Welcome World Cup 2010
Posted by zcongklod on May 24, 2010
เทศกาลฟุตบอลโลก 2010 ใกล้เข้ามา
แบรนด์กีฬายักษ์ใหญ่ของโลกต่างทยอยเปิดตัวหนังโฆษณาสำหรับทัวร์นาเมนต์นี้
ไม่ใช่แค่ผลิตภัณฑ์กีฬา แต่สินค้าอื่นๆ โดยเฉพาะผู้สนับสนุนหลัก ต่างก็ร่วมด้วย
หนังโฆษณาแต่ละเรื่องมีคอนเซปต์หลักที่ต่างกันไป แต่มีรายละเอียดคล้ายกันคือ
บรรยากาศ ความสนุกสนาน สีสัน และจังหวะแบบแอฟริกา
ใครจะว่าล้าหลัง ไม่พัฒนา หรืออะไรก็แล้วแต่
แต่ผมมองว่ามันคือเสน่ห์
ทีแรกผมตั้งใจว่าจะรีบเขียนถึงโฆษณาพูม่า
เหตุผลแรกคือ ทีมชาติจากทวีปแอฟริกาส่วนใหญ่ใช้ชุดแข่งของพูม่า
นั่นหมายความว่า พูม่าน่าจะอินกับฟุตบอลโลกที่จัดบนกาฬทวีปมากกว่าแบรนด์อื่น
แต่ก็ยังไม่ได้เขียน
สองสามวันให้หลัง ผมก็เห็นโฆษณาของอาดิดาสสัญชาติเจแปน
แม้ว่าหนังโฆษณาชุดแข่งของทีมชาติญี่ปุ่นเรื่องนี้จะไม่เกี่ยวอะไรกับแอฟริกา
แต่มันก็มีเสน่ห์แบบญี่ปุ่น
รอไปรอมา
จนได้ดูหนังโฆษณาของไนกี้เรื่อง Write the Future ที่เปิดตัวได้ฮือฮาทั่วโลก
ดูแล้วก็คิดถึงหนังโฆษณาของพูม่า
ได้เวลาเขียนแล้ว…
ก่อนอื่น ขอเริ่มจากหนังโฆษณาบันลือโลกของไนกี้ก่อนนะครับ
.
.
นับเป็นหนังโฆษณาที่อลังการงานสร้าง ยิ่งใหญ่ สร้างแรงบันดาลใจ ตามสูตรที่ควรจะเป็น
เปิดฉายที่ไหน เมื่อไหร่ ในเทศกาลฟุตบอลไหนก็ได้
เมื่อมันไม่ได้ถูกคิดเพื่อใช้สำหรับแอฟริกา เวิล์ดคัพ ผมก็เลยไม่ได้ตื่นเต้นกับหนังโฆษณาเรื่องนี้มากนัก
ผมว่าหนังโฆษณาฟอร์มเล็กของอาดิดาสเรื่องนี้ยังน่ารักกว่าอีก
.
.
ทีนี้ก็มาถึงหนังโฆษณาที่ผมชอบมาก
เรื่องแรก เป็นหนังโฆษณาชุดแข่งทีมชาติญี่ปุ่นของอาดิดาส
ที่มาพร้อมแมสเสจ ชวนชาวญี่ปุ่นส่งแรงเชียร์ให้กับนักฟุตบอลของพวกเขา
.
พักชมโฆษณากันสักครู่นะครับ
.
.
นานๆ จะเห็นหนังโฆษณาจากค่ายอาดิดาสที่ออกนอกระเบียบแบบแผนสักที
ถ้าเห็นแต่สไตล์อย่างเดียว คงยากจะเดาได้ว่านี่คือ โฆษณาของอาดิดาส
ในเมื่อนี่คือโฆษณาที่พูดกับคนญี่ปุ่น จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่จะเอาสไตล์แบบญี่ปุ่นจ๋ามาใช้
แม้จะไม่คุ้นตา แต่ผมว่า มันมีเสน่ห์ดี
อาจเป็นได้ว่า คงเป็นเพราะความไม่คุ้นตานี่แหละที่ทำให้มันมีเสน่ห์
ผมนับถือความกล้าหาญของคนทำโฆษณาเรื่องนี้อยู่ 2 ประเด็น
หนึ่ง การโฆษณาชุดแข่งที่ใช้แต่ภาพการ์ตูน โดยไม่มีภาพชุดแข่งจริงๆ ให้เห็นแม้เพียงนิด
สอง การเอาสไตล์การ์ตูนสุดเวอร์เกินจริงมาใช้ เหมือนกำลังนั่งดูกัปตันซึบาสะ
แต่ผลจากการแหกข้อกฎ 2 ข้อนี้ ทำให้ สารที่ต้องการสื่อ ถูกขับออกมาได้แรงดีเหลือเกิน
ดูแล้วชาวไทยอย่างผมยังอยากร่วมส่งใจไปเชียร์ทีมชาติญี่ปุ่นกับเขาด้วย
และแรงใจจากคนญี่ปุ่นทั้งประเทศ หรือขนนกเส้นเล็กเส้นน้อย (ตราสมาคมฟุตบอลญี่ปุ่นเป็นนกกา)
ที่ส่งมายังชุดแข่งของนักเตะ (เหมือนได้แปลงร่าง) ก็สร้างความหมายใหม่ให้กับชุดแข่ง
จากชุดแข่งธรรมดาๆ ได้กลายเป็น สิ่งที่รวมใจชาวญี่ปุ่นทั้งชาติไปแล้ว
เป็นการบรรยายสรรพคุณและการขายแบบไม่ต้องเอ่ยปาก
จังหวะและโครงเรื่องของหนังเรื่องนี้คล้ายกับสุดยอดการ์ตูนฟุตบอลในตำนานอย่างกัปตันซึบาสะ
จินตนาการในเรื่องพานักเตะทีมชาติญี่ปุ่นไปลุยฟุตบอลโลก ประลองแข้งกับชาติใหญ่ๆ มาแล้ว
ชนะบ้างแพ้บ้าง แต่ยังไม่ถึงขั้นคว้าแชมป์โลก
หนังโฆษณาอาดิดาสตอนที่ 2 จบลงตรงที่ ทีมชาติญี่ปุ่นเตรียมหวดกับ เดนมาร์ก คาเมรูน และเนเธอร์แลนด์
เป็น 3 ชาติที่อยู่ร่วมสายเดียวกับญี่ปุ่น
ในฟุตบอลโลกรอบแรก ญี่ปุ่นต้องเตะกับ 3 ชาตินี้ก่อน
อยากรู้แล้วสิว่า ผลการแข่งขันในหนังโฆษณาภาค 3 จะออกมายังไง
แล้วก็มาถึงหนังโฆษณาเรื่องสุดท้ายจากค่ายพูม่า
อย่างที่บอกไปว่า พูม่าทำมาหากินกับประเทศในแถบแอฟริกามากกว่าค่ายอื่น
พูม่าเลยมีแคมเปญโน่นนี่ที่เกี่ยวกับแอฟริกามากมาย
แต่ที่ผมชอบนักชอบหนา คือหนังโฆษณาเรื่องนี้
แม้จะไม่ใช่หนังโฆษณาเรื่องหลัก แต่ผมว่ามันน่ารักดี
ด้วยความยาว 1.30 วินาที ของเวอร์ชั่นออนไลน์ เท่ากับความยาว Write the Future ของไนกี้
แต่ทิศทางต่างกันเหลือเกิน
หนังของไนกี้เต็มไปด้วยซูเปอร์สตาร์ของโลกลูกหนัง
ส่วนหนังของพูม่า นอกจากซามูเอล เอโต้ กับมิคาเอล เอสเซียงแล้ว
สตาร์ระดับทวีปอัฟริกาคนอื่นๆ ถือว่ายังไม่เป็นที่รู้จักมากนัก
แต่หนังของพูม่าไม่ได้เน้นสตาร์บนฟ้า เหมือนพูม่าจะตั้งใจพูดถึงประชาชนเดินถนนของแอฟริกา
ฟุตบอลเป็นกีฬาของทุกคนทุกชนชั้น
ถึงแอฟริกาจะเตะบอลไม่เทพเท่าอเมริกาใต้ ไม่มีสนามหญ้าและอุปกรณ์ดีๆ เหมือนยุโรป
แต่พวกเขาก็มีสิทธิที่จะสนุกกับฟุตบอลได้เท่ากัน
สนุกกันแบบที่ชาวแอฟริกันเป็น
ทั้งคนเล่นและคนดู
ในหนังโฆษณาตรงนาทีที่ 01.07 เราจะเห็นการรวมตัวของนักบอลแอฟริกาชื่อดังทั้งหลาย
ในชุดพิเศษที่พูม่าตั้งใจออกแบบมาเพื่อให้เป็นชุดรวมของทวีปแอฟริกา
ไม่ได้ใช้ใส่แข่งขันอะไร ทำไว้ขายอย่างเดียว
ผมไม่รู้ว่าหลักในการออกแบบชุดฟุตบอลที่ดีควรเป็นอย่างไร
แต่ที่เห็นกันบ่อยๆ คงเป็นใส่แล้วดูมีสง่าราศี น่าเกรงขาม
และเชื่อมโยงกับรากเหง้าทางวัฒนธรรมดีๆ ของชาตินั้นๆ
ชุดแข่งเสื้อสีฟ้า กางเกงสีน้ำตาล ของพูม่าก็ออกแบบตามคอนเซปต์ที่ว่า
เพียงแต่เป็นคอนเซปต์ที่ผมแน่ใจว่าควรเอามาใช้หรือเปล่า
นักบอลแอฟริกันทุกคนเติบโตมากับการเล่นบอลบนพื้นดินแดงๆ กลางแดดเปรี้ยงๆ
เล่นเสร็จก็เนื้อตัวมอมแมมเหมือนไปคลุกฝุ่นมา
กางเกงของพูม่าเลือกใช้สีเดียวกับดินของแอฟริกา แล้วสีน้ำตาลที่ว่าก็ยังลามเลยไปถึงชายเสื้อด้วย
ดูเผินๆ เหมือนฝุ่นจากดินติดกางเกงแล้วเลอะมาถึงเสื้อ
ส่วนสีฟ้าของเสื้อนั้นมาจากสีฟ้าของท้องฟ้า ซึ่งเป็นฉากหลังอันคุ้นเคยของนักบอล
ตัวเลขสีเหลืองบนเสื้อ มาจากสีของดวงอาทิตย์
เมื่อคนแอฟริกันเตะบอลกลางดิน กลางแจ้ง และกลางแดด
ชุดแข่งที่สะท้อนรากเหง้าของพวกเขาเลยออกมาแบบนี้
โดยความเห็นส่วนตัว ผมว่ามันไม่ใช่ชุดแข่งที่สวยนัก
และโดยความเห็นส่วนตัวอีกที ผมว่าคอนเซปต์ที่เอามาใช้ มันไม่ใช่เรื่องที่น่าภูมิใจจนต้องเอามาโชว์
แต่ผมก็ชอบมาก
เพราะมันสะท้อนตัวตนของพวกเขา
ความต่ำต้อยไม่ใช่เรื่องน่าอาย เพราะบนโลกใบนี้ไม่มีใครที่สูงหรือต่ำกว่ากัน
เราแค่ไม่เหมือนกันเท่านั้นเอง
การเตะบอลด้วยเท้าเปล่าแบบโฆษณาอาดิดาส ไม่ได้ด้อยค่ากว่าการใส่สตั๊ดราคาแพงระยับในโฆษณาไนกี้
ผมถึงชอบโฆษณาที่เล่าถึงฟุตบอลในแอฟริกาแบบที่มันเป็น
ผมว่ามันสนุกและมีเสน่ห์จะตาย
ไม่เชื่อลองดูสิครับ
.
.
ขอหมายเหตุทิ้งท้ายไว้นิดนึงนะครับ
ความดราม่าที่สุดของฟุตบอลโลกครั้งนี้ที่ผมได้เห็นมา เป็นแคมเปญของโคคาโคล่า
แล้วจะกลับมาเล่าให้ฟังครับ : )
ให้เลือดออก
Posted by zcongklod on May 2, 2010

