April Truth’s Day 2010
Posted by zcongklod on Apr 1, 2010

April Truth’s Day ปีนี้
ชวนกันกลับมาหาชีวิตใกล้ชิดแบบธรรมชาติกับโจน จันใด กันอย่างเงียบๆ ครับ : )
เรื่องราวแบบเต็มๆ มีชาวทริป น้ำต้มผักก็ว่าหวาน เขียนให้อ่านกันแล้วหลายคน
ดังนี้
วันนี้ใครบอก อะไร…อย่าไปเชื่อง่ายๆ จนกว่าจะได้ลองเอง…(1 เมษายน วันที่คนชอบโกหก) โดย ตุ๊ก
April Truth Day 2 เมื่อครั้ง “น้ำต้มผักก็ว่าหวาน” โดย จา
บันทึกการเดินทางที่ชื่อ “น้ำต้มผักก็ว่าหวาน” – สร้างบ้านดินและปลูกผักที่บ้านโจน จันใดร่วมกับทรงกลด บางยี่ขันและชาวคณะ โดย บดินทร์
เรื่อง สั้น(มาก) : คืนที่ผมหิว โดย ตอย
ช่วงขณะหนึ่ง แห่งชีวิต โดย เบลล์
กอซซิป บ้านไร่ (บันทึกการเดินทางทริปน้ำต้มผักก็ว่าหวานของข้าวปุ้น) โดย ข้าวปุ้น
Heaven on Earth โดย ฟา
สารคดีฟังง่าย (หนัง) โดย เอก (พิเชษฐ์)
GMO : Give Me Organic โดย กิ๊บ
April Truth’s day โดย พี่นก
April Truth’s Day โดย ลิป
ทริปน้ำต้มผักก็ว่าหวาน เรื่องราวว่าด้วยอาหารและบ้านดิน on April Truth’s Day โดย เหย่น
ต้น-สุดท้าย โดย คุ
การ์ตูน ชุด “โอ้ละหนอ…เมือง life” โดย เมย์
เขาคนนั้น…ผู้หันหลังให้ “เงินทอง” โดย เมย์
April’ Truth’s Day [Year 2] โดย ลิป
ในความเรียบและง่าย ของโจนจันได โดย ฉ่าย
April Truth Day Project : McDonalization “คุณค่า ”กับความ “คุ้มค่า ” ?!? โดย จอย
ปกติ ก็ ง่าย ง่าย โดย เอิง
“Can one trip change my life ?” (หนัง) โดย เอิง
เกาเหลาชามใหญ่ โดย บีม
เกิดจากดิน (April Truth’s Day #2) โดย พี่จิว
April’s truth day : บอกความจริงเรื่องง่ายๆของชีวิตให้โลกรู้ โดย ปุ่น
เรื่องเล่า ไม่รู้จบ..ความจริง ที่หลายคนไม่รู้จัก โดย อ้อ
ความจริงจากใจจริง โดย ครูแอน
จิ๊กซอว์ที่หายไป โดย จุฬ
พรรณละน้อย โดย เปิ้ล
April Truth’s Day โดย ส้ม
April Truth Day โดย โหน่ง
Seed-Ourselves: ขอให้ผักจงเจริญ โดย มิว
(April) Truth Today : Green Version โดย เม
บันทึกนึกประมวลในแคมเปญ April truth’s day.. โดย แต๋ม
ชีวิตยาก ยาก ที่อยากง่าย โดย เก๋ไก๋
คิดจะปลูกต้นผักสักกอ โดย ครูขวัญ
ขอบคุณทุกคนที่ร่วมกันเผยแพร่เรื่องราวดีๆ นะครับ
และท่านใดที่ผ่านไปมา หากอยากนำเรื่องราวดีๆ เหล่านี้ไปเผยแพร่ต่อ พวกเราก็ยินดี
แต่ถ้าลงเครดิตผู้เขียน ผู้ถ่ายภาพ หรือผู้บันทึกภาพเคลื่อนไหวสักนิด
จะเป็นกำลังใจให้กับผู้สร้างงานอีกโขเลยครับ : )
ขอบคุณอีกครั้งครับทุกคน : )
รายชื่อผู้ร่วมเดินทาง ทริป ‘น้ำต้มผักก็ว่าหวาน’
Posted by zcongklod on Jan 25, 2010
ก่อนจะไปพบกับรายชื่อผู้ร่วมทริป ‘น้ำต้มผักก็ว่าหวาน‘ ทั้ง 40 คน
เรามาดูรายละเอียดการเดินทางกันก่อนนะครับ
เราจะเดินทางออกจากกรุงเทพฯ มุ่งสู่เชียงใหม่ในวันพฤหัสบดีที่ 11 ก.พ. 53 เวลา 19.20 น.
ด้วยรถไฟขบวนหมายเลข 11 (รถด่วนพิเศษ กรุงเทพฯ – เชียงใหม่)
เป็นรถชั้น 2 นั่งปรับอากาศ
จะถึงเชียงใหม่ในเวลา 07.40 น.
เที่ยวกลับ เราจะเดินทางจากเชียงใหม่สู่กรุงเทพฯ ในวันอาทิตย์ที่ 14 ก.พ. 53 เวลา 14.50 น.
ด้วยรถไฟขบวนหมายเลข 52 (รถด่วนพิเศษ เชียงใหม่ – กรุงเทพฯ)
เป็นรถชั้น 2 นอนปรับอากาศ
จะถึงกรุงเทพฯ ในเวลา 05.30 น. ของวันจันทร์ที่ 15 ก.พ. 53
ทีนี้มาถึงการนัดแนะ
เราควรจะเจอกันสักจุดหนึ่งในห้องโถงที่สถานีหัวลำโพง (ขอไปเดินสำรวจสักรอบแล้วจะแจ้งอีกที)
ในวันพฤหัสบดีที่ 11 ก.พ. เวลา 18.30 น. ถ้าจะเลตก็ไม่ควรเกิน 19.00 น.
การวิ่งตามรถไฟ หรือนั่งแท๊กซี่ตามรถไฟเนี่ยไม่สนุกหรอกครับ เคยลองแล้ว!
