การเดินทางที่ชื่อ ‘เล่นกับหมอกหยอกกับเมฆ’

Posted by zcongklod on Aug 15, 2010

.

การเดินทางเพื่อทำความรู้จักป่า รู้จักเขา รู้จักเธอ
เริ่มต้นทำความรู้จักธรรมชาติแบบเบื้องต้น ผ่านระบบนิเวศที่อุดมสมบูรณ์ขั้นสูงสุด (จริงๆ)
กับอาจารย์ยงยุทธ จรรยารักษ์สุดที่รักของพวกเรา
จากลำปาง ผ่านลำพูน สู่เชียงใหม่
จากพระธาตุหริภุญชัย ไปดอยอินทนนท์
ยืนยันว่าเป็นการเดินทางอย่างเหนือชั้นที่สุดในประเทศ
(เหนือชั้นกว่านี้ก็ต้องหิมาลัยแล้ว)

ภายใต้บรรยากาศปลายฝนต้นหนาว
เมฆๆ หมอกๆ เขียวๆ ขาวๆ เย็นๆ ชื้นๆ ฉ่ำๆ
เราจะมาเรียนรู้เรื่องระบบนิเวศ และความสัมพันธ์ระหว่างตัวเรากับโลกใบนี้
ข้อความต่อไปนี้ไม่ได้อวดอ้างสรรพคุณเกินจริง
มนุษย์โลกควรได้เดินป่าร่วมกับอาจารย์ยงยุทธสักครั้งในชีวิต
จากนั้น สายตาในการมองโลกของเราจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป
รายละเอียดทริปนี้เป็นยังไง อาจารย์ท่านเขียนมาให้ดังนี้

^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^

เรียนรู้นิเวศป่าเมฆ

เมฆ คือ หมอกที่ลอยอยู่เหนือหัว เมฆที่ลอยอยู่ในระดับความสูงเกิน 1,000 เมตร ขึ้นไปเป็นเมฆที่ค่อนข้างอยู่ตัว มีโอกาสกลายเป็นฝนตกลงมาสู่พื้นผิวโลกน้อยมาก ดังนั้น ‘ป่าเมฆ’ จึงหมายถึง ป่าดิบเขาที่เติบโตอยู่ที่ระดับความสูงมากกว่า 1,000 เมตร ส่งผลให้ภายในป่าเมฆมักจะมีความชื้นสูงมาก เราสามารถสังเกตได้จากรุกขชาติในป่าเมฆส่วนใหญ่ใส่เสื้อหนาวกันทุกต้น ลักษณะทางนิเวศที่เด่นชัดที่สุดในป่าเมฆเป็นนิเวศของเหล่าพืชอิงอาศัย ซึ่งมีมากมายหลายชนิด อาทิ มอส เฟิร์น และกล้วยไม้ชนิตต่างๆ สิ่งที่น่าเป็นห่วงคือการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศโลกที่นับวันจะยิ่งรุนแรงมากขึ้น และมีตัวซ้ำเติมคือ มลภาวะจากยานพาหนะต่างๆ ทำให้คุณภาพอากาศเลวลง ส่งผลให้สุขภาพของต้นไม้อ่อนแอ จึงถูกทำลายเร็วมาก คาดว่าอีกไม่เกินทศวรรษ ป่าเมฆของไทยคงจะหมดไปด้วยการพัฒนาอย่างแน่นอน

กิจกรรม

ศุกร์ที่ 22 ตุลาคม 2553

18.30 รวมพลคนมีไฟที่สถานีรถไฟหัวลำโพง
19.30 ล้อหมุนจากสถานีรถไฟกรุงเทพฯ เดินทางโดยรถด่วนขบวน 13 นอนปรับอากาศ

เสาร์ที่ 23 ตุลาคม 2553

07.00 ถึงสถานีรถไฟลำปาง เติมพลังให้เต็มท้องเพื่อเตรียมผจญภัยบนดอยสูง
08.00 มุ่งหน้าสู่จังหวัดลำพูน แวะสักการะพระธาตุหริภุญชัย และดวงวิญญาณพระนางจามเทวี
12.00 มื้อเที่ยงที่อำเภอจอมทอง ก่อนขึ้นสู่ยอดดอยอินทนนท์
13.00 สัมผัสกับธรรมชาติของป่าเชิงดอย แล้วค่อยๆ ไต่สู่ธรรมชาติกลางดอย
16.00 หยุดศึกษานิเวศของป่ากลางดอย แล้วค่อยเข้าที่พักแรก ณ อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์
18.00 อาหารเย็น ณ ศูนย์อาหารของอุทยานแห่งชาติฯ เปิดวงเสวนาทบทวนชีวิตที่ผันผาน แล้วพักผ่อนตามอัธยาศัย

อาทิตย์ที่ 24 ตุลาคม 2553

07.00 ทานอาหารมื้อเช้าที่ศูนย์อาหาร พร้อมเตรียมมื้อเที่ยงไปด้วย
08.00 เดินทางสู่ป่าเมฆ ตามเส้นทางศึกษาธรรมชาติกิ่วแม่ปาน
12.00 ออกจากป่าเมฆ ทานมื้อเที่ยงที่ลานจอดรถ แล้วเดินทางต่อสู่ยอดดอยอินทนนท์ ศึกษานิเวศป่าพุ ณ ดอยอ่างกา
16.00 เดินทางกลับพี่พักแรม ณ บ้านพักอุทยานฯ
18.00 อาหารเย็นแล้วเปิดวงเสวนา ประสบการณ์ใหม่ๆ ที่พานพบ จบแล้วแยกกันพักผ่อนตามอัธยาศัย

จันทร์ที่ 25 ตุลาคม 2553

07.00 อาหารมื้อเช้าที่ศูนย์อาหารฯ แล้วจรลีลงสู่เมืองเชียงใหม่ ค้นหาวัดต้นแบบของหอคำหลวง แล้วแวะสัมผัสกับเวียงกุมกาม เมืองที่สร้างโดยพระยามังราย ก่อนการสร้างเมืองเชียงใหม่
11.00 มื้อเที่ยงที่ข้าวซอยฟ้าฮ่ามหรอแม่ลำดวน
12.00 สัมผัสและสักการะจุดกำเนิดของเมืองเชียงใหม่เพื่อสักการะพระเสตังคมณีที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุด
13.00 แวะชมสะดือเมืองเชียงใหม่ที่ถูกทำลายจนไม่มีโอกาสคืนชีพ
14.00 เตรียมเสบียงมื้อเย็นบนรถไฟที่ตลาดวโรรส
14.30 เข้าสถานีรถไฟเชียงใหม่เพื่อเดินทางกลับสู่กรุงเทพฯ (ต้องกลับด้วยขบวนนี้ เพราะมีสิ่งน่าเรียนรู้อยู่สองข้างทางมากมายก่อนพระอาทิตย์จะตกดิน

อังคารที่ 26 ตุลาคม 2553

05.30 รถไฟถึงสถานีกรุงเทพ แยกย้ายกันไปทำงานตามอัธยาศัย

ค่าใช้จ่าย 4,300 บาทต่อคน (ไม่รวมค่าอาหารทุกมื้อตลอดการเดินทาง)
^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^^

มาถึงวิธีสมัคร
ทริปนี้รับผู้ร่วมเดินทางทั้งหมด 30 คน
คราวนี้จะให้สิทธิพิเศษกับนักเรียน ‘วิชาอะไร’ เป็นกลุ่มแรก
สมัครในห้องเรียนวิชาอะไร ได้ไปทันที
พบกันได้ในวิชาอะไรครั้งที่ 14 ตอน คนไทยคือใคร วันพุธที่ 18 สิงหาคม 2553
ใครมั่นใจมากว่าไปแน่ ถือเงิน 4,300 บาท มาลงชื่อได้เลย
ถ้ามั่นใจมากแต่มีเงินไม่มาก ก็ถือเงิน 1,300 บาท มาลงชื่อได้เช่นกัน
ที่เหลือค่อยจ่ายกันวันไปก็ยังได้
ใครยังไม่ชัวร์ ยังไม่ต้องจ่ายเงินนะครับ
ส่วนใครจ่ายเงินแล้ว แต่เกิดเปลี่ยนใจด้วยเหตุผลกลใดก็ตาม ไม่คืนเงินนะจ๊ะ
หวังว่านโยบายนี้จะช่วยลดอัตราการแคนเซิลทริปที่สูงจนน่าตกใจได้
เงินจำนวนนี้ไม่ได้ไปไหนครับ เป็นกองทุนสนับสนุนนักเดินทางผู้ยังไม่มีรายได้
ทริปนี้, ผู้ที่ยังไม่มีรายได้จึงสามารถใช้สิทธิ จ่ายได้ในราคา 3,300 บาท
มีโควตาให้ 13 คนนะครับ

ทีนี้ก็มาถึงผู้สมัครที่ไม่ได้ไปร่วมวิชาอะไร หรือไปร่วมวิชาอะไรแต่เพิ่งมั่นใจว่าไปได้
(หลังจากผ่านวิชาอะไรไปแล้วจะสรุปให้นะครับว่าเหลือกี่ที่)
ส่งข้อมูลเหล่านี้มาที่อีเมล zcongklod@yahoo.co.uk
1. ชื่อ นามสกุล / ชื่อเล่น
2. เบอร์โทร / อีเมล
3. แนะนำตัวสั้นๆ ให้พอได้รู้จักกัน
4. เหตุผลที่อยากไป
5. อยากใช้สิทธิผู้ยังไม่มีรายได้หรือไม่
6. ถ้าอยากใส่เว็บไซต์, facebook หรือ twitter มาประกอบเพื่อให้รู้จักกันมากขึ้นก็ใส่มาเลย

ส่งมาได้ถึงวันที่ 3 กันยายน 2553
ประกาศผล 6 กันยายน 2553

จากนั้นค่อยนัดแนะเรื่องการชำระเงินกันต่อไป

เรื่องการเตรียมตัว ทางอาจารย์ยังไม่ได้แจ้งมาครับ
ผมเลยไม่แน่ใจว่า ควรเตรียมเสื้อกันฝน หรือเสื้อกันหนาว ไปดี
ใครอยากใช้เสื้อกันฝน แล้วใช้คนกันหนาว ก็ไม่ว่ากันครับ : )

*ภาพถ่ายด้านบน เป็นภาพถ่ายจริงถ่ายจากสถานที่จำลองครับ


รายชื่อผู้ร่วมเดินทางทริป วันเคียงเวียงจันทน์

Posted by zcongklod on Jul 6, 2010

หลังจากนั่งอ่านเมลชุดใหญ่กันไปแบบตาแฉะ
คิดแล้วคิดอีก
ผมก็พบว่า น่าจะเลือกผู้ร่วมการเดินทางที่ชื่อ วันเคียงเวียงจันทร์ ด้วยหลักดังนี้
1. เป็นผู้ที่มีพระคุณช่วยเหลือให้เกิดทริปนี้ (เป็นแขกระดับ VIP ครับ)
2. น่าจะเป็นคนที่ไม่เคยไปลาวมาก่อน (เสียดายมากที่ต้องปฏิเสธผู้เชี่ยวชาญเรื่องลาวไปหลายคน)
3. ไม่ค่อยมีโอกาสได้ไปทริปอื่นๆ
4. น่าจะมีเคมีต้องกันกับคนอื่นๆ
5. ดูคนที่สมัครด้วยกันประกอบ (น่าเสียดายที่บางคนเกือบได้ไปแล้ว แต่เพื่อนที่สมัครมาด้วยกันดันคุ้นเคยกับลาวมาก)