ข้อความโฆษณา: “Let life go on those in need. Donate blood. Your help is what is missing.”
บริษัทโฆษณา: Casa da Criao ประเทศบราซิล
วันเสาร์ที่ 8 พฤษภาคมนี้เป็นวันกาชาดโลกครับ
เผื่อว่าจะเป็นวาระอันดีที่จะไปบริจาคเลือดกัน
ช่วงนี้เราคงได้ยินข่าวการชวนกันไปบริจาคเลือดอยู่บ่อยๆ
บริจาคเพื่อต่อชีวิตเพื่อนมนุษย์บ้าง บริจาคเพื่อต่อความอยากเอาชนะของมนุษย์บ้าง
ก็ว่ากันไป
เห็นบัตรเชิญไปบริจาคเลือดใบนี้น่าสนใจดีเลยอยากเอามาฝากกัน
ทุกคนคงทราบกันดีอยู่แล้วว่า การบริจาคเลือดนั้นเป็นการช่วยต่อลมหายใจให้เพื่อนมนุษย์
บัตรเชิญใบนี้ก็ส่งสารนั้น เพียงแต่เปลี่ยนความคิดอันแสนจะนามธรรมให้เห็นเป็นภาพ
เราสามารถช่วยให้คนที่หวิดจะสิ้นชื่อกลับมามีชื่อได้เหมือนเดิม
ด้วยการดึงบัตรเชิญ และออกจากบ้านไปบริจาคเลือด
เลือดของเราสามารถช่วยชีวิตคนได้
ถ้ามีโอกาสก็ไปบริจาคเลือดกันนะครับ : )
(สำหรับผู้ที่ยังไม่เคยบริจาคมาก่อน ดูรายละเอียดที่นี่ได้เลยครับ)
หรือหมีแพนด้าจะเป็นสัตว์ศักดิ์สิทธิ์
Posted by zcongklod on Apr 25, 2010