พอเจอกันก็ชำระเงินกันคนละ 3,000 บาทไทยนะครับ
โปรแกรมคร่าวๆ
สิ่งที่พวกเราจะได้ทำตลอด 3 วัน มีดังนี้ครับ
เรียนเรื่องการเก็บเมล็ดพันธุ์ / ทำโยเกิร์ต แยม น้ำสลัด / ทำสบู่ แชมพู น้ำยาล้างจาน / เรียนรู้เรื่องการทำบ้านดินแบบเต็มๆ / ทำถั่วงอก ทานตะวันออก กระถินงอก / ฝึกสมาธิ / โยคะ / เก็บผัก / รดน้ำผัก / ดูหนังสารคดี / นั่งพูดคุยฟังประวัติชีวิต และความคิดของพี่โจ
การเตรียมตัว
ไฟฉาย / เสื้อผ้าที่เปื้อนได้ ไม่ต้องห่วงสวยหล่อนัก (พี่โจ บอกมาก) / ถุงนอน (ถ้ามีควรนำมา เพราะผ้าห่มอาจไม่พอ / เสื้อแขนยาวแบบกันแดดได้ กันหนาวได้บ้าง / สมุดจด กล้องถ่ายรูป และอุปกรณ์บันทึกข้อมูลทั้งหลายเพื่อนำกลับมาเขียนเผยแพร่ /
การเตรียมใจ
เรานอนรวมกันหมดที่หอประชุมนะครับ / อาหารทุกมื้อเป็นมังสวิรัติ / บรรยากาศรวมๆ ไม่ค่อยสะดวกสบายนัก แต่ก็ไม่นับว่าลำบาก
ก่อนจะมาดูรายชื่อ 40 คนสุดท้ายที่จะได้ร่วมทริปกัน
ตกลงกันแบบนี้นะครับ
1.ถ้ารับทราบแล้ว รบกวนช่วยอีเมลกลับมาคอนเฟิร์มหรือแคนเซิลที่ zcongklod@yahoo.co.uk ภายในวันอาทิตย์ที่ 31 ม.ค. 53
2. ถ้ามีคนแคนเซิลก็จะควานหาผู้สมัครคนอื่นมาแทนนะครับ
3. ถ้าคอนเฟิร์มว่ามาก็อย่ามาทิ้งกันในภายหลังนะ เพราะจ่ายค่าตั๋วรถไฟไปแล้ว
4. หลักในการเลือกคือ ข้อแรกดูว่า จะนำสิ่งที่ได้รู้ได้เห็นกลับมาเผยแพร่ยังไง ข้อสอง พยายามกระจายให้ไปถึงกลุ่มคนที่หลากหลาย
เอาหละ ทีนี้ก็มาดูรายชื่อผู้ร่วมเดินทาง การเดินทางที่ชื่อ ‘น้ำต้มผักก็ว่าหวาน’ กันเลย
1. ภัทรามน ผุดเพชรแก้ว
2. ชาคร จิรวัฒนาพงศ์
3. ปรียาพร เขมะจารี
4. ญาดา ต้นสกุลชัยสันติ
5. วริศรา พูลเพิ่ม
6. ปิยาภัสร์ พิทักษ์สวัสดิ์การ
7. ปรารถนา ปรีชาสุนทรรัตน์
8. สาธิต บุษราคัม
9. สุวิมล ศิริวงศ์
10. ธนธรณ์ วิเศษโชค
11. นันทินี จำนงประสาทพร
12. ปรัชญา ประมูล
13. สุธาสินี คำสำราญ
14. พิเชษฐ์ โชติจิระเกษม
15. พนิดา จันทรกรานต์
16. บดินทร์ เทพรัตน์
17. บงกชรัตน์ ปรีเปรม
18. นันทนัช อรุโณทยานันท์
19. ปานธรา ทรัพย์อัมพร
20. ปวีณา แสงสุรีย์พรชัย
21. ศิริวรรณ โหรี
22. วิลาวรรณ สังขเสนากุล
23. ปัทมาวดี อนุชาติบุตร
24. พีรพงษ์ ศรีประทุม
25. พิรดา สุมานนท์
26. อาคิรา กังวานภัทร
27. คุณากร วรวรรณธนะชัย
28. อภิชาดา พิษฐานพร
29. จันทิรา จันทราวดี
30. ขวัญฤทัย คำฝาเชื้อ
31. วิภาวี สกุลพาณิชเจริญ
32. ชุลีพร ชเนศวร
33. ปุญญิศา ปราชญ์โกสินทร์
34. เมธิรา เกษมสันต์
35. น้ำทิพย์ วรุณปิติกุล
36. จารุณี สุขสม
37. พิชญ์นิธี จันทพันธ์
38. คมสัน กาญจนวิกัติ
39. ภัทรียา กาญจนมุกดา
40. ทรงกลด บางยี่ขัน
การเดินทางที่ชื่อ น้ำต้มผักก็ว่าหวาน
Posted by zcongklod on Jan 13, 2010

วางมือ วางเมาส์ จากการปลูกผักบนโลกไซเบอร์ในเกมFarmVille Farm Town
แล้วมาจับเสียม เตรียมดิน ปลูกผักของจริงดีกว่า
ผักจริง เก็บจริง กินจริง อิ่มจริง อร่อยจริง และมีความสุขจริงๆ
ท่ามกลางบรรยากาศของแปลงผักเขียวชะอุ่ม ดินชื้นน้ำค้าง และลมหนาวชื่นใจ
ที่ศูนย์เรียนรู้เพื่อการพึ่งตนเองและศูนย์เก็บเมล็ดพันธุ์ ‘พันพรรณ’ อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่
ก่อตั้งและดูแลโดยพี่โจ โจน จันใด
เราจะไปเรียนรู้กันว่า เราสามารถพึ่งตัวเองได้ในปัจจัยสี่
เริ่มจากการปลูกผักกินเอง การปลูกผักไม่ได้ยากอย่างที่คิด
รู้ไหมว่าผักที่เรากินกันอยู่ทุกวันอย่าง กะหล่ำปลี ผักชี คะน้า หรือว่าผักสลัด
เมล็ดของพวกมันอยู่ตรงไหน
ถึงไม่ได้ลงมือปลูกเองกับมือ ดูมันโตกับตา แต่เราก็ได้เดินไปเลือกเก็บผักสดๆ จากแปลง
แล้วก็ได้กินอยู่กับปาก อยากอยู่กับท้อง
ผักเหล่านี้เป็นผักออแกนิกพันธุ์แท้ ปลอดสารเคมีในทุกขั้นตอน
ใครอยากเด็ดสดๆ จากต้นมาชิม (จนอิ่ม) ก็ทำได้ไม่มีอันตราย
แต่ถ้ายังทนความยั่วยวนในความหวานกรอบของผักเหล่านี้ได้
เราก็จะมานั่งเรียนวิธีปรุงน้ำสลัดสูตรสุขภาพสุดๆ ก่อน
ถ้ายังทนได้ เราก็จะเดินเข้าไปช่วยแม่ครัวปรุงอาหารมังสวิรัติแบบออแกนิก ในสไตล์สโลว์ฟู้ด
แปลก และอร่อยจนลืมเนื้อสัตว์
ถ้าโชคดีและมีเวลา ก็จะได้ทำอบขนมปังโฮลวีตด้วยเตาอบที่สร้างจากดิน
แล้วก็ทำโยเกิร์ต กับแยมผลไม้ไว้ทานเป็นอาหารเช้า
เมื่ออิ่มหนำสำราญก็เดินออกจากครัวมาเรียนรู้เรื่องความเรียบง่ายในการใช้ชีวิต
ได้พักในบ้านดินหลังใหญ่ เรียนรู้การทำบ้านดินอย่างง่าย
ทำสบู่ แชมพูสมุนไพรเพื่อใช้เองตลอดทริป
