«
»


หนึ่งบอกหนึ่งเป็นสอง

Posted by zcongklod on Apr 1, 2009

เรื่องและภาพ > ทรงกลด บางยี่ขัน

1.
……….“เรากำลังโกหกโลกกันอยู่”
……….อาจารย์ยงยุทธ จรรยารักษ์บอกผมอย่างนั้น เมื่อผมเล่าว่าหลังจากทริปไม้-เมือง-ร้อน ผ่านพ้นไป ผู้คนที่ร่วมเดินทางด้วยกันในครั้งนี้จะลงมือทำอะไรบางอย่างเพื่อบอกเล่าความจริงเกี่ยวกับเรื่องโลกร้อนให้โลกรู้ในวัน April Fool’s Day หรือ ‘วันแห่งการโกหก’
……….เราไม่ได้เล่าความเท็จเรื่องโลกร้อนแค่ในวันที่ 1 เมษายน แต่เรากำลังเล่าซ้ำแล้วซ้ำเล่าทุกวัน
……….เรื่องนี้น่าจะสนุกขึ้น ถ้าเราย้ายไปยืนคุยกันข้างนาเกลือ สถานที่แสนธรรมดาที่ไม่น่าจะเกี่ยวอะไรกับทางออกของปัญหาโลกร้อน
……….“โลกร้อนเพราะคนใจร้อน” อาจารย์ยงยุทธพูดถึงต้นตอของปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างที่ตำราเล่มไหนก็ไม่เคยเขียนถึง “พอคนใจร้อน เราก็มีเทคโนโลยี เครื่องอำนวยความสะดวกเยอะขึ้น เราอำนวยความสะดวกกันจนเกินความพอดีของธรรมชาติ”
……….สิ่งที่ไม่ได้อยู่ในตำรา ไม่ได้แปลว่า ไม่น่าเก็บไปคิด
……….“โลกที่เราอยู่ทุกวันนี้เป็นมายาหมดเลย เพราะเราชอบเอาความรู้จากตำรา ไม่เอาความรู้ที่แท้จริงในตัวคน ทำไมความรู้ในตัวคนถึงเป็นความรู้จริง เพราะเวลาเขียนตำรา เขาเขียนจากสิ่งแวดล้อมที่ไหนก็ไม่รู้ วัฒนธรรมแบบไหนก็ไม่รู้ ปัจจัยมันแตกต่างกันหมดเลย แล้วก็ไปบังคับให้ทุกคนใช้เหมือนกัน ฝรั่งเขาเน้นตำรา แต่วิถีไทยของเราเน้นความรู้ในตัวคน เรามีตำราน้อยมาก แต่มีภูมิปัญญาเยอะ” อาจารย์ยงยุทธย้ำอย่างที่เคยพร่ำบอกมาตลอดอีกครั้งว่า “ผมอยากให้ทุกคนมีปัญญา ไม่ใช่ความรู้”
……….ทุกชีวิตบนโลกใบนี้ขาดเกลือไม่ได้ ครั้งหนึ่งเกลือจึงถูกยกย่องว่ามีค่าประหนึ่งทองคำ จนเกิดประโยคที่ว่า White is new gold. จากนั้นไม่นาน ในยุคอุตสาหกรรมที่น้ำมันทำหน้าที่เป็นเลือดของโลก ก็มีคนพูดกันว่า Black is new gold. พอเราเผาน้ำมันกันจนเริ่มคิดได้ เราก็เปลี่ยนใจมาบอกว่า Green is new gold. สิ่งแวดล้อมต่างหากที่มีค่าเหนือสิ่งอื่นใด
……….การทำงานของนาเกลือนั้น ไม่มีอะไรซับซ้อน พอน้ำขึ้น น้ำทะเลก็ไหลเข้ามาสู่แปลงที่เตรียมไว้ด้วยแรงวิดของกังหันลม แล้วแดดก็ช่วยแยกตะกอน ทำให้น้ำทะเลตกผลึกกลายเป็นเกลือ มองเผินๆ การทำเกลือนั้นไม่มีอะไรน่าสนใจ แต่เมื่อมองดีๆ จะพบว่ามันเป็นการผลิตที่แสนจะสะอาด ไม่ปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ขึ้นสู่บรรยากาศแม้เพียงนิด
……….พลังงานที่ใช้ในนาเกลือนั้นมาจากดวงอาทิตย์ เริ่มจากแรงดึงดูดของดวงอาทิตย์กับดวงจันทร์ทำให้ระดับน้ำทะเลสูงขึ้น แล้วความร้อนจากดวงอาทิตย์ก็ทำให้น้ำทะเลระเหยหายเหลือไว้แต่เกลือ แล้วก็ตั้งกังหันใช้พลังงานลมช่วยวิดน้ำเข้านาเกลือ การทำเกลือจึงเป็นอุตสาหกรรมที่ใช้พลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานลมมาตั้งแต่อดีตกาลนานโพ้น
……….“พลังงานหลักจริงๆ ของโลกคือดวงอาทิตย์ ส่วนพลังงานน้ำมันกับไฟฟ้าคือพลังงานทดแทน แต่เรากลับไปบอกว่า พลังงานจากดวงอาทิตย์เป็นพลังงานทดแทน แล้วพลังงานหลักคือน้ำมันกับไฟฟ้า มันตลกไหม” อาจารย์ยงยุทธหันมาถามพวกเรา
……….“โลกไม่เคยโกหกเราหรอก มีแต่เราที่โกหกโลก”