ข้อความ: “People with disabilities are not so hot in the news as panda bears, but they also need your help.”
บริษัทโฆษณา: Mccann Erickson Argentina
ไม่รู้ว่าทีมครีเอทีฟของแมคแคนอาร์เจนติน่าได้รับฟอร์เวิร์ดเมลสิงสาราสัตว์ทาสีเป็นแพนด้าจากเมืองไทยหรือเปล่า ถึงได้ผุดไอเดียนี้ขึ้นมา
Fundacion Par เป็นองค์กรที่ทำงานในประเด็นคนพิการ
พวกเขามองว่าคนพิการน่าจะได้รับการยอมรับจากสังคมมากกว่านี้
ความยากของการทำงานในประเด็นนี้คือ มันไม่ใช่เรื่องที่คนสนใจอยากดู อยากฟัง มากนัก
แค่ฟังยังไม่ฟัง แล้วจะหวังให้เนื้อหาสาระซึมเข้าสู่หัวใจ คงยากเต็มที
เริ่มแรกเลยต้องตีฆ้องร้องป่าวกันก่อน ว่าประเด็นคนพิการก็สำคัญนะ
แต่เป็นการประกาศในน้ำเสียงที่แอบน้อยใจนิดๆ ว่า
ประเด็นนี้มันไม่ดังเหมือนหมีแพนด้า เลยไม่ค่อยจะมีคนสนใจ
ว่าแล้วก็เอาคนพิการมาใส่ชุดหมีแพนด้าซะเลย
แม้จะเป็นการประชด แต่ก็ทำให้คนสนใจหันมามองและพูดถึงทันที
แบบเดียวกับสัตว์ย้อมสีขาวดำเป็นลายหมีแพนด้าในบ้านเรา
ราวกับว่าแพนด้าเป็นสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ มีอิทธิฤทธิ์เหมือนแมวกวัก
ถ้าทีมครีเอทีฟทีมนี้มีโอกาสมาเที่ยวเมืองไทย แล้วเปิดทีวีไปเจอช่องแพนด้า
พวกเขาอาจได้ไอเดียเอาไปทำแคมเปญโฆษณาภาค 2
ผักตบ ผักเตะ
Posted by zcongklod on Feb 9, 2010
ก่อนจะถึงทริป ‘น้ำต้มผักก็ว่าหวาน’ เรามาอุ่นเครื่องกันก่อนดีกว่า
หนังโฆษณาเรื่องนี้เป็นของร้านอาหารมังสวิรัติที่ชื่อ Hiltl ในสวิตเซอร์แลนด์
เนื่องในโอกาสที่ร้านนี้เป็นผู้รับผิดชอบจัดหาอาหารสำหรับให้ผู้ชมขบเคี้ยวระหว่างชมภาพยนตร์
ในเทศกาลหนังกลางแปลงที่ซูริค
ก็เลยเอาหนังเรื่อง Death Proof ของเควนติน ทาแรนติโน่มาใส่เสียงใหม่ ด้วยการใช้ผัก
ผลก็เป็นอย่างที่เห็น
แล้วตบท้ายว่า
การชมภาพยนตร์จะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป ถ้าขาดผักสดไว้ขบเคี้ยว
ผมว่า การชมภาพยนตร์มันไม่เหมือนเดิมตั้งแต่เราเอาผักเข้าไปกินแทนป๊อปคอร์นแล้วหละ
อยากรู้จริงๆ ว่าเมนูผักสดแสนอร่อยที่เอาไว้ขบเคี้ยวระหว่างดูหนังนั้นเป็นยังไง
จะอร่อยเท่าที่บ้านพี่โจ โจน จันใดไหม
ออกจากปากเรา เข้าปากคนอื่น
Posted by zcongklod on Feb 4, 2010



.
ข้อความโฆษณา: “Cigarette Butts feed the unsuspecting”
“Cigarette Butts contaminate water”
“Cigarette Butts don’t disappear”
“Cigarette Butts kill wildlife”
บริษัทโฆษณา: University of North Texas, USA
แม้ว่างานนี้จะเป็นงานของนักเรียน แต่เนื้อหาก็น่าสนใจดี
มนุษย์เราไม่มีใครพิศมัยขยะ
เหตุที่เรารังเกียจขยะก็เพราะมันสกปรก และไร้คุณค่า
พอคิดเช่นนั้น เราก็เลยพยายามหาทางทิ้งมันให้พ้นๆ ตัว
หลุดออกจากชีวิตเราไปได้เมื่อไหร่ ขยะก็ไม่ใช่ปัญหา (สำหรับเรา) อีกต่อไป
เราเลยคุ้นตากับภาพคนโยนถุงพลาสติกใส่ข้างทาง ทิ้งกระดาษหนังสือพิมพ์ที่ปูรองนั่งไว้บนพื้นสนาม
ทิ้งแก้วน้ำและขวดน้ำพลาสติกไว้บนโต๊ะส่วนรวม
รวมไปถึงการทิ้งก้นบุหรี่ลงบนพื้น แล้วดับด้วยการใช้เท้าขยี้หนึ่งที
ก้นบุหรี่เป็นขยะชิ้นเล็ก แต่หลายชิ้นรวมกันมันก็ไม่เล็ก ก็ปัญหาหนึ่ง
และที่เราเชื่อกันแบบผิดๆ ว่า แค่โยนทิ้งมันก็พ้นตัว นั่นก็อีกปัญหาหนึ่ง
โฆษณาชิ้นนี้ตั้งใจจะพูดถึงปัญหาที่สอง
เนื้อความในโฆษณาบอกว่า สัตว์จำนวนมากเผลอกินก้นบุหรี่เข้าไปด้วยความเข้าใจผิด
สารเคมีที่อยู่ในก้นบุหรี่ก็เลยสะสมอยู่ที่ตัวสัตว์ และเมื่อเรานำมากิน ก็กลับมาสู่ตัวเราอีกครั้ง
What goes around. Comes around.
แม้ว่าภาพทั้งหมดนี้จะเกิดจากการจัดทำขึ้น แต่สิ่งที่เกิดขึ้นจริงในธรรมชาติ ก็ไม่ต่างจากนี้สักเท่าไหร่
ก้นบุหรี่ออกจากปากเรา ก็เข้าปากคนอื่น
พ้นจากตัวเรา ก็เข้าตัวคนอื่น
เข้าตัวเพื่อนร่วมโลก เขาพูดไม่ได้
พอมันวนกลับมาเข้าตัวเรา ก็พูดไม่ออก
จะมีอะไรน่าพะอืดพะอมกว่าการกินสารพิษในขยะที่ตัวเองทิ้งอีกไหมนะ
ซื้อ 1 แถม 1
Posted by zcongklod on Dec 20, 2009