ทำความเข้าใจกับระบบพลังงานทางเลือก อย่างเช่น เครื่องทำน้ำอุ่นพลังแสงอาทิตย์
และเป็นส่วนหนึ่งของระบบการรีไซเคิลที่เรียบง่ายและใกล้ชิดชีวิตมนุษย์ที่สุด
นอกจากได้สัมผัสกับประสบการณ์ใหม่ เรายังได้รับฟังข้อมูลเกี่ยวกับอาหารที่อาจไม่เคยได้ยินที่ไหน
รู้ไหมว่าผลผลิตทางการเกษตรที่เรากินกันอยู่ทุกวันนี้ อันตรายยิ่งกว่ายุคไหนๆ
การกินผักทุกวันไม่ได้หมายความว่าเราได้รับแต่สิ่งดีๆ
การกินผักโดยไม่รู้ที่มา อาจสร้างปัญหามากกว่าประโยชน์
เรื่องสารเคมี ยาฆ่าแมลงน่ะพื้นๆ
ที่หนักกว่านั้นก็คือ ทุกวันนี้เรากำลังกินพืชจีเอ็มโอมากมายโดยที่เราไม่รู้ตัว
ถั่วเหลืองและผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลือง
ฟรุกโตสไซรัสที่ผสมอยู่ในเครื่องดื่มและขนมหวานๆ เกือบทุกชนิด ก็มาจากข้าวโพดจีเอ็มโอ
แล้วเมล็ดพันธุ์ผักที่เรากินกันอยู่ทุกวันนี้ ก็ถูกตัดต่อยีนให้ไม่มีเมล็ด ถึงมีก็เอาไปปลูกไม่ได้
เกษตรกรเลยไม่สามารถเก็บเมล็ดพันธุ์เองได้เหมือนก่อน ต้องซื้อเมล็ดจากบริษัททุกครั้งที่จะปลูก
กิโลกรัมนึงก็หลายหมื่นบาท
ถ้าวันหนึ่งบริษัทเหล่านี้ไม่ขายเมล็ดพันธุ์ให้ เราก็จะไม่มีผักกิน
พี่โจเลยพยายามรวบรวมเมล็ดพันธุ์พื้นบ้านพันธุ์แท้มาเก็บไว้ แล้วแจกให้ชาวบ้านแบบฟรีๆ
สำหรับคนที่กำลังเหนื่อยกับชีวิตในเมืองใหญ่ ลองฟังความคิดของพี่โจสักนิด
พี่โจ โด่งดังจากการเป็นผู้บุกเบิกเรื่องบ้านดินในเมืองไทย แต่เขาบอกว่า เขาไม่ได้ชอบสร้างบ้านดิน
เขาทำไปเพราะมันทำให้เราพึ่งตัวเองได้
ตอนนี้งานที่เขาทำเขาโด่งดังในระดับโลก
เขาบินไปสอนเรื่องการสร้างบ้านดินและวิถีแบบพึ่งตัวเองให้ชาวต่างชาติที่อเมริกาทุกปี
แล้วก็มีคนต่างชาติยอมเสียเงินแพงๆ เพื่อมาขอกินอยู่และเรียนรู้กับเขาครึ่งค่อนปี
โรงเรียนนานาชาติทุกแห่งในเชียงใหม่พาเด็กมาเรียนรู้กับเขา
แต่โรงเรียนไทยปกติปฏิเสธ เพราะผู้ปกครองมองว่า งานเกษตรมันเป็นงานต้อยต่ำ
ตากแดดไปเดี๋ยวตัวดำเปล่าๆ
เขาเชื่อในวิถีชีวิตแบบคนไทยสมัยก่อน มันลงตัวที่สุดแล้ว
ทำงานแค่ปีละ 2 เดือน ที่เหลือว่าง
แถมการทำงานไม่ว่าจะเป็นงานอะไร เรายังไม่ใช้คำว่า ‘ทำงาน’ เลย
คนไทยสมัยโบราณไม่เคยมีใคร ‘จน’
ฟังพี่เขาพูดแล้วจะเปลี่ยนความคิดในการมองโลก ในเรื่องความเร็วความช้า
เรื่องเป้าหมายที่ควรทะยานหา
และความหมายของชีวิต
สุขแรกของทริปนี้ เกิดกับตัว
สุขต่อมา จะเกิดจากการได้บอกเล่าเรื่องราวดีๆ เหล่านี้ไปสู่คนอื่นๆ
กับแคมเปญ April Truth’s Day
แคมเปญนี้เริ่มต้นขึ้นเมื่อปีที่แล้ว
ผู้คนที่สนใจหลายร้อยคนพร้อมใจกันบอกเล่า ‘ความจริง’ เรื่องโลกร้อนพร้อมๆ กัน
ผ่านสื่อหลากหลายรูปแบบ
ในวันที่ 1 เมษายน
วันที่มีแต่คนพูดเรื่องลวง เราจะมาพูดเรื่องจริงกัน
ลองนึกดูว่า ถ้าเราตื่นเช้าขึ้นมาแล้วพบว่า ไม่ว่าจะเปิดโทรทัศน์ ฟังวิทยุ
คลิกเว็บไซต์ เปิดอีเมล อ่านหนังสือพิมพ์ หรือรับสื่อไหนๆ
ก็เจอคนพูดเรื่องเดียวกัน ทั้งๆ ที่คนเหล่านี้ไม่ได้รู้จักกัน
มันจะมีพลังขนาดไหน
ทั้งหมดนี้คือที่มาของทริป ‘น้ำต้มผักก็ว่าหวาน’
ทริปที่จัดกลางเทศกาลแห่งความรัก และตรุษจีน
มันเป็นทริปง่ายๆ ของคนที่สนใจอะไรคล้ายๆ กันมาเดินทางร่วมกัน
เพื่อไปรู้จักในสิ่งที่ทุกคนอยากรู้จักเหมือนกัน
และรู้จักกัน
ออกเดินทางด้วยรถไฟจากสถานีรถไฟหัวลำโพงช่วงเย็นวันพฤหัสที่ 11 ก.พ. 53
กลับมาถึงกรุงเทพฯ ที่สถานีหัวลำโพง เช้าวันจันทร์ที่ 15 ก.พ. 53
ค่าเดินทางคนละ 3,000 บาทไทย
สมัครโดยการส่งรายละเอียดดังต่อไปนี้
1. ชื่อ นามสกุล ชื่อเล่น
2. เบอร์โทร
3. แนะนำตัวพอให้ได้รู้จักกัน
4. ตั้งใจว่าจะนำข้อมูลกลับมาเผยแพร่ทางไหน อย่างไร (ขอละเอียดหน่อยนะครับ เพราะต้องใช้ประกาศกับชาวโลกด้วย ถ้าเป็นเว็บขอชื่อเว็บด้วยนะ หรือถ้าเป็น facebook แบบไม่มี username ก็ขอลิงค์ด้วยครับ)
5. อยากไปทำอะไรบ้าง
ส่งมาที่ zcongklod@yahoo.co.uk ส่งมาได้เรื่อยๆ จนกว่าจะได้ผู้ที่น่าสนใจครบครับ
แปลว่า ส่งก่อนมีสิทธิ์ก่อนนิดหน่อย
ทำความรู้จักกับพี่โจได้ผ่านบทสัมภาษณ์เหล่านี้ครับ
พันพรรณ / ปัจจัย 4 / เกษตรพันธุ์ใหม่ / เมล็ดพันธุ์ / เก็บเมล็ดพันธุ์ / จีเอ็มโอ / ผู้มาเยือน / ความคิด

ถ้ายังนึกภาพ April Truth’s Day ไม่ออก ลองย้อนไปดูแคมเปญปีที่แล้วก่อนก็ได้นะครับ
action ที่เกิดขึ้นทั้งหมด
บทความทั้งหมด
บทความของผม
หนึ่งบอกหนึ่งเป็นสอง
Posted by zcongklod on Apr 1, 2009
เรื่องและภาพ > ทรงกลด บางยี่ขัน

1.