2.
……….เมื่อตอนที่โลกถือกำเนิดขึ้นมาใหม่ๆ อากาศในตอนนั้นมีส่วนผสมของคาร์บอนไดออกไซด์อยู่ 98 เปอร์เซ็นต์ และไม่มีออกซิเจนเลย แต่ตอนนี้ คาร์บอนไดออกไซด์ในอากาศเหลือเพียง 0.03 เปอร์เซ็นต์ ส่วนออกซิเจนเพิ่มเป็น 21 เปอร์เซ็นต์ คำถามคือ คาร์บอนไดออกไซด์มันหายไปไหน?
……….เมื่อโลกเย็นตัวลง จนเกิดน้ำ ทุกอย่างในโลกก็เปลี่ยนไป น้ำทำให้แร่ธาตุและสารประกอบต่างๆ ไหลมารวมกันจนเกิดเป็นสิ่งมีชีวิตเซลล์เดียวแล้วพัฒนาขึ้นมาเรื่อยๆ เมื่อเกิดต้นไม้ต้นแรกในโลก มันก็หายใจเอาคาร์บอนไดออกไซด์เข้าไป แล้วเอาพลังงานแสงที่ได้รับจากดวงอาทิตย์ไประเบิดโมเลกุลของน้ำในลำต้น ปล่อยเป็นออกซิเจนออกมา ส่วนไฮโดรเจนก็เอาไปใช้เกี่ยวคาร์บอนเพื่อเก็บพลังงานไว้ในรูปของน้ำตาล การปล่อยออกซิเจนออกมาก็ช่วยให้สามารถสันดาปน้ำตาลให้คืนพลังงานคาร์บอนกลับมาได้ และเมื่อพืชรับพลังงานความร้อนและพลังงานแสงจากดวงอาทิตย์มาเก็บไว้ มันก็สามารถคืนรูปให้กลายเป็นพลังงานความร้อนและแสงเมื่อเราเผามัน การทำงานของพืชจึงเป็นเทคโนโลยีที่สมบูรณ์แบบที่สุดเท่าที่โลกนี้เคยมีมา
……….เมื่อพืชดูดคาร์บอนไดออกไซด์เข้ามาแล้วปล่อยออกซิเจนกลับไปนานๆ เข้าก็ทำให้คาร์บอนไดออกไซด์ในอากาศลดปริมาณลง และออกซิเจนเพิ่มปริมาณมากขึ้น คาร์บอนที่หายไปจากบรรยากาศนั้นถูกเก็บไว้ในพืช เมื่อสัตว์มากินพืช คาร์บอนก็ถูกถ่ายโอนไปอยู่ในร่างกายสัตว์ และเมื่อทั้งพืชและสัตว์ล้มตายลง ทับถมกันอยู่ใต้โลกเป็นเวลานาน คาร์บอนเหล่านั้นก็เปลี่ยนรูปเป็นถ่านหิน น้ำมัน และก๊าซธรรมชาติ
……….เมื่อวันหนึ่งที่มนุษย์รู้จักการขุดเชื้อเพลิงฟอสซิลจากใต้โลกเหล่านี้ขึ้นมาใช้ ก็เท่ากับว่า เราได้เอาคาร์บอนที่ต้นไม้ดูดจากบรรยากาศมาปล่อยคืนสู่บรรยากาศนั่นเอง
……….คาร์บอนไดออกไซด์เป็นหนึ่งในก๊าซเรือนกระจก และเป็นตัวการสำคัญที่สุดที่กักเก็บความร้อนภายในโลกเอาไว้ไม่ให้ระบายออก โลกเราจึงเริ่มร้อนขึ้นเรื่อยๆ

3.
……….“ร้อนไหม” อาจารย์ยงยุทธถามพวกเราในระหว่างที่นั่งพักในศาลาบนเขายี่สารตอนบ่ายต้นๆ
……….“ไม่ร้อน” ใครบางคนตอบ
……….“ทำไมถึงไม่ร้อน” อาจารย์ยงยุทธหันมาถาม ก่อนจะเฉลยว่า “ดวงอาทิตย์ทำให้เราไม่ร้อน พลังงานส่วนหนึ่งของดวงอาทิตย์ที่ส่องลงมาเมื่อกระทบพื้น มันก็เปลี่ยนเป็นความร้อน ดินกับน้ำมันมีความจุความร้อนไม่เท่ากัน ดินมันจะร้อนก่อน อากาศเหนือดินที่ร้อนเลยยกตัวขึ้น ส่วนอากาศเหนือน้ำที่เย็นกว่าก็ไหลเข้ามาแทนที่ เราเรียกว่าอากาศที่ไหลนี้ว่า กระแสลม (wind) ส่วนอากาศร้อนที่ยกตัวขึ้นเราเรียกว่า กระแสอากาศ (current) ที่ไหนก็ตามที่ร้อนจัด ความเร็วของ current จะแรง กระแสลมที่มาตามพื้นก็จะแรงตาม เพราะฉะนั้นเมื่ออุณหภูมิของอากาศสูงขึ้น เลยทำให้เกิดวาตภัยบ่อย และรุนแรงขึ้น”
……….เมื่อโลกร้อนขึ้นก็เผาน้ำในแหล่งน้ำต่างๆ ให้ระเหยมากขึ้น ทำให้ฝนตกมากขึ้น แต่ในพื้นที่หลังเขาที่ฝนตกน้อยก็จะแล้งขึ้น “สิ่งที่สำคัญของภาวะโลกร้อนคือ การเปลี่ยนแปลงของกระแสอากาศ พอกระแสอากาศเปลี่ยนสิ่งมีชีวิตในโลกทั้งหมดก็เปลี่ยน เพราะถ้าอากาศและฤดูกาลมันสม่ำเสมอ ผลหมากรากไม้ก็ออกดอกออกผลตามฤดูกาล สร้างอาหารตามฤดูกาล แต่พอมันไม่เป็นไปตามฤดูกาล ผลผลิตทางอาหารก็ปั่นป่วนทั้งโลก ผลผลิตข้าวในเมืองไทยก็ลดลง เมื่อขาดอาหาร มนุษย์ก็ต้องลุกขึ้นมาแย่งชิงกัน ฆ่าฟันกันมากขึ้น”

