฐกิจในระบบปัจจุบันมันบีบให้คนต้องสนใจอยู่แล้ว เพราะมันไม่มีทางเลือก มันเป็นทางตันที่ไปต่อไม่ได้แล้ว มันต้องกลับมาหาทางนี้
อยากรู้ว่าจะมีใครที่ทำได้อย่างพี่เค้าอีกมั๊ย??
)
ชีวิตนึงอยากลองอยู่แบบไม่ต้องมีเงินเข้ามาเกี่ยวข้องบ้าง
แต่ก็นะคะ..
ชีวิตคนเืมืองมันเปลี่ยนแทบจะไม่ได้แล้ว
ปล.พี่ก้องสบายดีมั๊ย?? ไปอยู่ไหนแล้ว??
)
ดูแลสุขภาพด้วยนะคะ
วันนี้อยู่อุบลแล้วรึป่าว??
)
เอิร์นอยู่อุบลแหละ
อยากเจอพี่ก้องงงงง
><
เคยวางแผนจะใช้ชีวิตแบบนี้
แต่ทุกคนไม่เห็นด้วย ชักแม่น้ำ 500 สาย
สรุป ปัจจุบันนี้ ใช้ชีวิตตามที่ทุกคนต้องการ
ยกเว้นตัวเรา
ถ้าหลายๆคนในบ้านเราคิดแบบพี่โจน สังคมคงจะเรียบง่ายกว่าที่เป็นอยู่ตอนนี้
ท่านเจ้าบ้าน and the gang ไปเล่นน้ำที่ไหนเนี่ยขอให้สนุกนะคะ
ขอบคุณนะคะพี่ก้อง
ขนาดอยู่ระหว่างโบกรถ ยังมีเวลามาเขียนเรื่องดีๆ ให้อ่าน
อ่านบทสัมภาษณ์ของพี่โจนแล้วรู้สึกว่า
จริงๆ แล้ว ชีิวิตมันก็ แค่นั้นเอง
กินอิ่ม นอนหลับ มีความสุข
เดินทางปลอดภัยนะคะ
จะคอยฟังข่าวคราวค่ะ
“ถ้าอยากรวยจะจน ถ้าอยากจนจะมีเงินเหลือใช้”
ตื่นมารดน้ำต้นไม้ ปลูกผักกิน เหลือกินก็ขาย
มีความพอดี ที่พอเพียง
ชีวิตพี่เค้าสะอาดจัง..
แค่อยากแวะมาขอบคุณทึ่มีขอเขียนดีๆ,ที่เป็นตัวอย่างคนรุ่นใหม่ที่ทำงานเพี่อสังคมอออกมาสมำ่เสมอค่ะ
เดินทางดีๆ นะคับ
ขอบคุณที่ยังสละเวลามีเรื่องดีๆ ให้อ่านเรื่อยๆ
นึกว่าจะต้องรอตั้งเดือนนึงกว่าจะได้เห็นตัวหนังสือของพี่ก้องอีก
อ่อ..สุขสันต์ปีใหม่ไทยค่ะ ^^
เรื่องดีๆ มีไว้ให้แบ่งปันเนอะ :>
อ๊ะ ตอบคอมเมนท์แรก
คนที่ใช้ชีวิตแบบนี้ มีอยู่เยอะนะคะ
แต่ไม่มีคนรู้เท่าไหร่
ตอนเรียนอยู่ต่างจังหวัด ก็เคยเห็นว่ามีชาวบ้านที่ใช้ชีวิตแบบนี้เยอะมาก
เป็นชีวิตที่น่าอิจฉาสุดๆ
คมมากๆ ได้ใจสุดๆอ่ะ ^^
ถ้ามีเกษตรกรพันธุ์ใหม่อย่างพี่โจนยอะๆนี่
ประเทศไทยน่าจะมีคนเป็นหนี้น้อยลง
ไม่ใช่เฉพาะเกษตรกรด้วย
ใช้ได้กับทุกคน ทุกอาชีพจริงๆ
EarNz* > ในเมืองไทยมีคนที่ใช้ชีวิตแบบพี่เขาเยอะมากครับ แต่อาจจะไม่เป็นที่รับรู้ของคนทั่วไป
ตอนนี้พวกเราถึงจังหวัดเลยกันแล้วครับ
fern > ไม่ได้เขียนตอนเที่ยวครับ เขียนตั้งแต่ก่อนไป แล้วก็ตั้งเวลาอัพล่วงหน้าไว้ครับ
robo_kob > สุขสันต์วันปีใหม่ไทยเช่นกันครับ
ถ้าอยากรวยจะจน ถ้าอยากจนจะมีเงินเหลือใช้ นั่นคือความจริงที่ผมค้นพบกับตัวเอง ถ้าใครอยากปลดหนี้ต้องกลับมาสู่การพึ่งตัวเอง ….
พูดเหมือนอ.ยงยุทธ เลยเน๊อะ ^^
พี่เค้ามีชีวิตที่น่าอิจฉามากๆเลย