……….“เรากำลังโกหกโลกกันอยู่”
……….อาจารย์ยงยุทธ จรรยารักษ์บอกผมอย่างนั้น เมื่อผมเล่าว่าหลังจากทริปไม้-เมือง-ร้อน ผ่านพ้นไป ผู้คนที่ร่วมเดินทางด้วยกันในครั้งนี้จะลงมือทำอะไรบางอย่างเพื่อบอกเล่าความจริงเกี่ยวกับเรื่องโลกร้อนให้โลกรู้ในวัน April Fool’s Day หรือ ‘วันแห่งการโกหก’
……….เราไม่ได้เล่าความเท็จเรื่องโลกร้อนแค่ในวันที่ 1 เมษายน แต่เรากำลังเล่าซ้ำแล้วซ้ำเล่าทุกวัน
……….เรื่องนี้น่าจะสนุกขึ้น ถ้าเราย้ายไปยืนคุยกันข้างนาเกลือ สถานที่แสนธรรมดาที่ไม่น่าจะเกี่ยวอะไรกับทางออกของปัญหาโลกร้อน
……….“โลกร้อนเพราะคนใจร้อน” อาจารย์ยงยุทธพูดถึงต้นตอของปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างที่ตำราเล่มไหนก็ไม่เคยเขียนถึง “พอคนใจร้อน เราก็มีเทคโนโลยี เครื่องอำนวยความสะดวกเยอะขึ้น เราอำนวยความสะดวกกันจนเกินความพอดีของธรรมชาติ”
……….สิ่งที่ไม่ได้อยู่ในตำรา ไม่ได้แปลว่า ไม่น่าเก็บไปคิด
……….“โลกที่เราอยู่ทุกวันนี้เป็นมายาหมดเลย เพราะเราชอบเอาความรู้จากตำรา ไม่เอาความรู้ที่แท้จริงในตัวคน ทำไมความรู้ในตัวคนถึงเป็นความรู้จริง เพราะเวลาเขียนตำรา เขาเขียนจากสิ่งแวดล้อมที่ไหนก็ไม่รู้ วัฒนธรรมแบบไหนก็ไม่รู้ ปัจจัยมันแตกต่างกันหมดเลย แล้วก็ไปบังคับให้ทุกคนใช้เหมือนกัน ฝรั่งเขาเน้นตำรา แต่วิถีไทยของเราเน้นความรู้ในตัวคน เรามีตำราน้อยมาก แต่มีภูมิปัญญาเยอะ” อาจารย์ยงยุทธย้ำอย่างที่เคยพร่ำบอกมาตลอดอีกครั้งว่า “ผมอยากให้ทุกคนมีปัญญา ไม่ใช่ความรู้”
……….ทุกชีวิตบนโลกใบนี้ขาดเกลือไม่ได้ ครั้งหนึ่งเกลือจึงถูกยกย่องว่ามีค่าประหนึ่งทองคำ จนเกิดประโยคที่ว่า White is new gold. จากนั้นไม่นาน ในยุคอุตสาหกรรมที่น้ำมันทำหน้าที่เป็นเลือดของโลก ก็มีคนพูดกันว่า Black is new gold. พอเราเผาน้ำมันกันจนเริ่มคิดได้ เราก็เปลี่ยนใจมาบอกว่า Green is new gold. สิ่งแวดล้อมต่างหากที่มีค่าเหนือสิ่งอื่นใด
……….การทำงานของนาเกลือนั้น ไม่มีอะไรซับซ้อน พอน้ำขึ้น น้ำทะเลก็ไหลเข้ามาสู่แปลงที่เตรียมไว้ด้วยแรงวิดของกังหันลม แล้วแดดก็ช่วยแยกตะกอน ทำให้น้ำทะเลตกผลึกกลายเป็นเกลือ มองเผินๆ การทำเกลือนั้นไม่มีอะไรน่าสนใจ แต่เมื่อมองดีๆ จะพบว่ามันเป็นการผลิตที่แสนจะสะอาด ไม่ปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ขึ้นสู่บรรยากาศแม้เพียงนิด
……….พลังงานที่ใช้ในนาเกลือนั้นมาจากดวงอาทิตย์ เริ่มจากแรงดึงดูดของดวงอาทิตย์กับดวงจันทร์ทำให้ระดับน้ำทะเลสูงขึ้น แล้วความร้อนจากดวงอาทิตย์ก็ทำให้น้ำทะเลระเหยหายเหลือไว้แต่เกลือ แล้วก็ตั้งกังหันใช้พลังงานลมช่วยวิดน้ำเข้านาเกลือ การทำเกลือจึงเป็นอุตสาหกรรมที่ใช้พลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานลมมาตั้งแต่อดีตกาลนานโพ้น
……….“พลังงานหลักจริงๆ ของโลกคือดวงอาทิตย์ ส่วนพลังงานน้ำมันกับไฟฟ้าคือพลังงานทดแทน แต่เรากลับไปบอกว่า พลังงานจากดวงอาทิตย์เป็นพลังงานทดแทน แล้วพลังงานหลักคือน้ำมันกับไฟฟ้า มันตลกไหม” อาจารย์ยงยุทธหันมาถามพวกเรา
……….“โลกไม่เคยโกหกเราหรอก มีแต่เราที่โกหกโลก”

2.
……….เมื่อตอนที่โลกถือกำเนิดขึ้นมาใหม่ๆ อากาศในตอนนั้นมีส่วนผสมของคาร์บอนไดออกไซด์อยู่ 98 เปอร์เซ็นต์ และไม่มีออกซิเจนเลย แต่ตอนนี้ คาร์บอนไดออกไซด์ในอากาศเหลือเพียง 0.03 เปอร์เซ็นต์ ส่วนออกซิเจนเพิ่มเป็น 21 เปอร์เซ็นต์ คำถามคือ คาร์บอนไดออกไซด์มันหายไปไหน?
……….เมื่อโลกเย็นตัวลง จนเกิดน้ำ ทุกอย่างในโลกก็เปลี่ยนไป น้ำทำให้แร่ธาตุและสารประกอบต่างๆ ไหลมารวมกันจนเกิดเป็นสิ่งมีชีวิตเซลล์เดียวแล้วพัฒนาขึ้นมาเรื่อยๆ เมื่อเกิดต้นไม้ต้นแรกในโลก มันก็หายใจเอาคาร์บอนไดออกไซด์เข้าไป แล้วเอาพลังงานแสงที่ได้รับจากดวงอาทิตย์ไประเบิดโมเลกุลของน้ำในลำต้น ปล่อยเป็นออกซิเจนออกมา ส่วนไฮโดรเจนก็เอาไปใช้เกี่ยวคาร์บอนเพื่อเก็บพลังงานไว้ในรูปของน้ำตาล การปล่อยออกซิเจนออกมาก็ช่วยให้สามารถสันดาปน้ำตาลให้คืนพลังงานคาร์บอนกลับมาได้ และเมื่อพืชรับพลังงานความร้อนและพลังงานแสงจากดวงอาทิตย์มาเก็บไว้ มันก็สามารถคืนรูปให้กลายเป็นพลังงานความร้อนและแสงเมื่อเราเผามัน การทำงานของพืชจึงเป็นเทคโนโลยีที่สมบูรณ์แบบที่สุดเท่าที่โลกนี้เคยมีมา
……….เมื่อพืชดูดคาร์บอนไดออกไซด์เข้ามาแล้วปล่อยออกซิเจนกลับไปนานๆ เข้าก็ทำให้คาร์บอนไดออกไซด์ในอากาศลดปริมาณลง และออกซิเจนเพิ่มปริมาณมากขึ้น คาร์บอนที่หายไปจากบรรยากาศนั้นถูกเก็บไว้ในพืช เมื่อสัตว์มากินพืช คาร์บอนก็ถูกถ่ายโอนไปอยู่ในร่างกายสัตว์ และเมื่อทั้งพืชและสัตว์ล้มตายลง ทับถมกันอยู่ใต้โลกเป็นเวลานาน คาร์บอนเหล่านั้นก็เปลี่ยนรูปเป็นถ่านหิน น้ำมัน และก๊าซธรรมชาติ
……….เมื่อวันหนึ่งที่มนุษย์รู้จักการขุดเชื้อเพลิงฟอสซิลจากใต้โลกเหล่านี้ขึ้นมาใช้ ก็เท่ากับว่า เราได้เอาคาร์บอนที่ต้นไม้ดูดจากบรรยากาศมาปล่อยคืนสู่บรรยากาศนั่นเอง
……….คาร์บอนไดออกไซด์เป็นหนึ่งในก๊าซเรือนกระจก และเป็นตัวการสำคัญที่สุดที่กักเก็บความร้อนภายในโลกเอาไว้ไม่ให้ระบายออก โลกเราจึงเริ่มร้อนขึ้นเรื่อยๆ

3.