4.
……….“เราชอบความสะดวกสบาย พลังงานไฟฟ้ามันสบายตรงไหน ตรงที่มันอยู่ในอำนาจของมนุษย์ อยากให้มีก็กด มันก็มี อยากให้หยุด มันก็หยุด เราชอบทำตัวอหังการ์ ชอบควบคุมทุกอย่างให้เป็นไปอย่างที่ฉันต้องการ แสงอาทิตย์คือพลังงานหลัก ส่วนไฟฟ้าคือพลังงานที่เลวที่สุดในโลก” อาจารย์ยงยุทธเว้นจังหวะให้หยุดคิด
……….“กว่าจะมาเป็นไฟฟ้า ดวงอาทิตย์ต้องส่งพลังงานมาที่โลก แล้วก็ถูกเปลี่ยนเป็นพลังงานน้ำ พลังงานลม พลังงานความร้อน เหลือแค่ 0.2 เปอร์เซ็นต์ที่ถูกเปลี่ยนเป็นพลังงานชีวภาพเก็บไว้ในพืช เราต้องรอให้ 0.2 เปอร์เซ็นต์นี้จมดินกลายเป็นถ่านหิน น้ำมัน ก๊าซธรรมชาติก่อนแล้วค่อยขุดมาใช้ พลังงาน lost ไปแล้วเท่าไหร่
……….“พอขุดพลังงานพวกนี้ขึ้นมาใช้ ก็เอามาเผาให้กลายเป็นความร้อนอีกครั้ง แต่ไอ้ความร้อนที่เรามีดันไม่ใช้ เพราะเราอยากได้ความร้อนที่ควบคุมได้ พลังงานความร้อนที่เผาได้ จะเอาไปใช้เลยก็ไม่ได้ เอาไปต้มน้ำกว่าจะเดือด กว่าจะกลายเป็นไอน้ำวิ่งไปตามท่อ lost ไปตลอดทาง เมื่อถึงปลายทางปะทะกับใบพัดก็ lost ออกไปเรื่อยๆ กว่าใบพัดจะหมุนปั่นออกมาเป็นกระแสไฟฟ้า แล้วก็ต้องยกให้เป็นกระแสไฟแรงสูง จะได้มีแรงดันส่งไปตามสายได้ ซึ่งก็ lost ไปตลอดทางอีกมหาศาล จากไฟฟ้าแรงดันสูงพอมาถึงในเมือง ก็ต้องผ่านสถานีไฟฟ้าย่อยเพื่อลดให้กลายเป็นไฟฟ้าแรงดันต่ำ ส่งมาถึงหน้าบ้านก็ยังใช้ไม่ได้ ต้องผ่านหม้อแปลงเปลี่ยนให้เป็นไฟฟ้ากระแสสลับ วิ่งตามสายเข้ามาในบ้าน ผ่านสวิตช์ไฟไปติดหลอดไฟ เกิดเป็นพลังงานความร้อนเพื่อเผาหลอดให้เรืองแสงขึ้นมา เราถึงได้พลังงานแสง เห็นไหมว่ามัน lost ไปเท่าไหร่ ในการกดสวิตช์ไฟหนึ่งแก๊ก เพื่อให้ได้แสงสว่าง”
……….อาจารย์ยงยุทธชี้มือให้ดูนอกศาลา นั่นคือแสงสว่างที่เราได้มาฟรีๆ จากดวงอาทิตย์ พร้อมใช้งานได้ทันที
……….“ในวิถีไทยของเรา เราใช้พลังงานน้ำ พลังงานกล เสื้อผ้าเราก็ตากลมตากแดด เราไม่ต้องพึ่งพาพลังงานไฟฟ้าเลย เรามีแหล่งพลังงานเยอะมาก แต่เราบอกว่ามันไม่ทันสมัย เฮาต้องพัฒนา วิธีการของเฮาก็ทำอย่างเนี้ย วิธีการสู้กับโลกร้อนที่ดีที่สุดคือ ปรับตัวเองให้สอดคล้องกับธรรมชาติ ใช้ทุกอย่างที่ธรรมชาติให้มาให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด”

5.
……….“ถ้าโลกนี้ไม่มีคนจะเป็นยังไง”
……….อาจารย์ยงยุทธโยนอีกคำถามให้พวกเรา
……….“ป่าจะเต็มโลกเลย” อาจารย์เฉลย “เมื่อป่าเต็มโลก สัตว์ป่าก็เต็มโลก โลกจะมีความมั่นคงมากขึ้น เพราะต้นไม้คือพลังงานแปรรูป แหล่งอาหาร แล้วต้นไม้ก็มีความหลากหลาย สัตว์ที่มากินก็มีความหลากหลาย ระบบนิเวศก็จะมีเยอะขึ้นเป็นล้านระบบ เมื่อล่มไประบบนึง ระบบอื่นก็ยังหมุนได้ตามปกติ โลกจึงมั่นคงมาก
……….“แต่พอมนุษย์เกิดมา มนุษย์คิดว่าเขาเป็นเจ้าของโลก ไปอยู่ที่ไหนก็ห้ามชีวิตอื่นเข้ามายุ่งเกี่ยว เอาปูน เอายางมะตอยเททับ ไม่ให้ชีวิตอื่นอยู่นอกจากตัวเอง เราใช้ที่นอนแค่เตียงเดียว ถ้าต้นไม้จะขึ้น ใบไม้จะร่วงก็ควรปล่อยเขา จุลชีพหรืออะไรก็อยู่ของเขาไป เพราะมันเป็นของโลก ไม่ใช่ของเรา เราก็อยู่เท่าที่จำเป็นต้องอยู่ ไม่ใช่ไปจำกัดสิทธิ์ของคนอื่นเขาหมด แล้วก็ไปรุกรานธรรมชาติ”