รายชื่อทั้ง 20 คนมีดังนี้
1. กระแต อุบลรัตน์
2. ก้อง ทรงกลด
3. กุ๊ก ชุติมา
4. เดียว ชนะรัฐ
5. ทราย ธัญญารัตน์
6. ทิพย์ ทิพย์สุดา
7. นวล พาฝัน
8. นุ้ย พรจรรย์
9. บอย กิตติวุฒิ
10. โบ๊ต ศรุต
11. ปัด ปัทมาพร
12. ปาล์ม ชลณัฏฐ์
13. ปุ่น ปุญญิศา
14. เปิ้ล วาสนา
15. มดแดง แพรวา
16. เม้ง ประสิทธิ์
17. แมงมุม ยาไพร
18. ยุรี มยุรี
19. อิง ชินธิดา
20. ฮิม ฉัตริน

แล้วผมจะรีบอีเมลไปแจ้งรายละเอียดนะครับ
ในระหว่างนี้ก็หยิบพาสปอร์ตมาเช็กวันหมดอายุสักนิด
แล้วพบกันครับ


ประกาศรายชื่อนิสิตที่ผ่านการลงทะเบียนวิชา คิดเพื่อเขียน

Posted by zcongklod on Jun 28, 2010

ก่อนอื่นใดของแสดงความยินดีกับนิสิตทั้ง 30 คน
จากนั้นก็ขอแสดงความเสียใจกับผู้พลาดหวังทั้งที่ทำตามกติกาครบถ้วน รวมถึงผู้สมัครที่เป็นนิสิตปริญญาโท ส่งรายละเอียดมาไม่ครบ ลืมแนบไฟล์ และส่งหลังกำหนด
สำหรับผู้ที่พลาดหวังคราวนี้ โอกาสหน้าเราอาจมีวาสนาต่อกันนะครับ

รายชื่อนิสิตที่ผ่านการลงทะเบียนเรียนวิชา คิดเพื่อเขียน มีดังนี้
4934304425    กอบกาญจน์ ลิ้มสมบัติอนันต์   [สถาปัตยกรรมศาสตร์]
5030393021    เพ็ญนภา พีรวงศ์สกุล           [วิศวกรรมศาสตร์]
5037315337    พิชญาภา รักษาราษฎร์         [สหเวชศาสตร์]
5040060622    ณวรา หิรัญกาญจน์             [อักษรศาสตร์]
5040067022    ณัฐพร บูรณะศรีศักดิ์           [อักษรศาสตร์]
5040114922    บุณยนุช ชมแป้น               [อักษรศาสตร์]
5040523922    อรฉัตร พรหมเศรณี            [อักษรศาสตร์]
5042727026    คงคุณา คงธรรม                [พาณิชยศาสตร์และการบัญชี]
5042825826    พริ้วแพร มังกร                  [พาณิชยศาสตร์และการบัญชี ]
5045077228    พรพิมล สวัสดิ์แดง              [นิเทศศาสตร์]
5045251028    ปณิธาน พิชิตหฤทัย             [นิเทศศาสตร์]
5046122034    ปิยะดา ปริกัมศีล                [นิติศาสตร์]
5135024430    ขวัญชนก หอมแสงประดิษฐ     [แพทยศาสตร์]
5136096832    วรรณวลัย ชอบอิสระ            [ทันตแพทยศาสตร์]
5137723839    ชัชวาลย์ แสนอุบล              [วิทยาศาสตร์การกีฬา]
5140086022    ธารริน อดุลยานนท์             [อักษรศาสตร์]
5140198722    วิลาสิณี  สิทธิสมบูรณ์           [อักษรศาสตร์]
5140738622    รวิภา มณีรัตน์                   [อักษรศาสตร์]
5142287226    ธัญวรรณ เอี่ยมสนธิ             [พาณิชยศาสตร์และการบัญชี]
5145254028    พิมพ์พิชา อุตสาหจิต            [นิเทศศาสตร์]
5240042522    อัญรัตน์ มงคลเลิศศักดิ์         [อักษรศาสตร์]
5240123722    ชนัญญา เตชจักรเสมา          [อักษรศาสตร์]
5240206122    มนนภา ภู่สมบูรณ์วัฒนา        [อักษรศาสตร์]
5241012924    โชติมา อ่ำพันธุ์เปรม            [รัฐศาสตร์]
5245258728    วิภาดา แหวนเพชร              [นิเทศศาสตร์]
5331054721    รชฎ มิ่งขวัญ                    [วิศวกรรมศาสตร์]
5337509038    อภิฌชา พุ่มมณีกร              [จิตวิทยา]
5340063822    ฐิติพร ชาวงษ์                   [อักษรศาสตร์]
5340177722    ภัทรียา พัวพงศกร              [อักษรศาสตร์]
5345100228    ภัทรานิษฐ์ พัวพงศกร           [นิเทศศาสตร์]

พบกันวันพฤหัสบดีที่ 1 กรกฏาคมนี้ เวลา 16.30 ที่ห้อง 402 อาคารบรมราชกุมารี
การบ้านแรกก่อนเข้าเรียนนะครับ
ให้ทุกคนลองหยิบนิตยสารเล่มโปรดของตัวเองมาอ่านอย่างละเอียดสักรอบ
แล้วลองวิเคราะห์ว่า ทำไมเราถึงชอบมัน
จากนั้นก็หยิบนิตยสารเล่มนั้นใส่กระเป๋ามาเรียนด้วย
เราจะเริ่มคิดกันจากตรงนั้นครับ
สุดท้าย ถ้าใครเห็นชื่อเพื่อนหรือคนรู้จักอยู่ในรายชื่อนี้ ฝากช่วยแจ้งข่าวด้วยนะครับ


การเดินทางในขบวนเพื่อนบ้านของเรา หมายเลข 1 ‘วันเคียงเวียงจันทน์’

Posted by zcongklod on Jun 16, 2010

.

เนื่องในวาระดิถีครบ 450 ปีเมืองเวียงจันทน์ เลยอยากชวนไปใช้เวลาร่วมกัน 4-5 วันครับ
ทริปนี้เราจะเที่ยวเวียงจันทน์กันแบบเยี่ยมบ้านเพื่อน
คือพี่น้องชาวลาวจะพาเราเที่ยว เล่าเรื่องโน้นเรื่องนี้ให้ฟังแบบผู้ใหญ่สอนลูกหลาน
และแบบเพื่อนนั่งคุยกับเพื่อน
สถานที่ท่องเที่ยวสุดฮิตแทบไม่อยู่ในลิสต์ (เพราะที่เหล่านั้นไปเองเมื่อไหร่ก็ได้)
แต่เราจะไปในที่ที่ทำให้เรารู้จักเมือง ชุมชน และคนเวียงจันทน์
สิ่งที่เราจะทำใน 4-5 วันมันประมาณนี้

นั่งรถไฟข้ามสะพานมิตรภาพไปเวียงจันทน์ พักกันที่บ้านเรทโทรสุดร่มรื่น
เรียนภาษาลาวอย่างง่ายในชีวิตประจำวัน และทำความรู้จักวัฒนธรรมผ่านภาษา
โดยพี่ปุ้ย ดวงแข บุนยาวง ผู้จัดการสำนักพิมพ์ดอกเกด นักเขียน และผู้ประกาศข่าวภาษาอังกฤษของสถานีโทรภาพแห่งชาติลาว
นั่งฟังประวัติศาสตร์ลาวที่เราอาจไม่เคยรู้ และความสัมพันธ์ระหว่างประเทศที่ควรรู้
คนลาวรักฝรั่งเศส เกลียดอเมริกา แล้วไทยล่ะ?
พ่วงด้วยนิทานพื้นบ้านลาวน่ารักๆ
โดยคุณป้าดวงเดือน บุนยาวง นักเขียนดีกรีซีไรต์ลาว นักคิด นักปรัชญา และปัญญาชนระดับต้นๆ ของประเทศ
เยี่ยมหอสมุดเก็บใบลานที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และลองเขียนใบลาน
โดยมีคุณป้าดวงดารา บุนยาวง นักวิชาการและนักเขียนผู้เดินทางเก็บข้อมูลเรื่องใบลานจากวัดกว่า 4,000 แห่งทั่วลาว มาเล่าเรื่องใบลาน และวัดลาวให้เราฟัง

ปั่นจักรยานเที่ยวเมืองเวียงจันทน์ไปพร้อมๆ กับอาจารย์และนักศึกษาสถาปัตย์ของลาว
ทำความรู้จักประวัติศาสตร์ของเวียงจันทน์ ผ่านผังเมือง อาคารลาวแบบโบราณ อาคารยุคโคโลเนียล
บ้านและชุมชนลาวแบบเก่า เทียบกับยุคใหม่
450 ปีที่ผ่านมา เวียงจันทน์เติบโตมาอย่างไร และกำลังจะเติบโตไปอย่างไร ได้รู้กัน
ทราบถึงความสำคัญของแม่น้ำโขง และซึ้งกับปัญหาที่กำลังเกิดขึ้น
คุยกันที่ดอนจัน ชุมชนเล็กๆ ซึ่งตั้งอยู่กลางแม่น้ำโขง
ร่วมพิธีตักบาตรใหญ่ในเช้าวันเข้าพรรษา
ลองทอผ้า ย้อมผ้า และแวะพิพิธภัณฑ์ผ้า เรียนรู้งานผ้าซึ่งเป็นหนึ่งในอาชีพหลักของชาวเวียงจันทน์
เรียนรู้วัฒนธรรมอาหารลาว ไปพร้อมๆ กับลองลงมือปรุงด้วยตัวเอง
นั่งเล่นยามค่ำที่ร้านน้ำเต้าหู้ซึ่งเป็นแหล่งรวมวัยรุ่นหน้าตาดีที่สุดในเมือง
เยี่ยมหนึ่งในพิพิธภัณฑ์ที่ดีที่สุดแต่มีคนรู้จักน้อยที่สุดในเวียงจันทน์
คำเตือน เที่ยวพิพิธภัณฑ์แห่งนี้อาจมีเสียน้ำตา
และอื่นๆ

ทริปนี้เราเดินทางไปกลับด้วยรถไฟ
ออกเดินทางจากสถานีหัวลำโพง วันศุกร์ที่ 23 กรกฎาคม 2553 เวลา 18.35 น.
ด้วยรถไฟ ขบวนที่ 77 รถด่วน ชั้น 2 นั่งปรับอากาศ
กลับถึงสถานีหัวลำโพง วันพุธที่ 28 กรกฎาคม 2553 เวลา 06.25 น.
ด้วยรถไฟ ขบวนที่ 70 ชั้น 2 นั่งและนอนปรับอากาศ

คุณสมบัติผู้สมัคร
1.ต้องมีหนังสือเดินทาง
2.ต้องขี่จักรยานเป็น

ค่าใช้จ่ายในการเดินทาง คนละ 950,000 กีบ (3,800 บาทไทย)
แต่ยังไม่รวมค่าธรรมเนียมผ่านแดน และค่าอาหารอีกหลายมื้อ (ซึ่งเลือกร้านกินเองตามชอบใจ)
รวมแล้วน่าจะต้องจ่ายเพิ่มเองที่ลาวอีกประมาณคนละ 500-1,000 บาท (ขึ้นกับว่าเลือกกินร้านประมาณไหน)

วิธีการสมัคร
กรอกข้อมูลเหล่านี้แล้วส่งมาทางอีเมลครับ
1. ชื่อ นามสกุล
2. ชื่อเล่น
3. เบอร์โทร
4. อีเมล
5. แนะนำตัวเองสั้นๆ พอให้รู้จักกัน และรู้สึกอยากเดินทางร่วมกัน
6. ทำไมถึงอยากไปทริปนี้
7. (ถ้าเคยไปเวียงจันทน์มาก่อน) อะไรคือสิ่งที่ประทับใจที่สุดในเวียงจันทน์
8. ถ้าอยากใส่ลิงค์ เว็บไซต์ facebook twitter ก็เชิญนะครับ
9. ถ้าสมัครมากับเพื่อนแล้วรักความเท่าเทียม อยากไปด้วยกันหมดหรืออดด้วยกันหมด ก็ระบุมาเลยนะครับว่าสมัครมากับใครบ้าง
ส่งอีเมลมาที่ zcongklod@yahoo.co.uk ภายในวันที่ 5 ก.ค.53
ประกาศผลทางเว็บไซต์และเมลไปบอก วันที่ 7 ก.ค.53
ทริปนี้รับ 20 คนครับ

เกณฑ์ในการคัดเลือก

พยายามเลือกให้ทุกคนชะตาต้องกัน
ถ้ามีคนชะตาต้องกันเกินกว่า 20 จะรีบคิดหาเกณฑ์ดีๆ ที่เหมาะสมมาเสริม
อาทิ ให้สิทธิ์กับคนที่สมัครทริปอื่นๆ แล้วไม่เคยได้ไปก่อน

หวังว่าการเดินทางครั้งนี้จะทำให้เรารู้จักและรักเพื่อนบ้านมากขึ้นนะครับ


วิชา คิดเพื่อเขียน (Thinking for Writing)

Posted by zcongklod on Jun 11, 2010

.