……….“ร้อนไหม” อาจารย์ยงยุทธถามพวกเราในระหว่างที่นั่งพักในศาลาบนเขายี่สารตอนบ่ายต้นๆ
……….“ไม่ร้อน” ใครบางคนตอบ
……….“ทำไมถึงไม่ร้อน” อาจารย์ยงยุทธหันมาถาม ก่อนจะเฉลยว่า “ดวงอาทิตย์ทำให้เราไม่ร้อน พลังงานส่วนหนึ่งของดวงอาทิตย์ที่ส่องลงมาเมื่อกระทบพื้น มันก็เปลี่ยนเป็นความร้อน ดินกับน้ำมันมีความจุความร้อนไม่เท่ากัน ดินมันจะร้อนก่อน อากาศเหนือดินที่ร้อนเลยยกตัวขึ้น ส่วนอากาศเหนือน้ำที่เย็นกว่าก็ไหลเข้ามาแทนที่ เราเรียกว่าอากาศที่ไหลนี้ว่า กระแสลม (wind) ส่วนอากาศร้อนที่ยกตัวขึ้นเราเรียกว่า กระแสอากาศ (current) ที่ไหนก็ตามที่ร้อนจัด ความเร็วของ current จะแรง กระแสลมที่มาตามพื้นก็จะแรงตาม เพราะฉะนั้นเมื่ออุณหภูมิของอากาศสูงขึ้น เลยทำให้เกิดวาตภัยบ่อย และรุนแรงขึ้น”
……….เมื่อโลกร้อนขึ้นก็เผาน้ำในแหล่งน้ำต่างๆ ให้ระเหยมากขึ้น ทำให้ฝนตกมากขึ้น แต่ในพื้นที่หลังเขาที่ฝนตกน้อยก็จะแล้งขึ้น “สิ่งที่สำคัญของภาวะโลกร้อนคือ การเปลี่ยนแปลงของกระแสอากาศ พอกระแสอากาศเปลี่ยนสิ่งมีชีวิตในโลกทั้งหมดก็เปลี่ยน เพราะถ้าอากาศและฤดูกาลมันสม่ำเสมอ ผลหมากรากไม้ก็ออกดอกออกผลตามฤดูกาล สร้างอาหารตามฤดูกาล แต่พอมันไม่เป็นไปตามฤดูกาล ผลผลิตทางอาหารก็ปั่นป่วนทั้งโลก ผลผลิตข้าวในเมืองไทยก็ลดลง เมื่อขาดอาหาร มนุษย์ก็ต้องลุกขึ้นมาแย่งชิงกัน ฆ่าฟันกันมากขึ้น”
4.
……….“เราชอบความสะดวกสบาย พลังงานไฟฟ้ามันสบายตรงไหน ตรงที่มันอยู่ในอำนาจของมนุษย์ อยากให้มีก็กด มันก็มี อยากให้หยุด มันก็หยุด เราชอบทำตัวอหังการ์ ชอบควบคุมทุกอย่างให้เป็นไปอย่างที่ฉันต้องการ แสงอาทิตย์คือพลังงานหลัก ส่วนไฟฟ้าคือพลังงานที่เลวที่สุดในโลก” อาจารย์ยงยุทธเว้นจังหวะให้หยุดคิด
……….“กว่าจะมาเป็นไฟฟ้า ดวงอาทิตย์ต้องส่งพลังงานมาที่โลก แล้วก็ถูกเปลี่ยนเป็นพลังงานน้ำ พลังงานลม พลังงานความร้อน เหลือแค่ 0.2 เปอร์เซ็นต์ที่ถูกเปลี่ยนเป็นพลังงานชีวภาพเก็บไว้ในพืช เราต้องรอให้ 0.2 เปอร์เซ็นต์นี้จมดินกลายเป็นถ่านหิน น้ำมัน ก๊าซธรรมชาติก่อนแล้วค่อยขุดมาใช้ พลังงาน lost ไปแล้วเท่าไหร่
……….“พอขุดพลังงานพวกนี้ขึ้นมาใช้ ก็เอามาเผาให้กลายเป็นความร้อนอีกครั้ง แต่ไอ้ความร้อนที่เรามีดันไม่ใช้ เพราะเราอยากได้ความร้อนที่ควบคุมได้ พลังงานความร้อนที่เผาได้ จะเอาไปใช้เลยก็ไม่ได้ เอาไปต้มน้ำกว่าจะเดือด กว่าจะกลายเป็นไอน้ำวิ่งไปตามท่อ lost ไปตลอดทาง เมื่อถึงปลายทางปะทะกับใบพัดก็ lost ออกไปเรื่อยๆ กว่าใบพัดจะหมุนปั่นออกมาเป็นกระแสไฟฟ้า แล้วก็ต้องยกให้เป็นกระแสไฟแรงสูง จะได้มีแรงดันส่งไปตามสายได้ ซึ่งก็ lost ไปตลอดทางอีกมหาศาล จากไฟฟ้าแรงดันสูงพอมาถึงในเมือง ก็ต้องผ่านสถานีไฟฟ้าย่อยเพื่อลดให้กลายเป็นไฟฟ้าแรงดันต่ำ ส่งมาถึงหน้าบ้านก็ยังใช้ไม่ได้ ต้องผ่านหม้อแปลงเปลี่ยนให้เป็นไฟฟ้ากระแสสลับ วิ่งตามสายเข้ามาในบ้าน ผ่านสวิตช์ไฟไปติดหลอดไฟ เกิดเป็นพลังงานความร้อนเพื่อเผาหลอดให้เรืองแสงขึ้นมา เราถึงได้พลังงานแสง เห็นไหมว่ามัน lost ไปเท่าไหร่ ในการกดสวิตช์ไฟหนึ่งแก๊ก เพื่อให้ได้แสงสว่าง”
……….อาจารย์ยงยุทธชี้มือให้ดูนอกศาลา นั่นคือแสงสว่างที่เราได้มาฟรีๆ จากดวงอาทิตย์ พร้อมใช้งานได้ทันที
……….“ในวิถีไทยของเรา เราใช้พลังงานน้ำ พลังงานกล เสื้อผ้าเราก็ตากลมตากแดด เราไม่ต้องพึ่งพาพลังงานไฟฟ้าเลย เรามีแหล่งพลังงานเยอะมาก แต่เราบอกว่ามันไม่ทันสมัย เฮาต้องพัฒนา วิธีการของเฮาก็ทำอย่างเนี้ย วิธีการสู้กับโลกร้อนที่ดีที่สุดคือ ปรับตัวเองให้สอดคล้องกับธรรมชาติ ใช้ทุกอย่างที่ธรรมชาติให้มาให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด”

5.
……….“ถ้าโลกนี้ไม่มีคนจะเป็นยังไง”
……….อาจารย์ยงยุทธโยนอีกคำถามให้พวกเรา
……….“ป่าจะเต็มโลกเลย” อาจารย์เฉลย “เมื่อป่าเต็มโลก สัตว์ป่าก็เต็มโลก โลกจะมีความมั่นคงมากขึ้น เพราะต้นไม้คือพลังงานแปรรูป แหล่งอาหาร แล้วต้นไม้ก็มีความหลากหลาย สัตว์ที่มากินก็มีความหลากหลาย ระบบนิเวศก็จะมีเยอะขึ้นเป็นล้านระบบ เมื่อล่มไประบบนึง ระบบอื่นก็ยังหมุนได้ตามปกติ โลกจึงมั่นคงมาก
……….“แต่พอมนุษย์เกิดมา มนุษย์คิดว่าเขาเป็นเจ้าของโลก ไปอยู่ที่ไหนก็ห้ามชีวิตอื่นเข้ามายุ่งเกี่ยว เอาปูน เอายางมะตอยเททับ ไม่ให้ชีวิตอื่นอยู่นอกจากตัวเอง เราใช้ที่นอนแค่เตียงเดียว ถ้าต้นไม้จะขึ้น ใบไม้จะร่วงก็ควรปล่อยเขา จุลชีพหรืออะไรก็อยู่ของเขาไป เพราะมันเป็นของโลก ไม่ใช่ของเรา เราก็อยู่เท่าที่จำเป็นต้องอยู่ ไม่ใช่ไปจำกัดสิทธิ์ของคนอื่นเขาหมด แล้วก็ไปรุกรานธรรมชาติ”
6.