6.
……….“เราจะสู้โลกร้อนด้วยธรรมะได้ยังไงครับ” ใครบางคนถามขึ้นมาต่อหน้าพระพุทธบาทจำลอง
……….“การสู้โลกร้อนด้วยธรรมะก็คือ การทำบุญด้วยการไม่ทำ” อาจารย์ยงยุทธตอบ “ที่เราทำบุญน่ะ เราทำด้วยสิ่งที่เหลือจากตัวเรา ถ้าเราไม่เทคจนเหลือ คนอีกหลายคนก็จะไม่เดือดร้อน”
……….การไม่ทำบุญ อาจจะได้บุญมากกว่าการที่เรามุ่งแสวงหาผลประโยชน์จนคนอื่นเดือดร้อน แล้วเอาเพียงส่วนเล็กๆ ของผลประโยชน์ที่ได้นั้นมาทำบุญ
……….อาจารย์ยงยุทธท่านมองแบบนั้น

7.
……….“พัฒนา แปลว่าอะไร แปลว่าทันสมัยหรือเปล่า” อาจารย์ยงยุทธชวนทุกคนคิด
……….“ไม่ใช่ พัฒนาแปลว่า พึ่งตนเอง มันคือ self-survive ไม่ใช่ modernize เพราะ modernize คือการทำให้เหมือนคนอื่นที่ไม่ใช่ตัวเรา เราต้องเปลี่ยนการใช้ชีวิต นั่นคือสาเหตุที่ทำให้เมืองไทยร้อน เมืองไทยควรจะเย็นสบาย เต็มไปด้วยแม่น้ำลำคลอง เราก็ถมหมด แล้วหันมาใช้เทคโนโลยี รถยนต์ อะไรต่ออะไร
……….“การพึ่งตัวเอง เราต้องทบทวนว่าชีวิตเราในวันนี้ อะไรบ้างที่เราพึ่งตัวเองไม่ได้ ที่บ้านมีตุ่มน้ำไหม ไม่มี มีแต่น้ำจากฝักบัว ถ้าน้ำประปาหยุดไหลล่ะ เราจะทำยังไง ที่บ้านมีแสงสว่างให้ใช้โดยที่ไม่ต้องใช้ไฟฟ้าไหม ถ้าไฟฟ้าดับทำยังไง ครัวเรามีเตาถ่านไหม ถ้าแก๊สหมดทำยังไง
……….“เรามีขาไว้เดิน เราใช้มันบ้างไหม พอไม่ใช้มันก็อ่อนแอลงเรื่อยๆ แล้วเราก็จะพึ่งตัวเองไม่ได้”
……….อาจารย์ยงยุทธบอกว่า ประเทศไทยของเราเป็นชาติเดียวในโลกที่มีพัฒนาการสูงที่สุด เพราะในระดับครัวเรือนเราสามารถพึ่งตัวเองได้ทุกอย่าง ไม่อะไรต้องซื้อหา พาหนะ เรือนแพ ก็ทำเอง เครื่องนุ่งห่ม ยารักษาโรค ก็คิดเองได้ ทุกคนล้วนมีความรู้ทางการแพทย์
……….“แต่เพราะเราอยากสร้างความทันสมัย เราเลยทำลายศักยภาพตัวเองหมด แล้วก็หันไปพึ่งทุกอย่าง”
……….แล้วทางรอดจากปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ คืออะไร?
……….“เราต้องอยู่ให้ได้เหมือนแมลงสาบ มันอยู่มาก่อนไดโนเสาร์ แต่มันก็ยังอยู่มาได้ถึงวันนี้ เพราะมันทำตัวเองให้ไม่มีข้อจำกัด ยืดหยุ่นตลอด ในน้ำก็อยู่ได้ บนดินก็อยู่ได้ บนต้นไม้ก็อยู่ได้ อะไรก็กินได้หมด มันไม่เดือดร้อนว่าโลกจะเป็นยังไง เพราะมันพึ่งตัวเองมาตลอด ถ้าเราพยายามปรับชีวิตของเราให้ยืนหยัดด้วยขาของเรา ความคิดของเรา ด้วยมือของเรา ไม่ว่าโลกจะเป็นยังไง เราจะไม่เดือดร้อน เพราะเราจะปรับตัวตามโลกได้ทัน”

บทความนี้เป็นส่วนหนึ่งของแคมเปญ April Truth’s Day ครับ
แคมเปญที่ผู้คนมากมายพร้อมใจกันพูดความจริงเรื่องโลกร้อน ในวันที่คนส่วนใหญ่พูดเรื่องลวงกัน
นอกจากบทความชิ้นนี้แล้ว ยังมีเรื่องราวอีกมากมายที่ถูกเขียนอยู่ในเว็บไซต์กว่าร้อยแห่ง
และกิจกรรมอีกมากมาย
ดูรายละเอียดได้ที่นี่เลยครับ

53 Comments »

พลอย:

เรียบร้อยแล้วเช่นกันค่ะ
ไม่อลังการ แต่ก็ตั้งใจเน้อ

สนุกมากค่ะ ขอบคุณทุกคนเลยนะคะ

April 1st, 2009 | 12:04 am

เริ่มกันแล้วสิ !!