มาคิด เขียน เรียน และรู้ ด้วยกันไหมครับ
เมื่อได้รับชวนจากฝ่ายกิจการนิสิต คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ให้สร้างหลักสูตรที่มีสาระแบบสนุกๆ สำหรับนิสิตจุฬาฯ ระดับปริญญาตรี
ผมก็รับคำชวนด้วยความดีใจ แล้วกลับมานั่งคิดด้วยความหนักใจ
นานๆ จะมีโอกาสได้สื่อสารกับน้องๆ อย่างเป็นเรื่องเป็นราวสักที ก็อยากทำให้เต็มเม็ดเต็มหน่วย
ก็เลยออกมาเป็นวิชา (หรือจะเรียกว่าโครงการก็ได้) ที่มีชื่อว่า คิดเพื่อเขียน (Thinking for Writing)
วิชานี้อยู่นอกหลักสูตรการเรียนการสอนของจุฬาฯ
เรียนและสอนแบบนอกระบบ นอกเวลา ด้วยเนื้อหานอกตำรา
ไม่มีการสอบ ไม่ได้หน่วยกิต และไม่ปรากฏในทรานสคริปต์
เนื้อหาโดยรวมเน้นคิดมากกว่าเขียน และชวนกันคิดมากกว่าแค่นั่งเรียน
เมื่อเรียนจบแล้ว ถ้ายังไม่เหนื่อยและหน่าย ผู้เรียนกับผู้สอนจะทำหนังสือร่วมกันหนึ่งเล่ม
เนื้อหาจะว่าด้วยเรื่องอะไร ค่อยตกลงกันอีกทีนะ

เราจะเรียนกันทุกวันพฤหัสบดี (มีอังคารบ้างประปราย) เวลา 16.30-18.30 น.
ที่อาคารบรมราชกุมารี คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

(มาเรียนสายจะโกรธ โดดเรียนจะงอน)

เนื้อหาทั้ง 10 ครั้ง มีดังนี้
1 ก.ค. 53 นิตยสาร: สูตรที่ถูกซุกอยู่ในนิตยสาร
15 ก.ค. 53 พ็อกเก็ตบุ๊ก: กระบวนการคิดตั้งแต่การเขียนจนถึงการขาย
22 ก.ค. 53 คอลัมน์: คิดให้ได้ และเขียนให้ดี
5 ส.ค. 53 บันทึกการเดินทาง: ออกแบบการเดินทางเพื่องานเขียน และออกแบบงานเขียนเพื่อเล่าเรื่องจากการเดินทาง
10 ส.ค. 53 สารคดี: การหาเรื่องที่ดีมาเล่าให้ดี
19 ส.ค. 53 การเก็บข้อมูล: วิธีตามหาข้อมูลหลักจากทุกแหล่ง
26 ส.ค. 53 บทสัมภาษณ์: การคิดคำถาม การถามที่ผ่านการคิด และการเขียนคำตอบ
2 ก.ย. 53 การเล่าเรื่อง: หนึ่งเรื่องเล่าได้หลายร้อยวิธี
7 ก.ย. 53 การสร้างคำ: สิ่งที่ต้องคำนึงเมื่ออยากคิดคำให้คำรามจนคนคำนับ
9 ก.ย. 53 การวางโครงหนังสือ: ร่วมคิดและวางโครงหนังสือ ร่วมกัน

วิธีลงทะเบียน
1. สำรวจตัวเองก่อนว่า เป็นนิสิตจุฬาฯ ในระดับปริญญาตรี หรือไม่ ถ้าไม่ใช่ก็หมดสิทธิ์นะครับ
2. เขียน (ในความหมายของพิมพ์) แนะนำตัวเองให้น่าสนใจที่สุด พร้อมด้วยชื่อ นามสกุล คณะ ชั้นปี รหัสประจำตัวนิสิต อีเมล และเหตุผลที่อยากเข้าอบรม ความยาวไม่เกิน 1 หน้า A4
3. ส่งอีเมลมาที่ zcongklod@yahoo.co.uk ภายในวันศุกร์ที่ 25 มิถุนายน 2553
4. ประกาศรายชื่อนิสิตที่ผ่านการลงทะเบียนจำนวน 30 คน และห้องเรียน วันจันทร์ที่ 28 มิถุนายน 2553 ที่บอร์ดหน้าห้องบริการการศึกษา ชั้น 1 อาคารมหาวชิราวุธ และทางเว็บไซต์ www.lonelytrees.net
5. เริ่มเรียนวันที่ 1 กรกฎาคม 2553
6. สงสัยตรงไหน โพสต์ถามด้านล่างเลยนะครับ

รักคน Share แคร์คน retweet : )


การเดินทางที่ชื่อ ‘นที นาที นานที’

Posted by zcongklod on Jun 1, 2010

ชวนกันใช้เวลานานนาทีเหนือแม่น้ำเจ้าพระยาแบบนานๆ ที
กับการเดินทางที่ชื่อ ‘นที นาที นานที’
การเดินทางคราวนี้ อาจารย์ยงยุทธ จรรยารักษ์ คุณครูสุดที่รักของพวกเรา
จะพานั่งเรือล่องแม่น้ำเจ้าพระยาสวนกระแสที่ทุกคนคุ้นเคย
แทนที่จะแล่นทวนน้ำขึ้นไปทางเหนือ กลับล่องตามน้ำลงมาทางใต้มุ่งหน้าสู่อ่าวไทย
ในเส้นทางที่ไม่ค่อยจะมีคนชวนกันไปเที่ยวสักเท่าไหร่
เพราะขาดสถานที่ท่องเที่ยวมีชื่อไว้ดึงดูดใจ
แต่สำหรับพวกเรา แค่ได้เจอชุมชนเล็กๆ ริมน้ำ กับวัฒนธรรมรามัญ
วัดวาอารามโบราณที่แสนจะมีเอกลักษณ์
รวมถึงบรรยากาศแบบกึ่งแม่น้ำกึ่งทะเล
แค่นี้ก็มีเสน่ห์จะแย่

พักอ่านรายละเอียดแบบเต็มๆ จากอาจารย์ยงยุทธกันสักครู่ครับ
~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~

โครงการตามรอยวิถีไทยปลายน้ำเจ้าพระยา

แม่น้ำเจ้าพระยาเป็นเสมือนเส้นเลือดใหญ่ที่สำคัญที่สุดในวิถีชีวิตของชนชาวสยาม จึงมีเหตุการณ์มากมายเกิดขึ้น ณ ปลายลำน้ำเจ้าพระยานี้ ดังนั้นการตามรอยวิถีไทย ณ ปลายลำน้ำเจ้าพระยา เราจึงเริ่มต้นจากเมืองธนบุรีศรีมหาสมุทร ตรงปากคลองบางกอกใหญ่ จนสิ้นสุดสายน้ำที่ป้อมพระจุล ซึ่งมีเหตุการณ์ใหญ่เกิดขึ้นมากมาย เช่น อันนัมสยามยุทธ และยุทธการ ร.ศ. 112 เป็นต้น แถมท้ายด้วยวิถีของชาวมอญย่านพระประแดง

กิจกรรม
วันเสาร์ที่ 10 กรกฎาคม 2553
07.00  รวมพลคนมีไฟที่ปากคลองคูเมืองเดิมด้านใต้ (ท่าเรือราชินี อยู่ระหว่างโรงเรียนราชินี กับตลาดปากคลองตลาด) ค้นหาจุดกำเนิดของธนบุรีศรีมหาสมุทร
08.00  ล่องเรือลงใต้ชมความคดเคี้ยวฉวัดเฉวียนของสายน้ำเจ้าพระยาพร้อมทั้งการเปลี่ยนแปลงของธรรมชาติริมฝั่งน้ำตามอิทธิพลของความเค็ม ชมวิวัฒนาการของสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาที่พัฒนาตามพัฒนาการของเรือ
10.00  ขึ้นเรือที่ปากคลองลัดหลวง (บทเรียนขั้นฐมในเองผลกระทบต่อธรรมชาติที่เกิดจาการการพัฒนาความเป็นอยู่ของมนุษย์ ขึ้นมาชมศิลปะอันน่าทึ่งที่วัดเจ้ากับวัดไพร่ซึ่งอยู่ไม่ไกลกันนัก
11.00  นั่งรถรางชมวิถีชีวิตชาวมอญที่พระประแดง จนถึงวัดป่าเกตุแล้วเดินชมสวนป่าชุมชนจนหนำใจ
12.00  อาหารเที่ยงสไตล์รามัญ พูดคุยแลกเปลี่ยนกันและกันในเรื่องชีวิต
14.00  เดินเท้าต่อไปยังวัดบางกระสอบเพื่อเดินทางต่อไปยังสมุทรปราการ พูดคุยเล่าขานที่มาของปราการที่ท้องสมุทร ชมพระเจดีย์กลางสมุทรที่กลายเป็ฯเจดีย์ริมสมุทร
16.00  สุดทางที่ป้อมพระจุล จุดรำลึกถึงพระปรีชาญาณของรัชกาลที่ 5 แล้วมุ่งหน้ากลับสู่ธนบุรีศรีมหาสมุทร
18.00  ถึงท่าเรือราชินีจรลีแยกย้ายกันกลับเคหาตามอัธยาศัย

ค่าใช้จ่ายคนละ 800 บาท รวมอาหารเช้า เที่ยง น้ำดื่มตลอดทาง
คุณสมบัติผู้ร่วมโครงการ
รักการเรียนรู้, ชอบดูของแปลก, รู้จักแยกแยะ, ไม่ติดพรรษา และ เปิดทวารทั้งห้า
~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~
สำหรับผู้ที่อยากร่วมเดินทางด้วยกัน กรุณาอ่านและทำตามขั้นตอนดังนี้ครับ
1.ทริปนี้รับทั้งหมด 40 คน ใช้หลัก สมัครก่อนได้ก่อน
2.เพื่อความโปร่งใส เราจะลงชื่อกันตรงช่อง comment ท้ายนี้เลยครับ
3.แต่ละคนต้องกรอก ลำดับที่ / ชื่อ นามสกุล / ชื่อเล่น /อีเมล
4.เพื่อความเท่าเทียม 1 คน (1 IP) ลงชื่อได้ 1 คนนะครับ
5.พอได้ครบ 40 คน ผมจะส่งเมลแจ้งเรื่องการจ่ายเงิน และรายละเอียดเพิ่มเติมให้
(ใจจริงอยากแมน ให้ทุกคนมาจ่ายเงินวันไปเหมือนเดิม แต่หลังๆ มานี้มีคนเบี้ยวบ่อยเหลือเกิน
เลยอยากให้จ่ายเงินก่อนดีกว่าครับ)
6.ถ้ามีการสละสิทธิ์ หรือไม่จ่ายเงินภายในกำหนด จะติดต่อไปยังผู้ที่ลงชื่อในลำดับถัดๆ ไปนะครับ

หวังว่าจะได้ร่วม เวลา และ วารี (Time and Tide) ด้วยกันนะครับ : )


มาเพาะพันธุ์ต้นตะเคียนทองกัน

Posted by zcongklod on Apr 19, 2010

.