……….“เราจะสู้โลกร้อนด้วยธรรมะได้ยังไงครับ” ใครบางคนถามขึ้นมาต่อหน้าพระพุทธบาทจำลอง
……….“การสู้โลกร้อนด้วยธรรมะก็คือ การทำบุญด้วยการไม่ทำ” อาจารย์ยงยุทธตอบ “ที่เราทำบุญน่ะ เราทำด้วยสิ่งที่เหลือจากตัวเรา ถ้าเราไม่เทคจนเหลือ คนอีกหลายคนก็จะไม่เดือดร้อน”
……….การไม่ทำบุญ อาจจะได้บุญมากกว่าการที่เรามุ่งแสวงหาผลประโยชน์จนคนอื่นเดือดร้อน แล้วเอาเพียงส่วนเล็กๆ ของผลประโยชน์ที่ได้นั้นมาทำบุญ
……….อาจารย์ยงยุทธท่านมองแบบนั้น

7.
……….“พัฒนา แปลว่าอะไร แปลว่าทันสมัยหรือเปล่า” อาจารย์ยงยุทธชวนทุกคนคิด
……….“ไม่ใช่ พัฒนาแปลว่า พึ่งตนเอง มันคือ self-survive ไม่ใช่ modernize เพราะ modernize คือการทำให้เหมือนคนอื่นที่ไม่ใช่ตัวเรา เราต้องเปลี่ยนการใช้ชีวิต นั่นคือสาเหตุที่ทำให้เมืองไทยร้อน เมืองไทยควรจะเย็นสบาย เต็มไปด้วยแม่น้ำลำคลอง เราก็ถมหมด แล้วหันมาใช้เทคโนโลยี รถยนต์ อะไรต่ออะไร
……….“การพึ่งตัวเอง เราต้องทบทวนว่าชีวิตเราในวันนี้ อะไรบ้างที่เราพึ่งตัวเองไม่ได้ ที่บ้านมีตุ่มน้ำไหม ไม่มี มีแต่น้ำจากฝักบัว ถ้าน้ำประปาหยุดไหลล่ะ เราจะทำยังไง ที่บ้านมีแสงสว่างให้ใช้โดยที่ไม่ต้องใช้ไฟฟ้าไหม ถ้าไฟฟ้าดับทำยังไง ครัวเรามีเตาถ่านไหม ถ้าแก๊สหมดทำยังไง
……….“เรามีขาไว้เดิน เราใช้มันบ้างไหม พอไม่ใช้มันก็อ่อนแอลงเรื่อยๆ แล้วเราก็จะพึ่งตัวเองไม่ได้”
……….อาจารย์ยงยุทธบอกว่า ประเทศไทยของเราเป็นชาติเดียวในโลกที่มีพัฒนาการสูงที่สุด เพราะในระดับครัวเรือนเราสามารถพึ่งตัวเองได้ทุกอย่าง ไม่อะไรต้องซื้อหา พาหนะ เรือนแพ ก็ทำเอง เครื่องนุ่งห่ม ยารักษาโรค ก็คิดเองได้ ทุกคนล้วนมีความรู้ทางการแพทย์
……….“แต่เพราะเราอยากสร้างความทันสมัย เราเลยทำลายศักยภาพตัวเองหมด แล้วก็หันไปพึ่งทุกอย่าง”
……….แล้วทางรอดจากปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ คืออะไร?
……….“เราต้องอยู่ให้ได้เหมือนแมลงสาบ มันอยู่มาก่อนไดโนเสาร์ แต่มันก็ยังอยู่มาได้ถึงวันนี้ เพราะมันทำตัวเองให้ไม่มีข้อจำกัด ยืดหยุ่นตลอด ในน้ำก็อยู่ได้ บนดินก็อยู่ได้ บนต้นไม้ก็อยู่ได้ อะไรก็กินได้หมด มันไม่เดือดร้อนว่าโลกจะเป็นยังไง เพราะมันพึ่งตัวเองมาตลอด ถ้าเราพยายามปรับชีวิตของเราให้ยืนหยัดด้วยขาของเรา ความคิดของเรา ด้วยมือของเรา ไม่ว่าโลกจะเป็นยังไง เราจะไม่เดือดร้อน เพราะเราจะปรับตัวตามโลกได้ทัน”

บทความนี้เป็นส่วนหนึ่งของแคมเปญ April Truth’s Day ครับ
แคมเปญที่ผู้คนมากมายพร้อมใจกันพูดความจริงเรื่องโลกร้อน ในวันที่คนส่วนใหญ่พูดเรื่องลวงกัน
นอกจากบทความชิ้นนี้แล้ว ยังมีเรื่องราวอีกมากมายที่ถูกเขียนอยู่ในเว็บไซต์กว่าร้อยแห่ง
และกิจกรรมอีกมากมาย
ดูรายละเอียดได้ที่นี่เลยครับ
เรื่องที่อยากชวนกันเล่า กับ April Truth’s Day
Posted by zcongklod on Mar 25, 2009
สำหรับผู้ที่ไม่ได้ร่วมทริปไม้-เมือง-ร้อน แต่อยากร่วมแคมเปญ April Truth’s Day
สามารถดาวโหลดงานเขียนของชาวทริปไปเผยแพร่ต่อได้ครับ
งานเขียนทั้งหมดอยู่ภายใต้สัญญาอนุญาตของ Creative Common
สัญญาอนุญาตประเภทแสดงที่มา ไม่ใช้เพื่อการค้า และอนุญาตแบบเดียวกัน (by-nc-sa)
คือถ้าจะนำไปใช้ ต้องอ้างชื่อผู้เขียน สามารถตัดต่อ ดัดแปลง
และต่อยอดจากงานต้นฉบับได้ ห้ามนำไปใช้เพื่อการค้า
และต้องอนุญาตให้คนอื่นดาวน์โหลดและเผยแพร่งานของคุณที่เขียนจากข้อมูลชุดนี้เช่นเดียวกัน
ถ้าสรุปกัน ภาษาชาวบ้านก็คือ ชอบงานชิ้นไหนก็เลือกดาวน์โหลดกันไป
แล้วก็อ้างชื่อผู้เขียนเขาสักหน่อย
เราจะลงครบถ้วนตามต้นฉบับ หรือลงบางส่วน
หรือนำมาต่อยอด คิดและเขียนเพิ่มก็ได้ครับ
อัพโหลดพร้อมกันวันที่ 1 เมษายนนี้ ตั้งแต่ 00.01 นะครับ
เรื่อง: 32??? ที่อย่าเชื่อ..!!
ผู้เขียน: todayispresent http://todayispresent.exteen.com
เรื่องย่อ: บันทึกลายแทงเกือบ 30 หน้า ว่าด้วยเรื่อง อนุรักษ์ บาปบุญ ศาสนา แต่งงาน มะพร้าว ถ่าน เชี่ยนหมาก ชีวจิต พายุ อ้วน จินตนาการ ลิงเก็บมะพร้าว นาและสวน น้ำขึ้นลง นกสวรรค์ ประตู 5 ยุค ฯลฯ ที่บางครั้งก็ถูกกำชับว่า อย่าเชื่อ!!