ข้อความโฆษณา: “That’s the longest promotion since paper was invented/Use both side”
บริษัทโฆษณา: Daehong Communications ประเทศเกาหลี
นับเป็นแคมเปญที่เรียบ ง่าย แต่ โดนใจอย่างแรง
โปรโมชั่นใหม่ของกระดาษ Double A ในประเทศเกาหลี นั้นพาดหัวตัวโตว่า
‘ซื้อ 1 แถม 1′
เป็นใครจะไม่สน
พอเข้าไปอ่านใกล้ๆ ถึงเห็นว่า ที่เขียนว่า ‘ซื้อ 1 แถม 1′ น่ะ
จริงๆ แล้วคือ ‘ซื้อ 1 ด้าน แถม 1 ด้าน’ ต่างหาก
ข้อความบนแถบสีเขียวด้านหน้าเขียนไว้ว่า
‘นี่คือโปรโมชั่นที่ยาวนานที่สุดตั้งแต่มีการผลิตกระดาษ’
ทิ้งจังหวะให้คิดนิดนึง แล้วค่อยตบด้วยคำเฉลยว่า
‘ใช้กระดาษ 2 หน้า’
เอ่อ จริงของเขา
พอพลิกมาดูด้านหลัง บนแถบสีเขียวก็มีข้อความว่า
‘ใช่แล้ว! ด้านนี้ฟรี’
นับว่าเป็นแคมเปญรณรงค์ให้คนใช้กระดาษ 2 หน้าที่ทรงอานุภาพมาก
เราทุกคนล้วนได้สิทธิ์ในการซื้อกระดาษแบบซื้อ 1 แถม 1 มาตั้งแต่วันที่กระดาษถูกผลิตขึ้นบนโลก
เสียดายที่หลายคนไม่ได้ใช้สิทธิ์นั้น
ถ้าเราชวนกันใช้กระดาษ 2 หน้า คงฟังดูไม่แปลกใหม่
ลองเปลี่ยนมาบอกว่า นี่คือโปรโมชั่นซื้อ 1 แถม 1
อาจดึงดูดใจได้มากกว่า
แรงเล็ก แต่แรงไม่น้อย
Posted by zcongklod on Dec 16, 2009
.
เนื่องจากว่าเราไม่ได้อยู่คนเดียวในโลก
ภายใต้ดาวเคราะห์สีฟ้าดวงนี้มีสายใยและห่วงโซ่ของความสัมพันธ์มากมายที่เรามองไม่เห็น
ไม่มีอะไรดำรงอยู่ได้ลำพัง โดยไม่ข้องเกี่ยวหรือส่งอิทธิพลต่อสิ่งอื่น
ตัวเราก็เช่นเดียวกัน
ถ้ามองจงเจาะลงไปเฉพาะปัญหาสิ่งแวดล้อมทั้งหลายที่เกิดขึ้น
เราต่างมีส่วนเร่งให้มันรุนแรงขึ้น ไม่มากก็น้อย โดยรู้ตัว และไม่รู้ตัว
เราล้วนเป็นโซ่ข้อกลางที่เชื่อมให้ปัญหาเดินทางไปไม่สิ้นสุด
ทุกปัญหาใหญ่ เกิดขึ้นจากเรี่ยวแรงเล็กๆ ที่ค่อยๆ ส่งต่อกันมาจนรุนแรงและลุกลาม
แม้จะเป็นแรงเล็กๆ แต่ก็สามารถสร้างปัญหาใหญ่ได้
เช่น คราบน้ำมันจากบ้านเรือนของเราที่ปล่อยลงท่อระบายน้ำโดยไม่ได้รับการบำบัดก่อน
แม้จะเป็นเพียงแค่ช้อนชาเดียว แต่ก็สามารถทำให้น้ำในแหล่งน้ำธรรมชาติเสียได้เป็นลิตร
ปัญหาโลกร้อนนั่นก็ใช่
ถ้าเรี่ยวแรงเล็กๆ สร้างปัญหาใหญ่ได้
เรี่ยวแรงเล็กๆ ก็แก้ปัญหาใหญ่ได้
พวกเรา เจ้าของพลังเล็กๆ ทุกคน สามารถร่วมเป็นโซ่ข้อกลางเชื่อมให้ทางแก้ปัญหาเดินทางต่อไปได้
อย่าเพิ่งคิดว่า เรี่ยวแรงเล็กๆ ของเราไม่มีค่า
WWF UK บอกเราผ่านการทำโฆษณาเรื่องนี้ว่า
“คุณไม่ได้อยู่คนเดียว พวกเรามีพลังมากกว่าที่เราคิด โดยเฉพาะถ้าเราลงมือทำร่วมกัน
สิ่งที่คุณทำสามารถสร้างความแตกต่างได้
คุณสามารถเป็นส่วนสำคัญของเส้นทางการเปลี่ยนแปลง ซึ่งส่งผลกระทบไปทั่วโลกได้”
มือเล็กๆ ของเราสามารถช่วย ‘ส่งต่อ’ พลังแห่งการเปลี่ยนแปลงได้
ถึงจะเป็นแค่แรงเล็กๆ แต่ก็เป็นแรงที่ไม่น้อยนะ
ขนของ…
Posted by zcongklod on Jul 17, 2009

.

.