อาจารย์ยงยุทธ จรรยารักษ์ฝากมาแจ้งข่าวกับผู้ที่รักการปลูกต้นไม้ครับ
ช่วงนี้ต้นตะเคียนทองในจุฬาฯ ข้างตึกจุลจักรพงษ์ (ฝั่งตลาดนัด หรือ ฝั่งลานจอดรถ) กำลังมีเมล็ด
ใครอยากได้เมล็ดตะเคียนทองไปปลูกก็ไปเก็บได้ใต้ต้นครับ
หน้าตาของเมล็ดก็เป็นอย่างที่เห็นในรูป
อาจารย์บอกว่า ต้องเอาไปเพาะก่อน พอต้นกล้าสูงสักหน่อยค่อยเอาไปลงดิน
จะเอาไปปลูกที่ไหนก็ได้ จะปลูกในบ้านก็ได้เพราะรากมันลึก ไม่เป็นอันตรายต่อบ้าน
หรือจะเอาไปลงในที่รกร้าง หรือจะส่งต่อให้หน่วยงานไหนต่อก็ทำได้ตามชอบใจ
ที่เอาข่าวมาบอกกันก็เพราะว่า มันเป็นไม้ใหญ่ที่ค่าที่น่าขยายพันธุ์นั่นเอง
จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบโดยทั่วกัน


ชื่อต้นจามจุรีทั้งสาม ได้แก่…

Posted by zcongklod on Feb 27, 2010

(ภาพจากพี่อั๋น อังกฤษ)

แต่ละคนแต่งกันมาดีๆ ทั้งนั้น

ตัดสินยากจริงๆ ครับ
อยากจะหาต้นไม้อุปถัมภ์เพิ่มอีกสักร้อยสองร้อยต้น จะได้ใช้ไฮกุดีๆ เหล่านี้ไปตั้งชื่อ : )
หลังจากนั่งกุมขมับคิดอยู่นาน
ก็ได้ไฮกุเข้ารอบสุดท้ายมา 10 บท
โดยพิจารณาจากความหมาย
และพอเอาแต่ละประโยคไปปักหน้าต้นไม้แต่ละต้น ดูไม่แปลกเกินไปนัก
ทั้ง 10 บทมีดังนี้ครับ

01
ถูกถอนจากถิ่นฐาน
รากใหม่เติบโตอย่างงดงาม
มิพ่ายต่อชะตา

โดย บดินทร์

02
เติบโตจากน้ำใจ
ยืนหยัดกลายเป็นต้นไม้ใหญ่
เพื่อคืนความร่มเย็น

โดย tigerfaii

03
ธรรมชาติย่อมสรรค์สร้าง
ฤดูกาล ความรัก ชีวิต
แต้มไว้ตามต้นไม้

โดย แสง

04
ธรรมะ-ธรรมชาติ
แผ่นดิน น้ำฝน ต้นไม้ คน
ล้วนเป็นหนึ่งเดียวกัน

โดย bobjims

05
ใช้ตามอง..ความงาม
ใช้หัวใจมองเห็น..ความสุข
ต้นไม้มี…ความรัก

โดย เค็ง

06
คนเหงากับต้นไม้
หลายต้น หลายคน กลับหายเหงา
เปลี่ยนถิ่นไม่เดียวดาย

โดย กิ๊บ

07
จามจุรีรู้ร้อน
ก้ามปูชูช่อพะนอฝน
ฉำฉาล้อลมหนาว

โดย วันดี

08
จามจุรีเตือนใจ
ปลูกฝันดั่งปลูกต้นไม้ใหญ่
เติบโตใช้เวลา

โดย เมล็ดฝัน:

09
จะกี่ใบร่วงหล่น
แต่ลำต้นยังคงหยัดยืน
รอวันคืน…ผลิใบ

โดย เมล็ดฝัน

10
ต้นไม้งามเพียงใด
ไม่ขึ้นกับลำต้นหรือใบ
(แต่) ขึ้นกับใจคนมอง

โดย เมล็ดฝัน

พอลองมาคิดต่อ
ไฮกุที่ถูกนำไปใช้ น่าจะเป็นบทกวีที่มีค่าเมื่อปักอยู่ใต้ต้นไม้ ในวัด
ก็คือ มันน่าจะสอดแทรกปริศนาธรรม ในประเด็นที่เกี่ยวกับธรรมชาติอยู่บ้าง
ซึ่งก็ยังเข้าข่ายนี้อยู่หลายชิ้น
แต่ 2 ชิ้นที่โดดเด่นที่สุดคือ

01
ธรรมะ-ธรรมชาติ
แผ่นดิน น้ำฝน ต้นไม้ คน
ล้วนเป็นหนึ่งเดียวกัน

โดย bobjims

02
ต้นไม้งามเพียงใด
ไม่ขึ้นกับลำต้นหรือใบ
(แต่) ขึ้นกับใจคนมอง

โดย เมล็ดฝัน

เลือกยากมากครับ เพราะสูสีกันเหลือเกิน
แต่ถ้าต้องตัดใจเลือกจริงๆ ชิ้นที่ 2 ก็ดูจะถูกที่ถูกเวลามากกว่า
เพราะชิ้นแรกเราสามารถย้ายไปแปะไว้ที่ไหนก็ได้
แต่ชิ้นที่ 2 เมื่อมันแปะอยู่ใต้ต้นไม้ คนเดินมามองต้นไม้ แล้วเห็นป้าย
จะทำให้คนหยุดคิด และตั้งคำถามกับการมองเห็นต้นไม้ได้
ความเหนือชั้นของชิ้นที่ 2 มันอยู่ตรงนี้นี่เอง
แต่ชิ้นที่ 2 ก็ยังมีข้อติดขัดเล็กน้อยตรงวรรคสุดท้าย ซึ่งเกินมา 1 พยางค์
ผมก็ถือวิสาสะเรียบเรียงใหม่ในความหมายเดิมว่า
อยู่ที่ใจคนมอง
หวังว่า เมย์ เมล็ดฝันคงไม่โกรธกัน : )

สรุปว่า ชื่อต้นจามจุรีทั้งสามของเรามีดังนี้ครับ

ต้นไม้งามเพียงใด

ไม่ขึ้นกับลำต้นหรือใบ

อยู่ที่ใจคนมอง

(เครดิต ผู้แต่งคือ เมล็ดฝัน)

ขอปรบมือให้ครับ : )


ตั้งชื่อให้ต้นไม้ สามต้นด้วยสามวรรคไฮกุ หัวข้อคือต้นไม้

Posted by zcongklod on Feb 26, 2010

สืบเนื่องมาจากโครงการชวนกันรับอุปการะต้นจามจุรีที่จังหวัดเชียงราย
ก็เลยอยากชวน พี่แม่พี่น้องมาช่วยกันแต่งกลอนไฮกุ
เพื่อใช้เป็นป้ายและใช้เป็นชื่อสำหรับต้นจามจุรีทั้งสาม
หัวข้อในการแต่งคือ ‘ต้นไม้’
ส่วนรูปแบบของกลอนไฮกุคือ
มี 3 วรรค วรรคแรก 5 พยางค์ วรรคที่สอง 7 พยางค์ และวรรคที่สาม 5 พยางค์
ใครแต่งได้แล้ว แปะไว้ในคอมเมนต์เลยนะครับ
ใครผ่านมาอ่านแล้วชอบอันไหนก็แสดงความชื่นชมกันได้นะครับ
สายๆ วันเสาร์ที่ 27 ก.พ. คณะกรรมการ (อันประกอบด้วยผมและคนแถวๆ นี้) จะเลือกกัน
เกณฑ์คือ ไปปรากฎอยู่บนป้ายใต้ต้นไม้แล้วดูดีที่สุด
ใครที่เคยเสนอชื่อมาใน entry ที่แล้ว ไม่ต้องเป็นห่วงนะครับ เราจะคลิกกลับไปอ่านด้วย
รีบคิด รีบส่ง นะครับพี่น้อง : )

ข้อมูลเพิ่มเติม ตอนนี้ต้นจามจุรีทั้งสิบ ถึงวัดเรียบร้อย
เงินของพวกเราได้ถูกส่งมอบให้กับผู้ที่เกี่ยวข้องเรียบร้อยและครบถ้วน
คนที่ล้อมต้นไม้มา บอกว่า พอถึงต้นฤดูฝน ต้นจามจุรีคงแตกใบ และยืนหยัดด้วยตัวเองได้
ในระหว่างนี้พระท่านก็รับปากว่าจะช่วยดูแลให้
อนุโมทนากับผู้ร่วมบริจาคทุกท่านครับ

อย่าลืมมาช่วยกันแต่งไฮกุด้วยนะครับ


ชวนรับอุปการะต้นจามจุรี

Posted by zcongklod on Feb 15, 2010

พี่อั๋น อังกฤษ อัจฉริยโสภณ ศิลปินหนุ่มจากเชียงราย ส่งข่าวมาเล่าให้ฟังว่า
มีการขยายถนนสายเชียงราย-เชียงแสน
ต้นจามจุรี (ขนาดใหญ่) จำนวน 10 ต้น เลยตกอยู่ในที่ยืนลำบาก
แต่วัดป่าอ้อร่มเย็น บ้านป่าอ้อ ตำบลนางแล เชียงราย (ที่ตั้งเจดีย์ไม้ไผ่สานของเรานั่นเอง) ยินดียื่นมือเข้าช่วยเหลือด้วยการ ‘ล้อม’ (ขุด) มาปลูกที่วัด
คนที่รับจ้างล้อมคิดค่าใช้จ่ายต้นละ 4,500 บาท โดยสัญญาว่าจะดูแลจนมันกลับมามีชีวิตที่สดใส
พี่อั๋นเลยมีไอเดียอยากหาพ่อแม่บุญธรรมให้ต้นจามจุรีเหล่านี้
พอได้ข่าวว่าเหลือ 3 ต้นสุดท้ายที่ยังไม่มีผู้ดูแล
ผมเลยรับอุปการะมาทั้ง 3 ต้น
ครั้นจะเป็นเจ้าของคนเดียวมันก็เหงาไปนิด
เลยอยากชวนชาวเครือข่ายต้นไม้ขี้เหงามาอุปการะต้นจามจุรีเหล่านี้ร่วมกัน
เพื่อความเป็นมิตรต่อกระเป๋าสตางค์
เลยอยากชวนผู้มีจิตศรัทธาจำนวน 30 คน ร่วมบริจาคกันคนละ 450 บาทครับ

พี่อั๋นบอกว่า นอกจากบริจาคเงินแล้ว อย่าลืมแวะเวียนมาช่วยรดน้ำ กวาดใบไม้ และดูแลพวกมันด้วยนะ
อย่างพี่อั๋นและครอบครัวก็เตรียมเอาต้นเอื้องผึ้งไปปลูกติดต้นจามจุรีในความดูแลของตัวเองเป็นที่เรียบร้อย
ยิ่งคิดยิ่งคิดสนุก