เรื่อง: แกะกล่องความจริง
ผู้เขียน: จอยซัง http://jansinee.hi5.com
เรื่องย่อ: สารพัดเรื่องจริงเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมที่เราถูกกรอกหูอยู่ทุกวี่ทุกวัน สุดท้ายแล้วอาจเป็นแค่ของเทียมที่ถูกสร้างขึ้นขณะที่ ของแท้ของจริง กลับกลายเป็นสิ่งใกล้ตัวที่ถูกมองข้ามไปอย่างน่าเสียดาย
เรื่อง: เขาเล่าว่า…
ผู้เขียน: gibz http://gibzer.multiply.com
เรื่องย่อ: บทสนทนาของด้วงมะพร้าว ลิง กระรอก และปลาตีน ในวันที่โลกเริ่มหมดความอดทน ตัดหางมนุษย์ปล่อยวัด ให้สิทธิ์แค่ยืนนิ่งๆ อยู่ในพิพิธภัณฑ์และเป็นตัวละครในวงเล่า!
เรื่อง: จดหมายเปิดผนึก
ผู้เขียน: เมธ์ http://maebin.exteen.com
เรื่องย่อ: สาส์นจากมนุษย์ดาวโลกถึงมนุษย์ดาวโลก ว่าด้วย 3 ธรรม กับ 3 ทำ: สิ่งที่ได้คิดและคิดได้จากการเดินทางที่ชื่อไม้-เมือง-ร้อน
เรื่อง: เที่ยวเล่นเย็นใจไปกับทริป ไม้-เมือง-ร้อน
ผู้เขียน: ลิปดา http://altrove.diaryis.com
เรื่องย่อ: เรียนรู้วิธีเดินช้าบนโลกหมุนเร็วใบนี้ รวมถึงวิธีสู้โลกร้อน กันแบบไทย ไทย
เรื่อง: นิทานรูปประกอบเรื่อง ‘กาลครั้งหนึ่งมี 3 ฤดู’
ผู้เขียน: ปิ่นนุช ปิ่นจินดา http://www.oknation.net/blog/girlgang
เรื่องย่อ: กาลครั้งหนึ่งเมื่อ 20 ปีที่แล้ว ประเทศไทยมี 3 ฤดู คือ ฤดูร้อน ฤดูฝน และฤดูหนาว…. ‘ฤดูกาล’ ที่บอกเล่าผ่านความทรงจำในวัยเด็กของฉัน แท้จริงแล้วเป็นเพียงฉากของชีวิต หรือเป็นสิ่งที่คอยกำหนดให้ชีวิตเป็นไป ฉันใช้ ‘ฤดูกาล’ ช่วยดำเนินเรื่องเล่าถึงชีวิตของฉัน หรือ ‘ฤดูกาล’ กำลังใช้ฉันบอกเล่าเรื่องความเปลี่ยนแปลงที่ฤดูกาลกำลังเผชิญอยู่กันแน่ หรือเราต่างกำลังใช้ซึ่งกัน…เพราะเราเป็นส่วนหนึ่งของกันอย่างแยกไม่ออก นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า…เอ่อ…นิทานเรื่องนี้ไม่ได้สอนอะไรเลยนี่นา แย่แล้ว….!!!
เรื่อง: น้ำ เย็น โลก ร้อน
ผู้เขียน: ออ http://all-dinary.exteen.com
เรื่องย่อ: ใครๆ เขาก็ว่าโลกร้อน น้ำ น่าจะเป็นสิ่งที่ดับร้อนได้ อาจารย์บอกว่า วิถีชีวิตของไทยสมัยก่อนผูกพันกับน้ำมาก แต่ว่า เราเกิดในยุคที่คนไทยหันหลังให้กับมันแล้ว เลยไม่เข้าใจความรู้สึกนั้นเท่าไหร่ เมื่อไหร่กัน ที่เราหันหลังให้กับสิ่งที่เราผูกพันมากๆ
เรื่อง: ปรับตัว ปรับใจ สู้โลกร้อนด้วยวิถีไทยที่เราเป็น
ผู้เขียน: ดาวฤกษ์ดวงที่สิบสี่ http://niichi.multiply.com
เรื่องย่อ: โลกไม่ใช่ของเรา เราเป็นส่วนหนึ่งของโลก เราต้องหัดฟังเสียงของโลก เสียงของธรรมชาติ เมื่อเราฟัง เราจะเข้าใจ เมื่อเข้าใจจะเกิดความรัก และเราจะรู้จักวิธีที่จะอยู่กับธรรมชาติ กับ โลกของเราอย่างมีความสุข
เรื่อง: ไม้-เมือง-ร้อน
ผู้เขียน: IamMar http://iammar.diaryis.com
เรื่องย่อ: ทริปเล็กๆ เดินทางใกล้ๆ ไม่ไกลจากบางกอก เป็นไปเพื่อเรียนรู้ธรรมชาติ ผ่านวิถีไทย มองให้เห็นหนทางสร้างความร่มเย็นสู้โลกร้อน .. เริ่มกันง่ายๆ เริ่มที่ใจของเราเอง
เรื่อง: รัก(ษ์ ) ไม้ เมือง ร้อน
ผู้เขียน: LOVE…SKY
เรื่องย่อ: แดดอ่อนๆ ในตอนเช้า สองเท้ามุ่งมั่น คน 1 คน กับเป้ 1 ใบ พาตัวเองเข้าไปสัมผัสกับความรัก ในมุมมองใหม่ ที่ใครๆ ก็คาดไม่ถึง รัก จากการเดินทางที่ชื่อ ไม้-เมือง-ร้อน
เรื่อง: เร่เข้ามาๆ โลกร้อนๆ จ้า โลกร้อนๆ
ผู้เขียน: palmpalmpalmpalm http://palmpalmpalmpalm.multiply.com
เรื่องย่อ: เรื่องเล่า วันโกหกโลก ในขณะที่ทุกคนกำลังสนุกสนานกับการโกหก เราจะมาเล่าความจริงให้พวกท่านฟังกัน ว่าด้วยเรื่องการเดินทางทริปเล็กๆ กำลังน่ารัก ของคนกลุ่มนึงที่สนใจในสุขภาพของโลกใบนี้ เรื่องโลกร้อนแนวใหม่ ที่รับรองพวกท่านคงไม่เคยพบเจอที่ไหนมาก่อน นำทีมโดย อาจารย์ยงยุทธ
เรื่อง: โลกร้อน
ผู้เขียน: Mayest http://biased.exteen.com
เรื่องย่อ: โลกร้อนๆ กับ คนใจร้อน มันเกี่ยวกันยังไงนะ? แล้วเราจะต้องอยู่ให้ผ่านวิกฤตโลกร้อนไปได้ด้วยกันยังไงดีเนี่ย?
เรื่อง: โลกละบาท
ผู้เขียน: ปุ๊ http://munez30.exteen.com
เรื่องย่อ: โลก ที่เราอาศัยอยู่ก็คงไม่ต่างกันกับคนเท่าไร แข็งแรงได้แต่ก็อ่อนไหวเป็น มีล้ม-มีลุกเป็นธรรมดา โลกให้ที่พังพิงแก่เรา แต่มนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิตชนิดเดียว ที่ประเมิณราคาให้กับโลกเท่ากับลูกอมที่อยู่ในกระปุก
เรื่อง: โลก…(ไม่ใช่)ของเรา
ผู้เขียน: ecOnuizer http://econuizer.exteen.com
เรื่องย่อ: บางมุมมองของบางคนที่อยู่บนโลก เกี่ยวกับโลก เพื่อโลก และคนบนโลก
เรื่อง: โลก-ร้อน-รอ-รัก
ผู้เขียน: ฝันกลางวัน http://moonraking13.wordpress.com
เรื่องย่อ: เวลาที่สัตว์ต้องการแหล่งน้ำ มันเดินเสาะแสวงหา มนุษย์ล่ะ…เรากั้นภูเขาเพื่อสร้างเขื่อน จับสายน้ำล่ามโซ่ เคยบ้างไหมที่มนุษย์จะถามธรรมชาติว่าต้องการสิ่งนั้นหรือเปล่า?