:)

April 1st, 2009 | 12:08 am
todayispresent:

รายงานตัวค่ะ สุขสนุกดีจริงๆ

ขอให้เดินทางปลอดภัยนะคะ :)

April 1st, 2009 | 12:14 am
niichi:

เข้ามา up แล้วค้าา

คุณก้องเก็บรายละเอียดได้เยอะจัง เล่าสนุกด้วยอ่ะ ^^

April 1st, 2009 | 12:15 am

เรียบร้อยแล้วคร้าบบบบ

April 1st, 2009 | 12:28 am
LOVE...SKY:

เรียบร้อยแล้วค่าาา

April 1st, 2009 | 12:31 am

เรียบร้อยแล้วเหมือนกันค่ะ
เดี๋ยวเอาผลงานไปโชว์ในบอร์ดนะ ^^

เย่

April 1st, 2009 | 12:31 am

กำลังปั่นอยู่จ้า…อีกเพียงครู่เดียว :)

April 1st, 2009 | 12:32 am

ตามมาอีกหนึ่งค่ะ

แปะแล้วสองที่ diaryis กับ multiply

:D

April 1st, 2009 | 12:34 am

Happy April Truth’s Day

เดินทางเดือนนึง ขอให้มีรอยยิ้มเยอะๆนะคะ : )

April 1st, 2009 | 12:36 am

upload เรียบร้อยแล้วเหมือนกัน
มารายงานตัว :)
ตื่นเต้นอ่ะ

พี่ก้องเดินทางปลอดภัยน๊า โบกเผื่อด้วยนะพี่ ^^
อย่าลืมส่งข่าวผ่านเครือข่ายต้นไม้ขี้เหงาบ้างนะคะ

April 1st, 2009 | 12:59 am

เรียบร้อยแล้วค่ะพี่ก้องและทุกคน ^^

April 1st, 2009 | 1:27 am

คราวนี้เสร็จแล้วแน่ๆ ค่ะ แปะไปแล้ว 2 ที่คือ multiply กับ bloggang(ใช้ชื่อเดียวกันค่ะ)
และกำลังจะเอาไปแปะต่อตามที่ต่างๆ เพิ่มเติม อาทิเช่น facebook hi5 สนุกสนานๆ :)

April 1st, 2009 | 1:27 am

หนึ่งบอกหนึ่งจะเป็นสองล้านแล้ว ฮ่าๆ
เดินทางปลอดภัย ไม่ต้องห่วงงานทางนี้นะพี่ แฮ่ : D

April 1st, 2009 | 1:32 am

อัพเรียบร้อย มึนๆ คอมค้างบ่อยค่ะ
แต่ก็สำเร็จไปได้ด้วยดี
รู้สึกตื่นเต้นยังไงบอกไม่ถูก ดีใจที่ได้มีส่วนร่วมกะเขาบ้าง

โบกรถดีๆนะคะพี่ก้อง :)

April 1st, 2009 | 1:37 am
Lonely i Ped:

เรียบร้อยแล้วเหมือนกันค่ะ
สุขสนุกสนานดีจังแคมเปญนี้

April 1st, 2009 | 1:50 am
fern:

ไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ
แต่อยากเป็นคนหนึ่งที่มีส่วนช่วยโลกค่ะ
อ่านของพี่ก้องเป็นคนแรก
และจะตามอ่านของผู้ร่วมโครงการคนอื่นๆ นะคะ
ชอบที่อาจารย์ยงยุทธบอกให้ทำตัวเหมือนแมลงสาบจังค่ะ
ฟังแล้วคิดถึงเจ้าแมลงสาบน้อง สหายของ wall-e สองคนที่เหลือรอดบนโลก
จะไปบอกเพื่อนๆ ให้เข้ามาอ่านนะคะ :)

ขอให้พี่ก้องโบกรถปลอดภัย
เจอแต่คนน่ารักๆ เรื่องน่าจดจำตลอดทางนะคะ

April 1st, 2009 | 1:55 am
Fiilmzz:

แวะมารายงานตัว อัพแล้วค่ะ :) )

เดินทางปลอดภัย

ได้เรื่องราวดีดีมาบอกเล่าต่อนะค่ะตลอดหนึ่งเดือนนี้

April 1st, 2009 | 2:03 am
อ.แก้ว:

อัพลง hi5 ไม่สำเร็จ T^T

April 1st, 2009 | 8:13 am
Shau_Leuw_Hiang:

ลงกันหมดแล้วหรอ…
เรายังไม่ไปถึงไหนเลย ^ ^’

เดี๋ยวจะทยอยลงไปเรื่อยๆ นะคะ

ป.ล. คุณ fern สามารถมีส่วนร่วมกับโครงการได้ โดยการเผยแพร่เรื่องราวต่อไปตั้งแต่ตอนนี้เลยนะคะ ไม่ลงชื่อไว้ก็ไม่เป็นไรค่ะ มาช่วยกันเยอะๆ สนุกดี :)

April 1st, 2009 | 8:19 am

ไม่เกินวันนี้แน่นอนกร้าบ….
รออ่านกันได้เลย…..