.
ข้อความ: “Fox like this doesn’t exist. / How does it feel? / I need his skin for my jacket.”
บริษัทโฆษณา: Milos Sibinovic ประเทศ Serbia
หยิกแกมหยอกกับแคมเปญรณรงค์ไม่ใช้ขนสัตว์
สั้น ง่าย แต่ได้ใจความ
ติดเงิน
Posted by zcongklod on Jul 7, 2009

.
ข้อความ: “Make your donation to the WWF Brazil here and see who you’ll be
helping.”
บริษัทโฆษณา: DDB Brazil
.
การรับบริจาคเงินสามารถสร้างสรรค์ให้สนุกได้มากกว่าเอาเงินใส่กล่องบริจาค
หรือเอาธนบัตรเสียบไม้ปักใส่ต้นกฐิน
WWF บราซิลยืนยัน
พวกเขาสั่งพิมพ์โปสเตอร์บนกระดาษขาวที่ด้านหลังเป็นแม่เหล็ก
ส่วนด้านหน้าก็พิมพ์รอยวงกลมจางๆ ขนาดเท่าเหรียญเอาไว้
ตรงกลางวงกลมแต่ละวง มีตัวเลขระบุไว้ชัดเจนว่าสำหรับเหรียญราคาเท่าไหร่
เราอยากบริจาคเหรียญอะไร ก็แปะเหรียญนั้นลงในวงกลมให้ตรงราคา
ความสนุกมันอยู่ตรงข้อความที่พิมพ์ว่า
“Make your donation to the WWF Brazil here and see who you’ll be helping.”
ลองบริจาคดู แล้วจะรู้เองว่า เรากำลังช่วยใคร
เป็นไอเดียง่ายๆ ที่สนุกและดึงดูดใจกว่าถือกล่องเดินรับบริจาคเยอะเลย
ตาดีได้ ตาร้ายเสีย
Posted by zcongklod on Jun 30, 2009

ข้อความโฆษณา: “It’s your turn.”
บริษัทโฆษณา: JWT Singapore
ช่างหาวิธีเล่าให้คมคายดีเหลือเกิน
ดีจนสามารถคว้ารางวัลโกลด์ในหมวดสื่อสิ่งพิมพ์ จากเวทีประกวดคานส์ไลอ้อนปีนี้มาได้หมาดๆ
คุ้นเคยกับเกม O X กันดีใช่ไหมครับ
งานชุดนี้หยิบยืมรูปแบบของเกม O X มาใช้ได้อย่างถูกที่ถูกทางมากๆ
ดูจากภาพเราจะเห็นว่า ในบรรดาช่องที่เหลืออยู่ มีอยู่ช่องหนึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญ
ถ้าใครกาช่องนี้ได้ก่อน จะเป็นฝ่ายชนะในทันที
หรือพูดง่ายๆ ก็คือ ตาต่อไปเป็นของใคร คนนั้นชนะแน่
ข้อความท้าโฆษณาหน้านี้เขียนว่า
“ถึงตาคุณแล้ว”
ครับ ถึงตาเราแล้ว
คำถามคือ เราจะเลือกอยู่ฝั่งไหน
เลือกฝั่งฉลามในทะเล หรือ หูฉลามในหม้อ
เลือกจระเข้เป็นตัว หรือ กระเป๋าหนังจระเข้
อันนี้ที่โฆษณาชุดนี้มีทั้งหมด 5 ชิ้น
แต่โฆษณาชิ้นอื่นๆ มันค่อนข้างอ่อนแรงในเชิงประเด็น
แม้แต่จระเข้เองก็เช่นกัน
ตอนนี้เรามีฟาร์มจระเข้ที่เพาะพันธุ์อย่างถูกต้องตามกฎหมายเพื่อการค้าแล้ว
ประเด็นเรื่องการใช้กระเป๋าหนังจระเข้แล้วจะทำให้ศัตรูของชาละวันสูญพันธุ์เห็นที่จะไม่เชื่อมโยง
เรามาสนใจข้อดีของมันกันดีกว่าครับ
ผมชอบโฆษณาชิ้นนี้ ตรงที่มันบอกเราว่า อนาคตของทรัพยากรธรรมชาติจำนวนมากอยู่ในมือเรา
ทุกการกระทำของเราเป็นตัวกำหนดว่าจะให้อะไรอยู่อะไรไป
น่าเศร้าที่เราไม่ค่อยรู้
ตอนนี้ถึงตาของเราแล้วจริงๆ ว่าเราจะเลือกทางไหน
ตานี้คงต้องดูดีๆ
ตาดีก็ได้ ตาได้ก็เสีย
จากมีดถึงเขียง
Posted by zcongklod on Jun 3, 2009

.

ข้อความโฆษณา: “Food only. Professional knives with anti-bacterial protection.”
บริษัทโฆษณา: DCS ประเทศบราซิล
รูปที่เห็นคือแครอทและแตงกวาครับ
โฆษณาชุดนี้เป็นโฆษณาของมีดที่ใช้แล้วปลอดภัยจากแบคทีเรีย (ไม่รู้จริงเท็จประการใด)
สิ่งที่เราได้จากการใช้มีดยี่ห้อนี้หั่นจึงมีแต่อาหารเท่านั้น ไม่แถมแบคทีเรียแต่อย่างใด
ที่หยิบโฆษณาชิ้นนี้ขึ้นมาไม่ได้จะเชิญชวนให้ไปหามีดยี่ห้อนี้มาใช้หรอกครับ
ผมอยากเล่าเรื่องเขียงให้ฟังมากกว่า
เรื่องนี้ผมอ่านเจอมาจากหนังสือเรื่อง ‘พจนานุกิน’ ฉบับมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค
ขอยกข้อความต้นฉบับมาให้อ่านกันเลยแล้วกันนะครับ
อาหารทุกชนิดที่ต้องหั่น สับ ซอย แล่ ล้วนต้องผ่านเขียงทั้งสั้น เขียงจึงเป็นแหล่งรวมเศษอาหาร แบคทีเรีย และเป็นแหล่งหากินอันโอชะของแมลงวัน ถ้าเราใช้เขียงโดยไม่ทำความสะอาดย่อมเท่ากับเราป้อนเชื้อโรคเข้าปากทุกวี่วัน
ข้อควรปฏิบัติในการใช้เขียงคือ ต้องทำความสะอาดทุกครั้งหลังใช้งานด้วยน้ำร้อนหรือน้ำเย็น แล้วจึงค่อยนำไปล้างด้วยน้ำยาล้างจาน ใช้แปรงขัดถู ไม่ควรใช้เขียงหั่นเนื้อสัตว์ร่วมกับเขียงหั่นผัก และไม่ควรหั่นอาหารสุกบนเขียงที่เพิ่งใช้หั่นอาหารดิบ
*วิธีถนอมเขียงไม้
ต้มน้ำมันพืช (ที่ผ่านการใช้แล้วก็ได้) ให้เดือดจัด ระหว่างนี้ก็นำเขียงวางไว้ในกะละมัง เสร็จแล้วก็ราดน้ำมันลงไปบนเขียง รอให้เขียงดูดน้ำมันเข้าไปจนอิ่มตัว แล้วก็กลับข้างเพื่อทำซ้ำอีกรอบ จากนั้นทิ้งไว้ให้เย็น จึงนำไปใช้งาน ว่ากันว่าสูตรนี้จะทำให้เขียงคงทน (ห้ามให้กับเขียงพลาสติกเด็ดขาด)
หนังสือเล่มนี้รวมเรื่องสิ่งละอันพันละน้อยที่เกี่ยวข้องกับเรื่องอาหาร (เป็นส่วนใหญ่) และเรื่องราวรอบตัวที่ผู้บริโภคอย่างเราควรรู้
บอกเล่ากันแบบสั้นๆ ง่ายๆ อ่านแล้วช่วยให้เข้าใจความจริงของชีวิตในหลายๆ เรื่อง
จัดทำโดยมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค
ใครสนใจเรื่องทำนองนี้ ไม่ควรพลาดครับ
แม้น้ำไม่ใช่แม่ แต่ควรรักแม่น้ำ
Posted by zcongklod on May 27, 2009