ถ้าใครสนใจจะร่วมอุปการะต้นจามจุรีมีเคราะห์ กรุณาทำตามขั้นตอนดังนี้ครับ
1. ลงชื่อแสดงความจำนงอยากเป็น 1 ใน 30 คน ด้วยการโพสชื่อตัวเองใน comment
2. ถ้าเป็น 1 ใน 30 คนแล้ว ก็โอนเงินจำนวน 450 บาท มาที่บัญชีของผม (อาจฟังดูแปลกๆ นะครับ แต่ทุกบาททุกสตางค์จะถูกนำไปช่วยต้นจามจุรีแน่นอนครับ)
ชื่อบัญชี นายทรงกลด บางยี่ขัน
บัญชีออมทรัพย์ ธนาคารกสิกรไทย สาขาคลองจั่น
เลขบัญชี 040-2-73630-5
3. ในระหว่างรอโอนเงินก็ช่วยกันตั้งชื่อต้นไม้ไปพลางๆ นะครับ ล่าสุด เราจะตั้งชื่อกันเป็นบทกวี 3 บรรทัดครับ ไฮกุ (5 พยางค์ 7 พยางค์ 5 พยางค์) หรือ แคนโต้ (3 วรรคมีความหมายในตัวเอง พอรวมกันเกิดความหมายใหม่) พอเขียนอยู่บนป้ายชื่อต้นไม้ทั้ง 3 น่าจะน่ารักดีนะครับ พอได้ชื่อที่มากพอ เราจะมาโหวตกัน (คนที่ไม่ได้ร่วมอุปการะก็ร่วมเสนอชื่อได้นะครับ)
4. พี่อั๋นบอกว่าถ้าต้นจามจุรีมาถึงวัดเมื่อไหร่จะรีบส่งรูปถ่ายมาให้ดู ผมก็จะรีบโพสต์ให้ดูเช่นกันครับ
5. ขออนุโมทนากับผู้มีจิตศรัทธาทุกท่านครับ

: )


นั่งฝั่งตะวันตื่นยืนฝั่งตะวันตก ฉบับพิมพ์ครั้งที่แล้ว + โปสการ์ด

Posted by zcongklod on Feb 7, 2010

มีข่าวสารมาแจ้งครับ
ถ้าใครซื้อหาหนังสือเรื่อง ‘นั่งฝั่งตะวันตื่นยืนฝั่งตะวันตก‘ ตามร้านในตอนนี้
จะได้รับของแถมเป็นโปสการ์ดสวยสด 1 เซ็ต ซึ่งมาจากภาพประกอบในเล่ม
(ฝีมือการคอลลาจของทรงศีล ทิวสมบุญ)
ถ้ามองหาตามร้านไม่เห็น ก็ไปจับจองได้ในงาน a book street fair ครับ
นอกจากโปสการ์ดที่แถมมาแล้ว เนื้อหาด้านในเหมือนเดิมทุกประการ
ท่านที่มีแล้วจะได้ไม่ซื้อซ้ำเพราะความเข้าใจผิด
อย่างที่โปรยแปะปกไว้ครับ
ฉบับพิมพ์ครั้งที่แล้ว
เนื้อหาเหมือนเดิม เพิ่มโปสการ์ด

ใครยังไม่มีเล่มนี้ไว้ในครอบครอง ขอแนะนำครับ : )


วิชาอะไร ครั้งที่ 9 ตอน AVATAR

Posted by zcongklod on Jan 27, 2010

.

วิชาอะไร ครั้งที่ 9 อาจารย์ยงยุทธ จรรยารักษ์จะชวนมองเข้าไปในหนังดังเรื่อง AVATAR
ว่ามีอะไรน่านำมาคิดต่อบ้าง

ว่ากันตั้งแต่ จิตวิญญาณที่อวตารในร่างของวิทยาศาสตร์ / อวตารคืออะไร / อวตารในทางวิทยาศาสตร์คืออะไร / ความเชื่อมโยงระหว่างมนุษย์และธรรมชาติ / ภูมิปัญญาท้องถิ่นกับการอนุรักษ์ / ดาวแพนดอราที่อยู่บนโลกมนุษย์ / หนังเรื่องนี้เกี่ยวกับโลกร้อนยังไง / และประเด็นอีกมากมายเท่าที่เรานึกกันได้

ผู้ที่สนใจ แวะไปนั่งฟังกันได้ วันพุธที่ 3 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา 18.00-20.00 น.
ที่ห้อง 16 ชั้น 2 British Council สยามสแควร์ (อยู่ที่อาคารจอดรถ /ศูนย์หนังสือจุฬาฯ)

คำแนะนำสำหรับผู้ที่จะมาร่วมฟังนะครับ
1. งานนี้ไม่มีค่าใช้จ่าย
2. ไม่ต้องลงชื่อล่วงหน้า
3. ควรดูหนังมาก่อนนะครับ เพราะเราจะคุยกันตั้งแต่ฉากแรกยันฉากสุดท้าย
4. จำฉากเด็ด ประเด็นโปรด มาแลกเปลี่ยนกันด้วยนะครับ

ขอบคุณคุณดาว และบริติช เคานซิล สำหรับสถานที่ครับ


เรื่องเล่าจากนอกโลก

Posted by zcongklod on Jan 5, 2010

.

ขยับเข้ามาใกล้ๆ แล้วอย่าเอ็ดไปครับ
ปีที่แล้ว ผมมีโอกาสได้นั่งคุยกับดร.ก้องภพ อยู่เย็น วิศวกรชาวไทยที่ทำงานให้กับนาซ่า
นั่งคุยกันเนิ่นนาน จากเรื่องนั้นสู่เรื่องนี้ เสียดายก็แต่ว่า เนื้อหาพวกเรื่องลี้ลับ
ทฤษฎีสมคบคิด และเทคโนโลยีความก้าวหน้าของประเทศมหาอำนาจอย่างอเมริกา
ที่ฟังดูราวกับฉากในหนังไซไฟนั้น ไม่สามารถนำมาเผยแพร่ผ่านสื่อสาธารณะได้
เพราะไม่ได้มีหลักฐานอะไรมายืนยันแน่ชัด และไม่ได้เกี่ยวอะไรกับงานที่ทำโดยตรง
อ้างว่าเป็นคำพูดของเจ้าหน้าที่นาซ่าคงดูไม่ค่อยเหมาะ
ดร.ก้องภพเล่าว่าทีแรกก็ไม่ได้สนใจเรื่องอะไรพวกนี้หรอก แต่พอมีคนถามบ่อยๆ ก็ลองหาข้อมูลดู
ก็เจอเรื่องที่น่าสนใจมากมาย
หนึ่งปีผ่านไป ดร.ก้องภพกลับมาเยี่ยมเมืองไทยอีกครั้ง
คราวนี้ผมเลยชวนเขามานั่งพูดคุยในเรื่องเหล่านี้ เรื่องที่หลายๆ คนควรได้ทราบ
ดร.ก้องภพบอกว่ายินดี แต่มีเงื่อนไขว่า เล่าให้ฟังสนุกๆ น่ะได้ แต่อย่าเอาไปใช้อ้างอิง
เรื่องที่จะพูดคุยกันมีคร่าวๆ ดังนี้

ดร.ก้องภพเข้าไปทำงานนาซ่าได้ยังไง งานที่ทำเกี่ยวกับอะไร
บรรยากาศและระบบการทำงานในนาซ่า
ข้อมูลที่ว่าตอนนี้จักรวาลกำลังร้อนขึ้น (น้ำแข็งบนดาวอังคารก็ละลาย) เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้โลกร้อน
จากวงโคจรของโลกแล้ว ธันวาคม 2012 โลกมีปัญหาแน่ แต่จะหนักหรือเบาเท่านั้นเอง
หนังสือที่ตีพิมพ์บทสัมภาษณ์มนุษย์ต่างดาว
มนุษย์ต่างดาว วิญญาณ และคำสอนของพุทธศาสนา ที่ตรงกัน
ทำไมรัฐบาลสหรัฐถึงไม่ยอมรับว่า มียานอวกาศและมนุษย์ต่างดาว
ปรากฏการณ์จานบินที่เห็นเมื่อวันที่ 9 ธ.ค.ที่ยุโรป คืออะไร
มนุษย์สร้างปิรามิดจริงหรือ
เทคโนโลยีของบริษัทค้าอาวุธสงคราม
ทำไมเทคโนโลยีที่ดีกว่าน้ำมันซึ่งคิดได้มาหลายสิบปีถึงไม่ถูกนำมาใช้
นาซ่าเก็บความลับทั้งหมดไว้ที่ไหน
วิธีเบี่ยงประเด็นให้ข่าวจานบินและมนุษย์ต่างดาว กลายเป็นเรื่องหลอกลวงที่มนุษย์ทำเอง
ทำไมยังไงถึงจะรู้เท่าทันในข่าวสารที่เราถูกปิดบัง
ฯลฯ

ย้ำกันอีกทีว่าฟังกันสนุกๆ น่ะได้ แต่อย่าเอาไปเผยแพร่ต่อในสื่อสาธารณะนะครับ
ถ้าใครสนใจก็ขอเชิญมาร่วมฟังกันแบบฟรีๆ ได้ในวันพฤหัสบดีที่ 14 มกราคม 2553
เวลา 18.00 – 21.00 น.
ที่โรงละครมะขามป้อม ตรงหัวมุมแยกสะพานแยกสะพานควาย

ถ้านั่งรถไฟฟ้าลงสถานีสะพานควาย ถ้าขับรถมาจอดที่ BigC สะพานควาย
ฟังแล้วอย่าเอ็ดไปนะครับ

ดู โรงละครมะขามป้อม ในแผนที่ขนาดใหญ่กว่า


เที่ยวไปคิดไป

Posted by zcongklod on Jan 3, 2010

.

หลังจากที่รายการหนึ่งวันเดียวกัน ตอน เที่ยวไปคิดไป ของอาจารย์ ยงยุทธ จรรยารักษ์ ออกอากาศ
ก็มีเสียงสอบถามเข้ามามากมายเหลือเกินว่า
ถ้าอยากเดินเที่ยวกรุงเทพฯ กับอาจารย์บ้างต้องทำยังไง
ถามกันไปถามกันมา อาจารย์ท่านเลยจัดทริปชวนคนที่สนใจมาเดินด้วยกันซะเลย
ทริปนี้อาจารย์ตั้งชื่อว่า เที่ยวไปคิดไป
เป็นการเดินเที่ยวเกาะรัตนโกสินทร์แบบชวนให้คิด ชวนให้ตั้งคำถาม และชวนกันหาคำตอบ
รับประกันว่า มีข้อมูลเด็ดๆ ที่ต้องจดเก็บกลับบ้านกันเป็นเล่ม!
ข้อมูลที่ว่าไม่ใช่เนื้อหาเหมือนในตำราประวัติศาสตร์
แต่เป็นเรื่องง่ายๆ เกี่ยวกับวิถีไทย พี่ฟังแล้วต้องร้อง อ๋อ
คำที่เรียก สิ่งที่เห็น และเรื่องที่ทำกันมานมนาน ที่แท้มันมีที่มาแบบนี้เองเหรอ
ไปเดินกับอาจารย์แล้วจะรักภูมิปัญญาไทย และวิถีไทย ขึ้นอีกหลายเท่าตัว
ผู้ที่สนใจไปเริ่มเดินกันได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ไม่ต้องลงชื่อ
อยากไปก็เจอกันที่วันเสาร์ที่ 16 มกราคม 2553 เวลา 7 โมงตรงเผง
ที่หน้าโบสถ์ วัดสระเกศ (ภูเขาทอง)
จากนั้นอาจารย์ท่านจะพาเดินลัดเลาะอยู่ในเกาะรัตน์โกสินทร์
ฟังเรื่องดีๆ ในสถานที่งามๆ และชิมอาหารอร่อยๆ กันไปตลอดทาง
การเดินทางครั้งนี้ไม่มีปลายทาง หมดแรงเมื่อไหร่ก็เลิกเมื่อนั้น
(ถ้ามีธุระ เดินแยกย้ายไประหว่างทางก็ไม่ว่ากัน)
ถ้าทุกคนอึดถึงขีดสุด น่าจะจบละแวกสุสานหลวงในเวลาเย็นๆ
เพื่อจะได้ปิดท้ายด้วยอาหารร้านอร่อยย่านแพร่งฯ