ขยันกันทุกคนเลยนะ อายจัง

April 1st, 2009 | 8:23 am

วะ วะ ว้าวว

ยิ่งหย่ายย มากก

อัพเรียบร้อยแล้วค่ะ

(เข้าค่ายอยู่ล่ะ ไม่ได้ฟังวิทยากรเลย
แอบอัพเรื่องจริงอยู่)

April 1st, 2009 | 8:52 am
patty_pom:

มารายงานตัวค่ะ

เรียบร้อยแล้วเมือนกัน

รู้สึกดีเนอะ

April 1st, 2009 | 10:13 am
EarNz*:

เรียบร้อยแล้วเหมือนกันค่ะ
:) )

จริงอย่างที่คุณมายบอกนะคะ
หนึ่งบอกหนึ่งจะเป็นสองล้านแล้ว!!

เดินทางปลอดภัยค่ะ
><

April 1st, 2009 | 10:21 am

เขียนแล้วนะคะ ช้าหน่อยเพราะที่ blog จัดหน้าลำบากมาก

ขอบคุณกิจกรรมดี ๆ น่าสนุก และน่าตื่นเต้นมากค่ะ :)

April 1st, 2009 | 10:24 am
ปลาย:

เรียบร้อยค่ะพี่ก้อง
อาจไม่ได้ดีดั่งใจต้องการเท่าไหร่
แต่ก็ทำเต็มที่เท่าๆ ที่หัวใจส่วนที่ยังไม่ถูกทำร้ายมันยังพอหายใจได้ (ฮา)

ส่วนในคอลัมน์ “พรานอักษร” กลับถึงกรุงเทพฯ จะรีบจัดการให้เลยค่ะ
ตอนนี้ดูนี่ไปก่อน

http://www.oknation.net/blog/hyacinth/2009/04/01/entry-1

อ้าว…วันนี้ออกเดินทางแล้วนิ

ไปล่ะ…จะเก็บเสื้อผ้าหนีฟ้าฝนเมืองยะลากลับกรุงเทพฯ แล้วเหมือนกัน

April 1st, 2009 | 10:29 am

อัพเรียบร้อยแล้วนะคะท่านผู้ใหญ่บ้านฯ

ขอขอบคุณเรื่องราวสุดสร้างสรรค์ ของคุณ Lonely i ped ด้วยนะคะ

^^

ปล.ไปดีมาดีนะท่านผู้ใหญ่บ้านฯ
รวมถึงเพื่อนร่วมทาง ทั้งหนุ่มพุงกลมและสาวผู้โชคร้ายด้วย
ขอให้โชคดีเดินทางสนุกและสบาย(ใจ)เน้อ
รออ่านๆ ^^

April 1st, 2009 | 2:00 pm
pa:

ได้ความรู้เยอะเลยค่ะ
เดินทางสนุก+ปลอดภัยค่ะ ^^

April 1st, 2009 | 2:35 pm

:)

เดินทางปลอดภัยนะคะ

April 1st, 2009 | 3:48 pm

แวะมาส่งการบ้านพี่ก้องที่ช้าไปมาก เพราะพยายามงมเอาแฟลชลงไดฯ อยู่

ซึ่งสุดท้ายก็ทำไม่ได้ – -”

ไปโบกให้ดีและสนุกนะคะ รอฟังอยู่เรื่อยๆ

สุดท้าย Happy April Truth’s Day ค่ะทุกคน

April 1st, 2009 | 4:38 pm

รู้สึกว่าการอัพบล๊อกของผมวันนี้ ผมมีความสุขที่สุด…

สวัสดีวันโกหกโลกครับ

http://pooooooooom.diaryis.com/?20090401

April 1st, 2009 | 4:46 pm

ขอแอบเอาเรื่องราวจาก block นี้ไป FW mail ให้เพื่อนๆนะคะ ขอให้ท่านผู้ใหญบ้าน(แอบเรียกตาม คุณpattararanee)เจอแต่คนดีๆ และเรื่องสนุกๆ ตลอดการเดินทาง ระวังเปียกฝนและเป็นหวัดน้า

April 1st, 2009 | 9:14 pm

สวัสดีครับญาติมิตรทุกท่าน
ขอบคุณที่ร่วมกันเผยแพร่เรื่องราวดีๆ นะครับ
ใครอยากนำข้อมูลในส่วนไหนไปใช้ก็เชิญได้เต็มที่
ขอแค่ช่วยลงชื่อผู้เขียนสักนิดก็พอครับ

เสียดายที่ตอนนี้ไม่มีโอกาสได้ตามเข้าไปอ่านเว็บไซต์ของทุกคน แต่กลับมาถึงกรุงเทพฯ แล้วจะรีบตามเข้าไปอ่านนะครับ

ทรงกลด รายงานสดจากอำเภอสะเดา (รู้ไหมว่าจังหวัดอะไร)

April 1st, 2009 | 10:51 pm

อ้อ มีใครได้อ่านเซคชั่นจุดประกายในกรุงเทพธุรกิจในวันนี้ไหมครับ
เขียนเรื่องนี้หนึ่งหน้าเต็มๆ เดียว
ขอบคุณชัยนะครับที่เขียนถึง :)

April 1st, 2009 | 11:03 pm

ยะลา?

ไปไกลถึงนู่นแล้วเหรอนี่
อ๊ะ รึว่าลิปจำผิด
ฮ่า ฮ่า

April 1st, 2009 | 11:23 pm

สะเดาจิ้มน้ำพริกอร่อยนะ อิ อิ อำเภอสะเดา >> จังหวัดสงขลา จ้า ทำไมไปเร็วจังเลยละคะ

April 1st, 2009 | 11:58 pm

เริ่มต้นที่สะเดา สงขลา หรือนี่
พี่ก้องนอนไหนกันอ่ะ เข้ามารายงานตอน 5 ทุ่ม!