ข้อความ: “Help us to avoid this.”
บริษัทโฆษณา: Script ประเทศบราซิล
วันนี้กรีนพีซชวนสื่อมวลชนไปเยี่ยมโครงการ ‘คืนรอยยิ้มสู่สายน้ำ เจ้าพระยาปลอดมลพิษ’
ซึ่งเป็นโครงการที่เจ้าหน้าที่รณรงค์ของกรีนพีซพายเรือเก็บขยะและรณรงค์เรื่องแม่น้ำลำคลอง
เป็นระยะทาง 350 กิโลเมตร ตามแนวแม่น้ำเจ้าพระยา
เห็นแล้วนึกถึงโฆษณาเกี่ยวกับปัญหามลพิษทางน้ำำชิ้นนี้ครับ
เป็นไอเดียง่ายๆ ที่เล่าเรื่องได้น่ารักดี
ถ้าเรามีการทำแผนภาพปลาที่อาศัยอยู่ในแม่น้ำเจ้าพระยาตอนนี้บ้าง
ไม่รู้ว่าจะหงายท้องไปแล้วกี่พันธุ์
เว็บไซต์ของกรีนพีซ เขียนข้อมูลเกี่ยวกับแม่น้ำที่น่าสนใจไว้อย่างนี้ครับ
แหล่งมลพิษ 4 แหล่งที่ทำลายแม่น้ำเจ้าพระยา
1. ของเสียจากบ้านเรือน หรือชุมชน
2. น้ำทิ้งปนเปื้อนสารเคมีอันตรายจากโรงงาน
3. ยาฆ่าแมลงและยากำจัดวัชพืชที่ไหลมากจากแปลงเกษตร
4. น้ำมันใช้แล้วที่ปล่อยออกจากเรือในท่าเรือ
พื้นที่ที่มีมลพิษรุนแรงที่สุดในแม่น้ำเจ้าพระยา
1. สมุทรปราการ
2. กรุงเทพฯ
3. ปทุมธานี
4. อยุธยา
ข้อเรียกร้อง 4 ข้อของกรีนพีซต่อรัฐบาลไทย เพื่อการฟื้นฟูแม่น้ำเจ้าพระยา
1. ตรวจหา ลงโทษ และ ปิดโรงงานอุตสาหกรรมที่ปล่อยน้ำทิ้งปนเปื้อนสารเคมีอันตรายลงสู่แหล่งน้ำ
2. ดำเนินโครงการฟื้นฟูแม่น้ำเจ้าพระยา โดยการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน
3. ปิดหลุมฝังกลบขยะชุมชนบริเวณริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา
4. สร้างแรงจูงใจทางการเงินสำหรับการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีการผลิตที่สะอาด (Clean Production) ในภาคอุตสาหกรรม และสนับสนุนเกษตรกรรมอินทรีย์ปลอดสารพิษ
สิ่งที่คุณทำได้ 4 ข้อ เพื่อฟื้นฟูแม่น้ำเจ้าพระยา
1. คิดใหม่ ลด ใช้ซ้ำ และ รีไซเคิล เพื่อวิถีชีวิตที่ปราศจากขยะ
2. จัดกิจกรรมฟื้นฟูแม่น้ำเจ้าพระยาในชุมชนของคุณ
3. กดดันให้รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงมือปฏิบัติเพื่อเอาผิดผู้ก่อมลพิษทางน้ำ
4. สนับสนุนโครงการรณรงค์ของกรีนพีซ เพื่อสร้างแม่น้ำเจ้าพระยาที่ปลอดมลพิษ
ดูรายละเอียดแบบเต็มๆ ได้ที่โครงการ คืนรอยยิ้มสู่สายน้ำ…เจ้าพระยาปลอดมลพิษ เลยครับ
be cost of you
Posted by zcongklod on May 20, 2009