การเตรียมตัวไม่มีอะไรมาก
สวมรองเท้าที่พร้อมถอดเข้าวัดบ่อยๆ
แต่งกายให้ปลอดภัยจากแสงแดด
เตรียมสมุดปากกาไปด้วย ทริปนี้มีคำคมเป็นเข่ง!
แล้วก็เตรียมเรื่องที่อยากรู้ไปเยอะๆ

แล้วพบกันครับ : )

อ้อ! ถ้าสนใจ มาซ้อมใหญ่กับวิชาอะไรในวันพุธที่ 6 ม.ค. นี้ เรื่อง ‘สวัสดีปีใหม่ 2553‘ ก่อนก็ได้นะครับ


สวัสดีปีใหม่ 2553 ครับ

Posted by zcongklod on Dec 30, 2009

สวัสดีปีใหม่ครับทุกคน
ปีใหม่ปีนี้ผมอยากลองส่งความสุขผ่านกลอนดูบ้าง
ตามประสานักกลอนมือใหม่ มันอาจไม่ค่อยได้เรื่องเท่าไหร่
โปรดอย่าถือสานะครับ

หลังจากที่นั่งคิดอยู่นานว่าจะเขียนกลอนอะไรลงในเว็บไซต์ดี
ก็มีทางเลือกหลากหลาย เลือกไปเลือกมา ก็แต่งมัน 3 แบบเลยแล้วกัน
แบบแรกเป็น กลอนสั้นจิ๋ว
เหมาะสำหรับทวิตเตอร์ยิ่งนัก เพราะยังเหลือพื้นที่ให้รีทวิตได้อีกหลายรอบ
แบบที่สอง เป็นกลอนไฮกุ
ผมอยากลองเอากลอนโบราณสั้นๆ มาใช้ส่งความสุขในเทศกาลปีใหม่สำหรับผู้ใช้อินเตอร์เน็ตดูบ้าง
แบบที่สาม เป็นกลอนธรรมดาครับ อย่างที่คนนิยมแต่งอวยพรกันในวันปีใหม่
แต่กลอนบทนี้ แต่งให้มิตรรักชาวไซเบอร์ทุกคนครับ : )

1

สุขเก่าไม่จากไป ทุกข์ใหม่ไม่เข้ามา

2

นิ้วฉันเคาะคีย์บอร์ด
ตามองตัวหนังสือของเธอ
ความสุขเกิดขึ้นแล้ว

3

เมื่อก่อนอวยพรปีใหม่ เขียนคำจากใจลงไปรษณียบัตร
พักหลังเขียนไม่สำเร็จ พึ่งเอสเอ็มเอสใช้เป็นทางลัด
ปีนี้อยากลองออนไลน์ ไม่ใช่เรื่องง่ายคงต้องลองหัด
เริ่มจากเขียนบล็อกเอนทรีความสุข เปิดเฟสบุ๊กอัพสเตตัส

เขียนเสร็จเอามาทวีต ต้องคัดที่จี๊ดพื้นที่จำกัด
อวยพรออนไลน์ไม่หมู ผมจะลองดูโปรดอย่าอึดอัด
ขอให้การงานสดใส ทุกอย่างทำได้ทุกงานถนัด
ขอให้การงานสำเร็จ ใช้อินเตอร์เน็ตราคาประหยัด

เขียนอะไรก็มีคนตอบ มีแต่คนชอบกด Like ไม่ขัด
ทวีตแล้วเงียบหายไม่มี มีแต่คนอาร์ทีบอกว่าชอบจัดจัด
ขอให้ห่างไกลพวกเกรียน ไม่โดนขีดเขียนว่าร้ายจิกกัด
เปิดเมลเจอแต่เรื่องดีดี เปิดกี่ทีก็ไม่มีไวรัส

ขอให้ใช้เน็ตออฟฟิศได้ นายไม่ใจร้ายไม่บล็อกไม่ตัด
ขอให้อินเตอร์เน็ตวิ่งไว ทั้งแลนไวไฟอย่าได้ติดขัด
ถ้าใช้ไอโฟนบีบี เดินทางทุกที่สัญญาณมีคมชัด
โลกไซเบอร์จงเปี่ยมสุขทุกเวลา สุขแบบช้าช้าอย่าไปเร่งรัด

ผมมีอีกสุขมาแนะนำ ถ้าลองทำรับรองสุขจัด
แค่หาเวลาออฟไลน์ แล้วเอาไปใช้อยู่กับคนที่เรารัก


การเดินทางที่ชื่อ ‘ทางรถไฟใต้ดวงดาว’

Posted by zcongklod on Dec 13, 2009

.

ไปดู ‘ดาวเล็ก’ กับ ‘ทะเลน้อย ‘ กันครับ!
ทริปนี้อาจารย์ยงยุทธ จรรยารักษ์จะชวนพวกเรานั่งรถไฟไปสอนดูดาวที่ทะเลน้อย จังหวัดพัทลุง
ถ้าสนใจก็อ่านรายละเอียดที่อาจารย์ท่านเขียนมาได้เลยครับ

แรม 12 ค่ำ เดือน 4 (12 มีนาคม 2553) เป็นคืนที่ท้องฟ้าเกือบไร้แสงจันทร์ เหล่าสมาชิกโต๊ะโตะจังขมีขมันขึ้นรถไฟเพื่อไปหาสถานที่คุยกับหมู่ดาราให้เต็มอิ่ม ส่วนภาคกลางวันที่เหลืออยู่เราจะถือโอกาสล่องเรือแลเลน้อยกันแต่เช้าก่อนที่เหล่าปทุมมาขี้อายจะพากันหลบหน้าไปเสียก่อน เรื่องราวที่เล่ามานี้จะเกิดที่จังหวัดพัทลุงตามคำชักชวนของอาจารย์พนิดา (แอน) จันทรกรานต์ ผู้เป็นเจ้าถิ่นที่จะพาเราไปเที่ยวชมสิ่งต่างๆ ที่น่าสนใจ และมีอยู่มากมายจนไม่สามารถจะเล่าให้ฟังจนหมดสิ้นได้ (จำไม่ได้)

วันศุกร์ที่ 12 มีนาคม 2553
12:30 พบกันที่สถานีรถไฟหัวลำโพง (รถไฟออกตอน 13.00) บนขบวนรถเร็วกรุงเทพ-สุไหงโกลก ชั้น 2 ตู้นอนพัดลม เพื่อจะได้โผล่หน้าชมทิวทัศน์สองข้างทาง และที่สำคัญที่สุด คือได้ชิมของอร่อยตามรายทางที่รถไฟแล่นผ่าน

วันเสาร์ที่ 13 มีนาคม 2553
07:00 ถึงพัทลุง (ลงรถไฟที่สถานีปากคลอง) โบกรถสองแถวไปทะเลน้อย (5 ก.ม.) เข้าที่พักล้างหน้า อาบน้ำ แล้วออกมาหาอาหารเช้าตามอัธยาศัย
08:30 ลงเรือแลเลน้อย ก่อนทั้งบัวและนกจะหลบลี้หนีหาย
12:00 พักกินข้าวเที่ยงที่ศาลานางเรียม กลางทะเล หรือที่บ้านพรานถ้าทำได้ แล้วตะลุยป่าดึกดำบรรพ์
14:00 กลับเข้าฝั่งเพื่อเพิ่มความสดชื่นให้ตัวแล้วออกเดินสำรวจหมู่บ้านชาวเลน้อยที่กำลังแปรเปลี่ยน
19:00 นัดพบที่ปลายสะพาน คุยให้มันในเรื่องของท้องฟ้าและดวงดาวจนกว่าจะพับกันหมดทุกคน

วันอาทิตย์ที่ 14 มีนาคม 2553
06:00 เดินกำลังภายในรับพลังสุริยันกันให้เต็มเปี่ยม
07:00 หาเชื้อเพลิงใส่ท้องตามอัธยาศัย
08:00 ออกจากทะเลน้อยมุ่งหน้าสู่ทะเลหลวงทางรถยนต์ เยี่ยมวังเจ้าเมืองพัทลุง และวัดวัง ที่มีจิตรกรรมฝาผนังฝีมือระดับช่างหลวง
12:00 หาอาหารมื้อเที่ยงที่ริมหาดลำปำแล้วมุ่งหน้าสู่อำเภอปากพะยูน ข้ามไปดูชีวิตชาวประมงที่เกาะยาว
16:00 เดินทางกลับจากปากพะยูน แวะชมเมืองชัยบุรีที่มีกำแพงเมืองเป็นภูผาใหญ่
18:00 เข้าสู่ตัวเมืองพัทลุงหาอาหารเย็นตามอัธยาศัย
20:00 เดินทางกลับสู่กรุงเทพฯด้วยรถด่วนปรับอากาศ

วันจันทร์ที่ 15 มีนาคม 2553
10:50 ถึงกรุงเทพฯ ที่สถานีรถไฟหัวลำโพง แยกย้ายกลับเคหา

คุณสมบัติของสมาชิก
อารมณ์สุนทรีย์
ชีวิตเรียบง่าย
ใส่ใจรอบข้าง

ค่าใช้จ่าย
ไม่รวมค่าอาหารทุกมื้อ 3,000 บาท ต่อคน รับจำนวน 40 คน

วิธีการสมัครเป็นเช่นนี้ครับ
1. ทริปนี้ใช้หลักสมัครก่อนได้ก่อน
2. เริ่มรับสมัครตั้งแต่ 00.01 ของวันจันทร์ที่ 21 ธันวาคม 2552
3. ส่งข้อมูลดังต่อไปนี้: ชื่อ นามสกุล / ชื่อเล่น / เบอร์โทร / แนะนำตัวอย่างสั้น แบบที่เปิดเผยต่อเพื่อนร่วมทริปได้ / เหตุผลที่อยากไป / ทริปของอาจารย์ยงยุทธที่ชอบที่สุด (ถ้าเคยไป)
มาที่ zcongklod@yahoo.co.uk
4. สมัครครั้งละคนนะครับ หากสมัครเป็นกลุ่มใหญ่พร้อมกัน เกรงว่าจะกระจายที่นั่งไม่ถ้วนทั่ว
5. รอรับอีเมลตอบกลับว่าเต็มหรือยัง ถ้ายัง ก็ได้ตั๋วครึ่งใบแล้วครับ (ตอนนี้เต็มจนล้นแล้วคร้าบ)
6. เนื่องจากว่าทริปนี้เราต้องจ่ายค่าตั๋วรถไฟล่วงหน้า ผู้ที่ได้รับการตอบกลับแล้ว ถ้าใครคอนเฟิร์มว่าไปชัวร์ รบกวนโอนเงินจำนวน 1,500 บาทเข้าบัญชี

วัฒนา ทัศนพาณิชย์
บัญชีออมทรัพย์ ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาซันทาวเวอร์
เลขที่บัญชี 274-202-953-2

ภายในวันที่ 4 มกราคม 2553
ถ้าโอนเงินเรียบร้อยแล้ว รบกวนแจ้งคุณวัฒนา เบอร์ 081 827 0947 หรือ tasanapanich.wattana@total.com
ใครแจ้งแล้ว เป็นอันว่าได้ตั๋วเต็มใบ เตรียมเก็บกระเป๋าออกเดินทางกันได้เลย
ส่วนคนที่ไม่ได้โอนเงินภายในวันที่ 5 มกราคม 2553 ถือว่าสละสิทธิ์
หากมีผู้สมัครขาดตกไป จะติดต่อไปยังคนที่อยู่ใน waiting list ครับ