ยังไม่ได้อ่านจุดประกายเลยค่ะ
เดี๋ยวไปหามาอ่านดีกว่า :)

April 2nd, 2009 | 1:11 am

เข้าไปอ่านเรียบร้อยแล้ว ดีจังๆ ^^
ใครยังไม่ได้อ่านก็เข้าไปอ่านได้ที่ link นี้เลยค่ะ
http://www.bangkokbiznews.com/home/detail/life-style/lifestyle/20090401/29887/April-Truth’s-Day-ถึงคราว-ความจริง-ปรากฏ.html

เมื่อกี๊ไปอ่าน blog พี่เอ๋มา รู้ละว่าคืนแรกนอนที่ไหน
ดีใจด้วยนะพี่ก้อง เจอคนไทยใจดีตั้งแต่วันแรกเลย ^^
พรุ่งนี้ขอให้เจอจุดเริ่มต้นที่ตั้งใจไว้นะคะ

April 2nd, 2009 | 1:32 am

รายงานบางส่วนจากมัลติพลายค่ะ ฮ้อตมากค่ะพีก้อง!!
ได้รับการตอบรับที่ดีมากกกกก…สบายใจได้เลยค่ะพี่ก้องใครๆก็พูดถึง (แรกๆเห็นงงกัน ว่าเป็นอะไรกันเนี่ย 55)บางบ้านก็เขียนตามด้วย เย้ เย

แวะไปดูมาหลายบ้านอ่านจนตาแฉะแล้ว สำเร็จๆ

โล่งใจที่พี่ๆได้ที่นอนแล้ว เอาหล่ะเก็บแรง แล้วลุยต่อเพราะเส้นทางนั้นยังอีกหลายร้อยกิโล..^^ เดินทางปลอดภัยเจอคนไทยใจดีเยอะๆนะค้า

April 2nd, 2009 | 1:44 am
EarNz*:

สบายใจที่ทุกคนยังปลอดภัยอยู่
ลงไปข้างล่างก็ระวังๆด้วยนะคะ
:) )

ถ้าผ่านมาทางอีสานก็แวะมาทักทายบ้างก็ดีนะ!

อำเภอสะเดาดูน่ากินน

April 2nd, 2009 | 7:40 am
ecOnuizer:

“รายงายสดจาก..”

เหมือนนักข่าวท้องถิ่นเลยคับพี่

ถ้าผ่านไปแถวม็อบนี่ จะกลายสภาพเป็นนักข่าวการเมืองแน่นอน

:)

April 2nd, 2009 | 11:25 am
gibz:

สามจังหวัดที่ยังคงแสวงเครื่องซะด้วย
ปลอดภัยกลับมานะทุกคน

April 2nd, 2009 | 5:28 pm
Fiilmzz:

ว้าา ๆ ถึง สงขลา แล้ว

จาเลยมากระบี่ป่ะเนี่ยย อิอิ

:) ))

April 2nd, 2009 | 10:23 pm

มีโอกาสได้แวะไปอ่านบางเว็บมาบ้างแล้วครับ
ดูเหมือนมีคอมเมนต์ในทางที่ดีเนอะ
เว็บใคร หรือสื่อต่างๆ ของใคร มีฟีดแบคยังไง ก็บอกกล่าวกันบ้างนะครับ อยากรู้ๆ :)

ส่วนเรื่องการเดินทาง ตอนนี้พวกเราเดินใต้สายฝนกันอยู่ที่เบตงแล้วครับ พรุ่งนี้จะมุ่งหน้าไปนราธิวาสต่อไป

April 2nd, 2009 | 11:13 pm

เคยทำงานที่นั่น ผู้คนที่นั่นถึงจะดูหน้าดุ แต่จริงๆส่วนใหญ่จะใจดีคะ
ป.ล.เดินทางระวังลื่นล้มนะ & อย่าลืมแวะกินอาหารทะเลแสนอร่อยน้า

April 3rd, 2009 | 12:28 am

ผลลัพธ์ของ “วันพูดความจริง” สุดยอดมากค่ะพี่ก้อง
กระแสตอบรับดีมาก มีหลายบ้านเอาไปเขียนต่อกันด้วย
มีการตามหากันในไดอารี่อีกต่างหาก ฮ่าๆๆ สนุกดี
พอเห็นผลเป็นแบบนี้แล้วก็ชื่นใจเนอะ

ไว้โอกาสหน้าจัดแคมเปญอะไรขึ้นมาอีกนะคะ ร่วมด้วยแน่ๆ

เมื่อกี้เพิ่งอ่านบล็อกพี่เอ๋มา ขอให้เดินทางปลอดภัยกันทุกคนค่ะ
ทั้งพี่ก้อง พี่เอ๋ แล้วก็สาวผู้โชคดีคนนั้นด้วย :)

ป.ล. ได้แอนติแสปมเป็นคำว่า share ด้วยนะเออ เข้ากับวันซะไม่มี

April 3rd, 2009 | 1:53 am

เย้ ๆ ดีใจจัง พี่ก้องมาส่งข่าวแล้ว
ถ้ามีโอกาสก็เข้ามาบอกข่าวเล่าเหตุการณ์
(ที่พอจะเล่าได้)ให้ฟังบ้างนะคะ เป็นห่วงนะ
เดินทางลงใต้เนี่ย

April 3rd, 2009 | 7:55 am
ปลาย:

อ้ะ…พี่ก้อง

ไม่บอกล่ะว่าจะไป
เพิ่งเสร็จงานที่นราฯ เมื่อวันจันทร์
แล้วแวะไปนอนเล่นตัวเมืองยะลา
ก่อนไปเก็บงานนิดหน่อยแถวรามันกับโกตาบาลู
จากนราฯ จะไปเบตง ก็ต้องไปยะลาก่อนสิชิมิ
เอ่อ…ถ้าไปเส้นทางสายไทยที่ต้องผ่านธารโตและบันนังสตา
ระวังตัวมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ (ที่ไม้ยมกอาจยังไม่มากพอ)
แบบว่าวันอังคารที่เดินเตร็ดเตร่หาข้อมูลอยู่นั้น
บันนังสตาเพิ่งเกิดเหตุความรุนแรงอีกครั้ง
เรื่องมันลึกลับซับซ้อนและซ่อนเสียจนผู้คนต่างหวาดระแวงในกัน
เอาเถอะ…เรื่องอื่นช่างมัน
ถ้าจำไม่ผิดรู้สึกว่าเบตงช่วงนี้จะมีเทศการดอกไม้
ถ้าเข้าเขตเบตงได้ความห่วงจะมลาย เพราะที่นี่ปลอดความรุนแรง
แล้วถ้ามีโอกาสไปเดินโบกรถใกล้ๆ กับสถานีรถไฟยะลา
อย่าลืมไปกินซุปกับไข่เจียว
ถ้าอยู่เบตงก็ต้องไปกินข้าวแกงมุสลิมที่ตลาดเช้าให้ได้
มีขนมจีนมุสลิมที่เรียกว่า “ละแซ” ที่จะมีกลิ่นหอมของผักโรยหน้าคล้ายกับข้าวยำ

เรื่องกินนี่ไม่ได้เลยพี่ก้อง…เรื่องใหญ่ อิอิ

แบบว่าจากที่ลงพื้นที่แล้วจะเขียนสารคดีความสัมพันธ์ระหว่างคนกับคน ชุมชน ศิลปวัฒนธรรม
ตอนนี้มันกลายเป็นสารคดีที่เล่าเรื่องของกินไปเรียบร้อย (ฮา)

April 3rd, 2009 | 9:10 am

อ่านแล้วได้ไอเดียกับแนวคิดใหม่ๆเพียบเลยครับ
แต่แอบเศร้าใจนิดๆ ตรงที่แนะนำให้มนุษย์เราทำตัวเหมือนแมลงสาบ

ก็…มนุษย์ส่วนใหญ่รังเกียจแมลงสาบกันเหลือเกิน
เลยแลดูเหมือนจะเป็นการยากที่เราจะยกมันให้เป็นไอดอล
และนี่อาจจะเป็นจุดจบในระยะยาวของพวกเรา

จุดจบที่เกิดจากการยกตนว่าเหนือกว่าแมลงสาบ
ทั้งๆที่แท้จริงแล้วเราด้อยกว่า…

April 3rd, 2009 | 5:14 pm
gibz:

จงหาความสัมพันธ์ของการลดภาวะโลกร้อนกับหนังสือมวย!

April 3rd, 2009 | 6:40 pm

http://www.manager.co.th/Campus/ViewNews.aspx?NewsID=9520000036911

ลงไปแล้วนะค้า
เวปผู้จัดการ หมวด life on campus

ทางทีมงานเลือกผลงานของ น้อง “มนนัย รอดเพชร”
กับ คุณที่ใช้นามแฝงว่า”จอยซัง” ค่า

ปล.แหะๆ ลงช้าไปไม่ทันวันโกหกง่ะ
เพราะเวปผู้จัดการ ชอบพูดความจริง ฮ่าๆๆๆ ^^(เอ๊ะไม่เกี่ยว คิคิ)

April 3rd, 2009 | 9:04 pm
Orun Run:

ปล่อยของตั้งกะวันที่หนึ่งเหมือนกัน .. แต่ไม่ได้ลงเป็นเรื่องนะ แค่ประชาสัมพันธ์ให้เพื่อนๆรู้จัก lonelytreesกะแจ้งวัตถุประสงค์ของแคมเปญไป แล้วก็ให้ link ไว้ ..แบบว่า ช่วงนี้งานเข้าพอดี๊…แต่ก็ภูมิใจค่ะที่ได้มีส่วนร่วมโครงการดีๆอย่างนี้ .. อ้อ..คุณก้อง..ถ้าผ่านมาทางตรัง – กระบี่ อย่าลืมทักทายนะคะ

April 3rd, 2009 | 10:22 pm

โหหหห ขอบคุณพี่ paichaai มากๆเลยค่ะตื่นเต้นๆๆ
เลือกเว็ปผู้จัดการซะด้วย ฮ่าๆๆ

แล้วก็..นี่เป็นเว็ปทั้งหมดที่เผยแพร่ change to nature ค่ะ
http://manamai.wordpress.com
http://jinging.exteen.com/
http://pathineena.multiply.com/journal/item/44/44
http://weezaa.multiply.com/journal/item/1/APRIL_TRUTHS_DAY
http://www.daypoets.com/database/viewtopic.php?f=17&t=7626
http://nuuployjaa.hi5.com
http://robokob2020.multiply.com/
http://smoothsea22.wordpress.com/2009/04/01/
http://www.manager.co.th/Campus/ViewNews.aspx?NewsID=9520000036911&#Opinion

ขอบคุณทุกคนอย่างมหาศาลเลยนะคะ
ขอบคุณคุณพี่น้องก้องด้วยนะเคอะ :D

April 3rd, 2009 | 10:47 pm
Leave a Reply

Comment

*
To prove you're a person (not a spam script), type the security word shown in the picture. Click on the picture to hear an audio file of the word.
Click to hear an audio file of the anti-spam word