ข้อความ: Our life at the cost of theirs?
บริษัทโฆษณา: Ogilvy & Mather มุมไบ ประเทศอินเดีย
ในทางเศรษฐศาสตร์มีศัพท์อยู่คำหนึ่งว่า Externality บ้างก็ใช้คำว่า Social Cost
แปลเป็นภาษาไทยได้ว่า ต้นทุนภายนอก หรือ ต้นทุนทางสังคม
มันคือต้นทุนประเภทหนึ่งครับ
เช่นเดียวกับ ค่าแรง ค่าเช่าที่ดิน และค่าอะไรต่อมิอะไรที่เป็นต้องจ่ายไปในกระบวนการผลิต
ในการตัดสินใจลงทุนทำอะไรสักอย่าง เรามักจะเปรียบเทียบจาก ต้นทุนและกำไร
ว่าเราเสียอะไร และ เราได้อะไร
ถ้าจำนวนที่ได้มากกว่าจำนวนที่เสียในอัตราที่น่าพึงพอใจ ก็ตัดสินใจทำ
ในการตัดสินใจทำโรงงานอุตสาหกรรมสักแห่งหนึ่ง เราก็คิดแบบเดียวกัน
สิ่งที่เราได้ คือ รายได้ที่มาจากการขายสินค้าที่ผลิตได้
สิ่งที่เราเสียคือ ต้นทุนต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นค่าจ้าง ค่าวัตถุดิบ ค่าเช่า ค่าระบบสาธารณูปโภค ฯลฯ
ถ้าเทียบกันแล้ว รายได้มากกว่าต้นทุน ก็ตัดสินใจทำ
ทว่าในความเป็นจริง ในทุกกิจกรรมล้วนก่อให้เกิดต้นทุนภายนอก หรือ ต้นทุนทางสังคม
อย่างกรณีโรงงานอุตสาหรรม หากไม่มีการบำบัดเรื่องของน้ำเสีย ฝุ่น ควันพิษ หรือแม้กระทั่ง การที่รถวิ่งจ้อกแจ้กจอแจทำให้ชาวบ้านรอบข้างรำคาญ ทั้งหมดนี้ล้วนถือว่าเป็นต้นทุนที่เกิดขึ้นกับสังคม
ต้นทุนเหล่านี้ไม่เคยถูกรวมอยู่ในต้นทุนการผลิต
ต้นทุนการระเบิดภูเขาจึงมีแค่ค่าระเบิด กับค่าขนส่ง ไม่มีใครคิดถึงปัญหาฝุ่นที่เกิดกับชาวบ้าน
ในการเปิดผับท่ามกลางชุมชน
เจ้าของผับก็ไม่เคยสนใจว่า ทั้งเสียงทั้งรถทั้งคนจากผับของเขาสร้างความรำคาญให้กับชาวบ้านยังไง
ทุกโครงการเมื่อกดเครื่องคิดเลขออกมาจึงน่าทำไปเสียหมด เพราะต้นทุนต่ำมาก
น่าเศร้าที่ต้นทุนทางสังคมเหล่านี้ ผู้ที่เป็นผู้ก่อแทบไม่เคยต้องจ่ายเลย
แล้วใครจ่าย?
ก็คนที่ได้รับผลกระทบนั่นแหละครับ
หรือจะบอกว่า ภาระนั้นถูกผลักมาให้กับสังคมเป็นผู้รับก็พอจะได้
อย่าเพิ่งคิดว่า ต้นทุนทางสังคม เป็นเรื่องของนายทุนเท่านั้นล่ะครับ
แค่เราไปเที่ยวต่างจังหวัด แล้วดื่มกิน ร้องรำทำเพลง เสียงของเราก็สร้างความรำคาญให้กับคนข้างเคียง
นั่นก็เป็นต้นทุนทางสังคมประเภทหนึ่งเหมือนกัน
เป็นต้นทุนที่เราก็ไม่เคยจ่ายเช่นกัน
เผลอๆ เราอาจไม่เคยรู้ตัวด้วยซ้ำว่าเราเป็นผู้ก่อ
รดไม้ รถเมล์
Posted by zcongklod on May 11, 2009

ข้อความ: Public transport supports nature
บริษัทโฆษณา: Duval Guillaume ประเทศเบลเยี่ยม
ไม่แน่ใจเหมือนกันครับว่า ต้นไม้ที่ผูกติดกับป้ายรถเมล์นี้ถูกทำขึ้นมาเพื่อถ่ายรูปอย่างเดียว
หรือว่ามีโอกาสได้สร้างความฉงนสนเท่ห์ให้กับผู้ที่ผ่านไปมาบ้าง
แต่ไม่ว่าอย่างไร ก็ถือว่าเป็นไอเดียที่ตอบโจทย์ได้ตรงเผ็งแบบสุดจะน่ารักน่าชัง
นี่เป็นโฆษณาของบริษัทรถเมล์ที่ต้องการชวนคนมาขึ้นรถเมล์มากขึ้น
ด้วยเหตุผลว่า การขึ้นรถเมล์เป็นการช่วยธรรมชาติ เพราะปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์น้อยกว่า เมื่อเทียบกับการที่ต่างคนต่างขับรถ
นั่นก็เลยนำมาซึ่งประโยคที่ว่า ระบบขนส่งสาธารณะช่วยดูแลธรรมชาติ
และนำมาซึ่งภาพของป้ายรถเมล์ที่ช่วยเป็นหลักให้กล้าไม้ได้เกาะ
ตรงตัวเป๊ะ
ตัดต่อ
Posted by zcongklod on Feb 9, 2009

ข้อความ: ” Deforestation continues with the turn of a page.”
บริษัทโฆษณา: LINKSUS ประเทศจีน
ข้อความภาษาจีนในภาพ แปลความได้ประมาณนี้ครับ
พื้นที่ป่าไม้ของโลกลดลงด้วยหลายสาเหตุ เช่น การขยายพื้นที่เกษตรกรรม การทำเหมืองแร่
การสร้างสิ่งปลูกสร้างสำหรับการเพาะปลูก การสร้างสาธารณูปโภคพื้นฐาน และไฟป่า
กรีนพีซเชื่อว่าสาเหตุหลักของปัญหาการตัดไม้ทำลายป่ามาจาก อุตสาหกรรมการทำไม้ขนาดใหญ่
ซึ่งมันลายป่าไม้ที่ใกล้จะหมดไปของโลกกว่า 70 เปอร์เซ็นต์
และอัตราการทำลายป่าไม้ทั่วโลกก็สูงขึ้นเรื่อยๆ
แอดชิ้นนี้เลยใช้การพลิกหน้ากระดาษเพื่อแสดงให้เราเห็นว่าป่าไม้ทั่วโลกมันถูกทำลายไปเร็วแค่ไหน
ถึงคนทำจะไม่ได้ตั้งใจพูดถึงเรื่องของการตัดไม้มาทำกระดาษ
แต่มันก็อดคิดแบบนั้นไม่ได้จริงๆ
จบแล้ว
Posted by zcongklod on Feb 4, 2009

ข้อความ: “The end may be closer than you think.”
บริษัทโฆษณา: Contrapunto ประเทศสเปน
ไอเดียรณรงค์เรื่องโลกร้อนนี้เกิดขึ้นที่เมืองแมดริด ประเทศสเปนครับ
WWF เขาใช้วิธีแทรกใบปลิวเข้าไว้ในหนังสือที่วางขายอยู่ในหลายๆ ร้าน
ใบปลิวที่แทรกอยู่นั้นมันก็เหมือนเป็นอีกหน้าหนึ่งของหนังสือไม่มีผิดเพี้ยน
เพราะเขาใช้ทั้งกระดาษแบบเดียวกัน สีเดียวกัน ฟอนต์ก็ฟอนต์เดียวกัน
พอคนอ่านพลิกหนังสืออ่านไปได้ไม่เท่าไหร่ ก็เป็นงง
เมื่อพบกับหน้ากระดาษที่เขียนว่า The End ซะงั้น
พอพลิกมาอีกหน้าถึงรู้ว่ามันเป็นแคมเปญรณรงค์ของ WWF ที่ว่า
ถ้าเราไม่ลงมือทำอะไรสักอย่าง จุดจบมันก็จะมาถึงเร็วกว่าที่คาดคิด
แล้วในใบปลิวนั้นก็ยังเชิญชวนให้ร่วมลงมือเป็นพันธมิตรต่อสู้ไปกับ WWF ด้วย
ผลจากแคมเปญนี้ก็คือ มีคนกรอกชื่อแล้วส่งกลับมา 20%
อันนี้ผมสันนิษฐานเองว่า คงเป็นแฟนหนังสือที่ไม่อยากให้เรื่องมันจบก่อนเวลาอันควร
Forest for Life
Posted by zcongklod on Feb 1, 2009

.