หวังว่าคงได้เดินทางร่วมกันนะครับ : )

การเดินทางที่ชื่อ ‘ทางรถไฟใต้ดวงดาว’

ไปดู ‘ดาวเล็ก’ กับ ‘ทะเลน้อย ‘ กันครับ!
ทริปนี้อาจารย์ยงยุทธ จรรยารักษ์จะชวนพวกเรานั่งรถไฟไปดูดาวที่ทะเลน้อย จังหวัดพัทลุง
ถ้าสนใจก็อ่านรายละเอียดที่อาจารย์ท่านเขียนมาได้เลยครับ

แรม 12 ค่ำ เดือน 4 (12 มีนาคม 2553) เป็นคืนที่ท้องฟ้าเกือบไร้แสงจันทร์ เหล่าสมาชิกโต๊ะโตะจังขมีขมันขึ้นรถไฟเพื่อไปหาสถานที่คุยกับหมู่ดาราให้เต็มอิ่ม ส่วนภาคกลางวันที่เหลืออยู่เราจะถือโอกาสล่องเรือแลเลน้อยกันแต่เช้าก่อนที่เหล่าปทุมมาขี้อายจะพากันหลบหน้าไปเสียก่อน เรื่องราวที่เล่ามานี้จะเกิดที่จังหวัดพัทลุงตามคำชักชวนของอาจารย์พนิดา (แอน) จันทรกรานต์ ผู้เป็นเจ้าถิ่นที่จะพาเราไปเที่ยวชมสิ่งต่างๆ ที่น่าสนใจ และมีอยู่มากมายจนไม่สามารถจะเล่าให้ฟังจนหมดสิ้นได้ (จำไม่ได้)

วันศุกร์ที่ 12 มีนาคม 2553
13:00 พบกันที่สถานีรถไฟหัวลำโพง บนขบวนรถเร็วกรุงเทพ-ยะลา ชั้น 2 ตู้นอนพัดลม เพื่อจะได้โผล่หน้าชมทิวทัศน์สองข้างทาง และที่สำคัญที่สุด คือได้ชิมของอร่อยตามรายทางที่รถไฟแล่นผ่าน

วันเสาร์ที่ 13 มีนาคม 2553
07:00 ถึงพัทลุง (ลงรถไฟที่สถานีปากคลอง) โบกรถสองแถวไปทะเลน้อย (5 ก.ม.) เข้าที่พักล้างหน้า อาบน้ำ แล้วออกมาหาอาหารเช้าตามอัธยาศัย
08:30 ลงเรือแลเลน้อย ก่อนทั้งบัวและนกจะหลบลี้หนีหาย
12:00 พักกินข้าวเที่ยงที่ศาลานางเรียม กลางทะเล หรือที่บ้านพรานถ้าทำได้ แล้วตะลุยป่าดึกดำบรรพ์
14:00 กลับเข้าฝั่งเพื่อเพิ่มความสดชื่นให้ตัวแล้วออกเดินสำรวจหมู่บ้านชาวเลน้อยที่กำลังแปรเปลี่ยน
19:00 นัดพบที่ปลายสะพาน คุยให้มันในเรื่องของท้องฟ้าและดวงดาวจนกว่าจะพับกันหมดทุกคน

วันอาทิตย์ที่ 14 มีนาคม 2553
06:00 เดินกำลังภายในรับพลังสุริยันกันให้เต็มเปี่ยม
07:00 หาเชื้อเพลิงใส่ท้องตามอัธยาศัย
08:00 ออกจากทะเลน้อยมุ่งหน้าสู่ทะเลหลวงทางรถยนต์ เยี่ยมวังเจ้าเมืองพัทลุง และวัดวัง ที่มีจิตรกรรมฝาผนังฝีมือระดับช่างหลวง
12:00 หาอาหารมื้อเที่ยงที่ริมหาดลำปำแล้วมุ่งหน้าสู่อำเภอปากพะยูน ข้ามไปดูชีวิตชาวประมงที่เกาะยาว
16:00 เดินทางกลับจากปากพะยูน แวะชมเมืองชัยบุรีที่มีกำแพงเมืองเป็นภูผาใหญ่
18:00 เข้าสู่ตัวเมืองพัทลุงหาอาหารเย็นตามอัธยาศัย
20:00 เดินทางกลับสู่กรุงเทพฯด้วยรถด่วนปรับอากาศ

วันจันทร์ที่ 15 มีนาคม 2553
10:50 ถึงกรุงเทพฯ ที่สถานีรถไฟหัวลำโพง แยกย้ายกลับเคหา

คุณสมบัติของสมาชิก
อารมณ์สุนทรีย์
ชีวิตเรียบง่าย
ใส่ใจรอบข้าง

ค่าใช้จ่าย
ไม่รวมค่าอาหารทุกมื้อ 3,000 บาท ต่อคน รับจำนวน 40 คน

วิธีการสมัครเป็นเช่นนี้ครับ
1.ทริปนี้ใช้หลักสมัครก่อนได้ก่อน
2.เริ่มรับสมัครตั้งแต่ 00.01 ของวันจันทร์ที่ 21 ธันวาคม 2552
3.ส่งข้อมูลดังต่อไปนี้: ชื่อ นามสกุล / ชื่อเล่น / เบอร์โทร / แนะนำตัวอย่างสั้น แบบที่เปิดเผยต่อเพื่อนร่วมทริปได้ / เหตุผลที่อยากไป / ทริปของอาจารย์ยงยุทธที่ชอบที่สุด (ถ้าเคยไป)
มาที่ zcongklod@yahoo.co.uk
4. สมัครครั้งละคนแล้วกันนะครับ หากสมัครเป็นกลุ่มใหญ่พร้อมกัน เกรงว่าจะกระจายที่นั่งไม่ถ้วนทั่ว
5.รอรับอีเมลตอบกลับว่าเต็มหรือยัง ถ้ายัง ก็ได้ตั๋วครึ่งใบแล้วครับ
6. เนื่องจากว่าทริปนี้เราต้องจ่ายค่าตั๋วรถไฟล่วงหน้า ผู้ที่ได้รับการตอบกลับแล้ว ถ้าใครคอนเฟิร์มว่าไปชัวร์ รบกวนโอนเงินจำนวน 1,500 บาทเข้าบัญชี

วัฒนา ทัศนพาณิชย์
บัญชีออมทรัพย์ ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาซันทาวเวอร์
เลขที่บัญชี 274-202-953-2

ภายในวันที่ 4 มกราคม 2553
ถ้าโอนเงินเรียบร้อยแล้ว รบกวนแจ้งคุณวัฒนา เบอร์ 081 827 0947 หรือ tasanapanich.wattana@total.com
ใครแจ้งแล้วเป็นอันว่าได้ตั๋วเต็มใบ เตรียมเก็บกระเป๋าออกเดินทางกันได้เลย
ส่วนคนที่ไม่ได้โอนเงินภายในวันที่ 5 มกราคม 2553 ถือว่าสละสิทธิ์
หากมีผู้สมัครขาดตกไป จะติดต่อไปยังคนที่อยู่ใน waiting list ครับ

หวังว่าคงได้เดินทางร่วมกันนะครับ : )


เตรียมตัวตีตั๋ว

Posted by zcongklod on Dec 12, 2009

ราวกับเปิดกิจการรับจัดกิจกรรม
อะไรมันจะมากมาย ยุบยิบ กิ๊บกั๊บขนาดนั้น!
เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลาเรามาดูกันเลยดีกว่าครับ
ใครสนใจงานไหนก็ขอเชิญนะครับ

1

โครงการ a team junior

จัดกันมาเป็นปีที่ 7 แล้วครับ สำหรับสุดยอดโครงการสำหรับน้องๆ นักศึกษาที่อยากเรียนรู้การทำนิตยสารแบบได้ลงไม้ลงมือทำเองทุกขั้นตอน
นอกจากจะได้ทำ a day เอง 1 ฉบับเช่นปีที่ผ่านๆ มาแล้ว ปีนี้เรายังมีสุดยอดเวิร์กช็อปสอนทุกกลเม็ดในการทำนิตยสารให้น้องๆ ด้วย ทั้งการเขียน ถ่ายภาพ กราฟิก พิสูจน์อักษร
รายชื่อวิทยากรต่อไปนี้ การันตีความรู้และแรงบันดาลใจครับ
วันชัย ตันติวิทยาพิทักษ์, วงศ์ทนง ชัยณรงค์สิงห์, ทรงกลด บางยี่ขัน, นิ้วกลม, นิติพัฒน์ สุขสวย, ธนนนท์ ธนากรกานต์, ธีรวัฒน์ เฑียรฆประสิทธิ์, ทรงพลัง อย่างแรง, จิรณรงค์ วงศ์สุนทร, รุ่งนภา คาน, วาริณี วรวิทยานนท์, นวพล ธำรงรัตนฤทธิ์, บองเต่า, กองโต และ a team
สนใจก็เข้าไปอ่านรายละเอียดได้ที่นี่
หมดเขตสมัคร 7 มกราคม 2553 นะครับ

2

วิชาอะไร ครั้งที่ 8 ตอน เราจะอยู่ยังไงในปี 2553

อาจารย์ยงยุทธ จรรยารักษ์ จะเปิดห้องเรียน ชวนคุยเรื่องเราจะใช้ชีวิตยังไงกันดีในปีหน้า
เตรียมสมุดปากกามาจดคำคมๆ กลับไปได้เลย
ใครสนใจก็เข้าไปร่วมฟังได้ฟรีๆ
วันพุธที่ 6 มกราคม 2553 เวลา 18.15-20.30 น.
ที่ห้อง 16 ชั้น 2 British Council สยามสแควร์ (อยู่ที่อาคารจอดรถ /ศูนย์หนังสือจุฬาฯ)

3

ทริปเที่ยวไปคิดไป

ได้ดูรายการหนึ่งวันเดียวกัน ตอนเที่ยวไปคิดไป ที่อาจารย์ยงยุทธ พาเที่ยวกรุงเทพฯ กันไหมครับ
ถ้าไม่ได้ดู คลิกไปดูที่นี่ได้นะครับ
ถ้าใครดูแล้วสนใจอยากไปเดินเที่ยวกับอาจารย์บ้าง โอกาสนั้นมาถึงแล้ว
วันเสาร์ที่ 16 มกราคม 2553 เจอกัน 7 โมงเช้าที่หน้าโบสถ์ วัดสระเกศ (ภูเขาทอง)
อาจารย์ท่านจะพาเดินทัวร์เกาะรัตน์โกสินทร์ตั้งแต่เช้า ไปจนบ่าย (หรือจนกว่าจะหมดแรง)
ไม่ต้องลงชื่อ ไม่มีค่าใช้จ่าย
ใครอยากไปก็เจอกัน

4

a day workshop ครั้งที่ 2 เมฆอินไทยแลนด์

นักดูเมฆขั้นเซียนเหยียบเมฆอย่างดร.บัญชา บุญธนสมบัติ จะเปิดคอร์สสอนดูเมฆแบบจริงจัง
เสียดายก็แต่ว่า ดันมาจัดวันเสาร์ที่ 16 มกราคม 2553 13.00-15.00 น.
(สงสัยว่าวันนี้เป็นวันครู เลยมีกิจกรรมการเรียนรู้มากมาย)
ใครสนใจก็อ่านรายละเอียดการสมัครได้ที่นี่นะครับ

5

ทริปน้ำต้มผักก็ว่าหวาน

การเดินทางไปใช้ชีวิตและเรียนรู้วิถีพึ่งตัวเองกับพี่โจ โจน จันใด ที่เชียงใหม่
จะออกเดินทางกันเย็นวันพฤหัสที่ 11 กุมภาพันธ์ 53 กลับมาถึงกรุงเทพฯ เช้าวันจันทร์ที่ 15
เดิมทีทริปนี้จะจัดในนามกลุ่ม ‘หิน ถาม ทาง’ แต่สมาชิกทุกคนล้วนกำลังยุ่งเหยิง
เลยกลับมาจัดกันแบบง่ายๆ อย่างที่เคยๆ เป็นครับ : )
แต่ที่พิเศษนิดนึงก็คือ ทริปนี้จะเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ April Truth’s Day สำหรับปีหน้า
เราจะกลับมาเล่าความจริงเรื่อง ‘อาหาร’ กัน
ทริปนี้รับผู้ร่วมเดินทางได้ประมาณเกือบๆ สามสิบชีวิต
แค่คาดว่าคงไม่แข่งขันเยอะ
เพราะวันที่ 14 ก.พ. นั้น ตรงกับทั้งวันวาเลนไทน์ และตรุษจีน
ตอนนี้กำลังจะทบทวนโปรแกรม แล้วคำนวณค่าใช้จ่ายครับ
ปลายธ.ค. ไม่ก็ต้นม.ค. น่าจะเปิดให้สมัครกันเนอะ

6

ทริปทางรถไฟใต้ดวงดาว

รายละเอียดสั้นๆ ก็คือ
ทริปนี้อาจารย์ยงยุทธ์จะสอนดูดาวที่ทะเลน้อย พัทลุง
เดินทางด้วยรถไฟ ออกจากกรุงเทพฯ วันศุกร์ที่ 12 มีนาคม 2553 เวลา 15.30
กลับถึงกรุงเทพฯ วันจันทร์ที่ 15 มีนาคม 2553 เวลา 10.50 น.
ทริปนี้มีชื่อว่า ‘ทางรถไฟใต้ดวงดาว’
และมีสโลแกนว่า ‘ดาวเล็ก ทะเลน้อย’
ค่าใช้จ่ายคนละ 3,000 บาทไทย
เนื่้องจากว่า ทริปนี้ต้องใช้เงินเพื่อจ่ายค่าตั๋วรถไฟก่อน
อาจารย์ท่านเลยแนะนำว่า ให้ใช้วิธีสมัครก่อนได้ก่อน พอคอนเฟิร์มปุ๊บจ่ายเงินปั๊บ
เปิดรับสมัครวันจันทร์ที่ 21 ธันวาคม 2552
รออ่านรายละเอียดแบบเต็มๆ พรุ่งนี้ครับ

เรื่องมันก็เป็นเช่นนี้ครับผม


รายชื่อ อุทัยทริป

Posted by zcongklod on Nov 10, 2009

รายชื่อผู้ร่วมทริปมาแล้วครับ
เบ็ดเสร็จทั้งสิ้น 38 คน
แล้วผมจะส่งอีเมลไปนัดแนะกันอีกทีนะครับ
น่าจะช่วงปลายสัปดาห์นี้ต้นสัปดาห์หน้า
แล้วพบกันครับ : )

1. จิว ชาคร
2. อาจารย์แก้ว ภรพัสุ
3. อ้อ ศิริวรรณ
4. ธิ ธิดารัตน์
5. โหน่ง อาภาภรณ์
6. ป๋อม ภัทรามน
7. โจ้ นทธัญ
8. พีรพล
9. จิ๋ง สิริฉัตร
10. นุ้ก วรนุช
11. นุ้ย ภานุพัฒน์
12. แตง จันทิมา
13. กบ ปรียาพร
14. ฝ้าย ณัฐริกา
15. นิด จิตรา
16. ยุ้ย ชัชวรรณ
17. กิ๊บ ดรรชนี
18. เป็ก อานันท์
19. พลอย ปิยพร
20. ยม นิยม
21. เอ๋ นันทวัน
22. ซุง พจนา
23. พึ่งพา ปันเจริญ
24. นก นันทินี
25. ออด เกษรา
26. ฟาง กัลยกร
27. ข้าวปุ้น ปิยาภัสร์
28. เฟิร์น ศิรัถยา
29. เก่ง ภูวนัย
30. เบ็นเซ่ ปรารถนา
31. มด บงกช
32. มาย มนมัย
33. เมธ์ เมธ์วดี
34. แอน พนิดา
35. เบนซ์ บพิตร
36. ณีย์
37. หมวย ณมน
38. ฟา อุรชา


เฮอล็องเฮอเละมะเด!ร

Posted by zcongklod on Oct 26, 2009

ส่งรูปหมู่ (เกือบครบ) มาให้ดูก่อนครับ
อื่นๆ จะตามมาในเร็ววัน
ถ้าใครอัพรูป เขียนเรื่อง ไว้ที่ไหน แปะบอกกันได้นะ
ยินดีที่ได้ร่วมเดินทางด้วยกันครับผม : )

ข้างล่างนี้เป็นลิงค์ facebook ของ
พี่ใญ่
พี่อั๋น อังกฤษ (blog / facebook / twitter)
ชมรมแสงเล็ก

ชาวเฟสบุ๊ก ไปสมัครเป็นเพื่อนกันได้ครับ : )

รูปจากก้อง คึกคิด 1, 2
รูปจากตุ๊ก พินาศ 1, 2
รูปจากลิป ยาคูลท์
รูปจากกุ๊ก ครูดอย
รูปจากแอน เบอร์สาม
รูปจากคิ้ม
รูปจากบิ๋ม
รูปจากณ๊ย์


อุทัยทริป

Posted by zcongklod on Oct 22, 2009

อุทัยทริปมาแล้วครับ
การเดินทางแบบค้างอ้างแรมครั้งแรกระหว่างอาจารย์ยงยุทธกับชาวพฤกษาเอกา (lonelytrees ในสำนวนแปลแบบอาจารย์)
ครั้งนี้เราจะไปอุทัยธานีกันครับ
เน้นธรรมชาติ+ชุมชนคลาสสิก
อาจารย์ท่านตั้งชื่อโครงการมาแบบสุดเท่ว่า
โครงการค้นหาแหล่งลี้ภัยสมัยอยุธยาจนถึงรัตนโกสินทร์
เนื้อหา ท่านก็เขียนมาเช่นนี้

อยุธยาเป็นเมืองรามที่เรืองเดช ทำให้เกิดศึกสงครามตลอดระยะเวลา  ๔๐๐ ปี  ส่วนใหญ่เป็นศึกภายในที่เป็นการชิงอำนาจราชบัลลังก์ กับศึกภายนอกที่เกิดจากการกรีฑาทัพของพม่าครั้งยิ่งใหญ่ถึง ๒ ครั้ง โดยในครั้งที่ ๒ เมื่อพ.ศ. ๒๓๐๘ – พ.ศ. ๒๓๑๐ นี้เป็นศึกที่ยิ่งใหญ่มาก ทำให้ชาวอยุธยาหลายฝ่ายพากันหลบลี้หนีภัยไปอยู่ตามที่ต่าง ๆ มากมาย  ดังนั้นเราจึงจะตามกันไปค้นหาว่าแหล่งหลบภัยที่สำคัญของชาวอยุธยานั้นอยู่ ณ แห่งหนใด  และสภาพ ณ วันนี้แหล่งนั้น เป็นฉันใดบ้าง

กิจกรรม
วันเสาร์ที่ ๒๘ พฤศจิกายน ๒๕๕๒

๐๗:๐๐  ล้อหมุนจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  มุ่งหน้าสู่ภาคกลางตอนบน เพื่อค้นหาผู้อพยพมาปักหลัก ณ บึงบระเพ็ด
๑๐:๓๐  อาหารก่อนเที่ยงที่ปากน้ำโพ
๑๑:๐๐  เข้าชมศูนย์ประมงน้ำจืดบึงบรเพ็ด
๑๔:๐๐  อุทยานนกน้ำบึงบระเพ็ด  ต่อเรือไปที่แหลมตาเส็ง
๑๖:๐๐  เดินทางจากบึงบระเพ็ด  มุ่งหน้าสู่เมืองอุทัยธานี (แวะเยี่ยมหุบป่าตาด ถ้ามีเวลา)
๑๘:๐๐  เข้าที่พัก ณ โรงแรมในเมืองอุทัยธานี
๒๐:๐๐  เสวนาชีวิตที่ผันผ่าน

อาทิตย์ที่ ๒๙  พฤศจิกายน ๒๕๕๒
๐๖:๐๐  พระยาน้อยชมตลาดกลางเมืองอุทัยฯ
๐๘:๐๐  ชมวิถีชาวแพแหล่งสุดท้ายในสยามแล้วจึงตามรอยเสด็จประพาสต้นไปยังวัดอุโบสถ ณ เกาะเทโพ
๑๐:๐๐  มองเมืองสะแกกรังจากสายตาพญาอินทรีย์  จากเขาสะแกกรัง
๑๑:๐๐  เก็บกระเป๋าเช็คเอ๊าท์จากโรงแรม เดินทางสู่วัดมะขามเฒ่า (ต้นน้ำท่าจีน) สักการะขอพรจากหลวงปู่สุก (พระอาจารย์ของกรมหลวงชุมพรฯ)
๑๓:๐๐  หาอาหารมื้อเที่ยงที่เมืองชัยนาท
๑๕:๐๐  แวะสักการะหลวงพ่อโต ณ วัดไชโย
๑๘:๐๐  ถึงจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  แยกย้ายกลับเคหา  โดยสวัสดิภาพ

**โปรแกรมอาจเปลี่ยนแปลงเพื่อประโยชน์สูงสุดของสมาชิกโดยรวม**

การเตรียมตัว
๑. ชุดเดินทางแบบสบาย ๆ เพราะไม่ต้องปีนป่ายภูผา และยาทากันแมลง (ถ้าแพ้ง่าย)
๒. รองเท้าสวมสบาย
๓. ยาประจำตัว

ค่าใช้จ่าย     ท่านละ ๒,๐๐๐ บาท  (รวมค่าเดินทาง  ค่าที่พัก)

เอาล่ะครับ ทีนี้ก็มาถึงวิธีการสมัคร
ทริปนี้เรารับทั้งหมด 40 คน
สมัครโดยการ เขียนรายละเอียดดังต่อไปนี้
1. ชื่อ นามสกุล / ชื่อเล่น
2. เบอร์โทร
3. อีเมล
4. เขียนแนะนำตัวอย่างย่อ
5. เหตุผลที่อยากไป
ส่งอีเมลมาที่ zcongklod@yahoo.co.uk ภายในวันที่ 6 พ.ย. 52
ประกาศรายชื่อวันที่ 9 พ.ย. 52

หลักเกณฑ์ในการคัดเลือก
1. ปันกันไป ถ้าคนสมัครล้นเหลือ ก็อยากให้สิทธิ์กับคนพลาดหวังไม่ได้ไปทริปเฮอล็องเฮอเละมะเด ก่อนครับ
2. เพื่อนรักหักเหลี่ยมโหด งานนี้เลือกเป็นคนๆ ครับ นั่นแปลว่า เพื่อนที่สมัครกันมาหลายคน อาจมีทั้งคนที่ได้ไปและไม่ได้ไป แต่ในกรณีที่ต้องไปด้วยกัน 2 คนจริงๆ ไม่งั้นจะไม่สามารถไปได้ ก็ระบุมาด้วยนะครับ
เรื่องมันก็เป็นเช่นนี้แหละครับ

ท้ายที่สุด อย่าลืมชมอาจารย์ยงยุทธในรายการหนึ่งวันเดียวกัน ตอนเที่ยวไปคิดไป วันอาทิตย์ที่ 25 ต.ค. นี้ 22.05 ทางทีวีไทยนะครับ