ข้อความ: “Forest for life”
บริษัทโฆษณา: Ogilvy & Mather, ประเทศไทย
งานชิ้นบนนี้กวาดรางวัลใหญ่ๆ ของโลกมาเพียบเลยครับ
ส่วนงานชิ้นล่างเป็นงานภาคต่อที่เพิ่งปล่อยออกมา
Forest for Life เป็นชื่อโครงการหนึ่งของ WWF
เป็นชื่อโครงการที่ผมชอบที่สุดเท่าที่เคยได้ยินมาเลยครับ
เรื่องที่โลกไม่ต้องการ
Posted by zcongklod on Jan 27, 2009



ข้อความ: “Together, we can stop polluting by recycling.”
บริษัทโฆษณา: Young & Rubicam ประเทศฝรั่งเศส
การรีไซเคิลเป็นเรื่องดี อันนี้ใครๆ ก็ทราบ
ธรรมชาติไม่ต้องการซากเครื่องใช้เสียๆ ของเรา
หรือแม้กระทั่งเครื่องใช้ที่ยังทำงานได้ ธรรมชาติก็ไม่ต้องการ
ประเด็นนี้ เราคงได้ยินได้ฟังกันบ่อยๆ
พูดกันเฉยๆ อาจผ่านลอยไป
แต่พอพูดพร้อมภาพ เราอาจได้ยิ้มกันคนละทีสองที
ธรรมชาติไม่ต้องการความช่วยเหลือจากมนุษย์
แต่มนุษย์ต้องการความช่วยเหลือจากธรรมชาติ
อย่างที่ซิตติ้ง บูล อินเดียนแดงชื่อดังว่าไว้
“โลกไม่ได้เป็นของคน คนเป็นของโลก”
(ไม่ได้เกี่ยวกับรูปเท่าไหร่ แต่นึกขึ้นได้พอดีครับ)
ตัดไม่หยุด ฉุดไม่อยู่
Posted by zcongklod on Dec 25, 2008

.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
ข้อความ: keep chopping
บริษัทโฆษณา: Ogilvy & Mather ประเทศไทย
งานโฆษณาของไทยชิ้นนี้คว้ารางวัลใหญ่ที่สุดในโลกอย่างโกล์ดจากคานส์มาแล้ว
เป็นโฆษณาที่บอกเล่าเรื่องด้วยน้ำเสียงประชดประชันดีแท้
ฟาดกันไม่หยุด ฟันกันไม่ยั้ง
ขนาดด้ามขวานก็ยังไม่เว้น
แล้วจะเหลืออะไรให้ตัดล่ะเนี่ย
ดวงฉลาม
Posted by zcongklod on Dec 20, 2008

บริษัทโฆษณา: Y&R, Frankfurt ประเทศเยอรมนี
งานไดเรกเมลชิ้นนี้เป็นของโครงการ Sharkproject ครับ
มองเผินๆ มันก็เป็นซองจดหมายปกติที่จ่าหน้ามาถึงเรา
พอพลิกด้านหลังก็จะเจอคำแนะนำให้เปิดซองด้วยการตัดตามขอบซองด้านบน
เมื่อเราตัดตามแล้วคลี่ออกมาก็จะพบว่า เราเพิ่งตัดสิ่งที่มีรูปทรงคล้ายครีบฉลาม
แล้วก็เห็นคราบเลือดตรงรอยตัดของเรา
ถ้าตั้งใจสัมผัสเนื้อกระดาษดีๆ เราก็จะรู้สึกว่ามันสากเหมือนหนังฉลาม
ข้อความแรกที่เราเห็นในซองก็คือ “คุณเพิ่งตัดครีบฉลาม”
ส่วนเนื้อความด้านในซองก็บอกกล่าวเล่าปัญหาของการล่าฉลามเพื่อเอาครีบ
บ่อยครั้งที่เราทำร้ายโลกและทำร้ายชีวิตผู้อื่นโดยที่เราไม่รู้ตัว
การตัดซองจดหมายของเราก็คงคล้ายกัน
ถ้าเรารู้ตัวสักนิดว่าสิ่งที่เรากำลังทำมันทำร้ายคนอื่นยังไงบ้าง เราอาจไม่อยากทำก็ได้
การล่าฉลามเพื่อหาครีบไปทำหูฉลามนั้นนับว่าเป็นปัญหาใหญ่มาก
ปริมาณฉลามของโลกหายไปเพราะเมนูหูฉลามเยอะมาก
เมื่อฉลามหนึ่งตัวถูกล่าขึ้นมา มันจะถูกตัดแค่ครีบ แล้วลงศพลงทะเล เพราะเนื้อของมันรสชาติแย่มาก
นี่คือที่มาของหูฉลามอาหารแสนแพงที่เราต่างเชื่อกันว่ามันคือของดี
ทั้งที่มันแทบไม่มีคุณค่าทางโภชนาการใดๆ
แต่คนจำนวนมากก็ยังเชื่อว่า หูฉลามคือของดี คืออาหารที่แสดงถึงฐานะ
ผมก็ได้แต่หวังว่า อนาคตอันใกล้ เราทุกคนจะเชื่อว่า หูฉลามคือเมนูที่โหดร้ายแบบไร้ประโยชน์
คล้ายๆ อุ้งตีนหมี
ในงานแต่งงาน, ถ้าเราไม่กล้าเสิร์ฟอุ้งตีนหมีรับรองแขกด้วยความภูมิใจ
ก็ไม่น่าเอาหูฉลามใส่โถมาให้แขกรู้สึกพะอืดพะอม
เราแต่ละคนต่างมีเหตุผลร้อยแปดให้กับตัวเองว่า ทำไมเราถึงไม่ควรกินเมนูนี้
และเราต่างก็มีเหตุผลร้อยแปดเช่นกันว่าทำไมเราถึงควรกินอาหารเมนูนี้
บางคนมีเหตุผลมากมายบอกว่า ทำไมเราควรเลิกกินหูฉลาม
และบางคนก็มีเหตุผลมากมายบอกว่า ทำไมเราถึงควรเลือกกินหูฉลาม
ชอบแบบไหนเชิญเลือกแบบนั้นครับ