เรื่อง: วันหวัง
ผู้เขียน: bababee http://bababeeii.exteen.com
เรื่องย่อ: ความรู้สึกจากเหตุการณ์จริง ของผู้เป็นพ่อที่อยากให้ความหวังของลูกชายเกิดขึ้นจริงๆ
เรื่อง: ว่าด้วยเรื่องไม้ เมือง ร้อน และอื่นๆ อีกมากมาย
ผู้เขียน: Livingdog
เรื่องย่อ: ไปทริป ไม้ เมือง ร้อน แต่เรื่องที่เล่ายังงงว่ามันเกี่ยวกับไม้ เมือง ร้อน ตรงไหน เล่าไปเรื่อยเปื่อย สาระไม่ค่อยได้ บันเทิงก็ไม่มี มันก็แค่อยากเล่า ก็เท่านั้นเอง
เรื่อง: วิถีไทยช่วยได้…ไม่ใช่แค่ลดโลกร้อน
ผู้เขียน: tarnat http://tarnat.multiply.com
เรื่องย่อ: ช่วงแรกจะเป็นตัวอย่างวิถีชีวิต/ภูมิปัญญาแบบไทยๆ ที่อ.ยงยุทธเล่าให้พวกเราฟัง เช่น ตลาดน้ำ วิธีคิดธุรกิจไทย มะพร้าว การทำน้ำตาล (อย่างสั้นๆ) แล้วก็จะเป็นเรื่องของโลกร้อน และการลดโลกร้อนด้วยวิถีชีวิตแบบไทยๆ
เรื่อง: สารจากแมลงสาบถึงเจ้าของบ้านผู้เป็นที่รัก
ผู้เขียน: Lonelyiped http://lonelyiped.multiply.com
เรื่องย่อ: เมื่อผู้ผ่านประสบการณ์ล้างโลกมาแล้วและมีชีวิตมากว่าหลายล้านปีอย่างแมลง สาบ สำนึกในบุญคุณของเจ้าของบ้านจึงส่งสารไปถึงเพื่อจะบอกวิธีที่ทำให้มนุษย์ ต่อสู้กับปัญหาโลกร้อนนี้ได้ด้วยวิธีง่ายๆ แล้วคุณจะไม่ฟังเขาสักหน่อยหรือ
เรื่อง: สู้โลกร้อนด้วยวิถีไทย
ผู้เขียน: ผศ.ยงยุทธ จรรยารักษ์
เรื่องย่อ: เรื่องโลกร้อนที่อธิบายได้ด้วยวิทยาศาสตร์ไปจนถึงศิลปศาสตร์
เรื่อง: หนึ่งบอกหนึ่งเป็นสอง
ผู้เขียน: ทรงกลด บางยี่ขัน http://www.lonelytrees.net
เรื่องย่อ: ทฤษฎีว่าด้วยเรื่องโลกร้อนที่ตำราไม่เคยบันทึก สั่งสมและสั่งสอนโดยอาจารย์ยงยุทธ จรรยารักษ์
เรื่อง: [ หนึ่งวันเดียวกัน ] แบบวัดผลการเรียนรู้จากคณะไม้-เมือง-ร้อน
ผู้เขียน: ชาวคณะกลางรถ http://fujiiumzaa.hi5.com
เรื่องย่อ: สาขาวิชาไม้-เมือง-ร้อน คณะเครือข่ายต้นไม้ขี้เหงา เปิดการเรียนการสอนเมื่อวันที่ ๒๑ กุมภาพันธ์ แก่ชาวคณะที่สนใจให้เข้ามาเรียนรู้โลกกว้าง [ หนึ่งวันเดียวกัน ] แต่ละคนคงได้รับสิ่งใหม่แตกต่างกัน ชาวคณะทุกคนต้องนำเสนอผลงานตัวเองจากการเรียนรู้ครั้งนี้ ในวันที่ ๑ เมษายนพร้อมๆ กัน เรา หนึ่งในชาวคณะนำเสนอผลงานผ่านกอ เอ๋ย กอ ไก่ ถึง ฮอ นกฮูกตาโต ถึงสิ่งที่ได้พบ สิ่งได้ฟัง สิ่งที่ได้กิน สิ่งที่ได้กลิ่น และสิ่งที่ได้สัมผัส
เรื่อง: ห้องเรียนที่ไม่มีฝาผนัง
ผู้เขียน: แอน http://panida218.hi5.com
เรื่องย่อ: วันหนึ่งในหนึ่งวันที่ครูพาไปเรียนรู้ สู้โลกร้อนด้วยวิถีไทย ในห้องเรียนที่ไม่มีฝาผนัง
เรื่อง: อัมพวาตามหารัก(ษ์)
ผู้เขียน: ป๋อม http://www.pattypom.co.cc
เรื่องย่อ: เราเป็นคนไทย เราเกิดในเมืองไทย เราโตมากับวิถีไทย แต่มีบางอย่างเกี่ยวกับความเป็นไทยที่เราอาจไม่เคยรู้ ลองมาเพิ่มเติมความรู้เกี่ยวกับความเป็นไทยกันอีกซักนิด แล้วเราจะภูมิใจกับสิ่งที่เรามี กับสิ่งที่เราเป็น
เรื่อง: change to nature / เปลี่ยนเป็นธรรมชาติ
ผู้เขียน: มนมัย รอดเพชร http://manamai.wordpress.com
เรื่องย่อ: งานออกแบบกราฟิก ในแนวคิดที่ว่า โลกจะเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น แค่ ‘เปลี่ยนเป็นธรรมชาติ’
เรื่อง: Global Warming หรือจะสายเกินไป
ผู้เขียน: ปาริชาต รัตนสังข์
เรื่องย่อ: คุณเคยได้ยินประโยคที่ว่า “เด็ดดอกไม้สะทือนถึงดวงดาว” มั้ย สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นกับโลกในตอนนี้ล้วนเกิดจากการกระทำของเราเอง การทำสิ่งเล็กๆ ที่เราคิดว่ามันไม่น่าจะมีผลอะไร กลับก่อให้เกิดผลที่รุนแรงและยิ่งใหญ่เกินกว่าเราจะคาดเดาได้ อะไรคือการกระทำดังกล่าวเหล่านั้นที่มีความเกี่ยวโยงและผลต่อโลกของเรา นี่เป็นคำบอกเล่าตามความเข้าใจจากมนุษย์โลกตัวเล็กๆ แต่อยากส่งต่อให้รู้ถึงคนที่อยู่บนดาวเดียวกัน
เรื่อง: In my mind
ผู้เขียน: Ursa Major http://ursamajor29.multiply.com
เรื่องย่อ: ถ้าหากเปรียบระยะเวลา 4,600 ล้านปีที่โลกนี้ถือกำเนิดขึ้นมา ลดลงมาเหลือเพียง 365 วันบรรดา Homo Sapien ทั้งหลายก็เพิ่งเกิดขึ้นมาเดินบนโลกแค่เพียง 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา และแค่เวลาเพียง 1 วินาที มนุษย์ก็ได้ทำให้โลกใบนี้ย่อยยับได้ในชั่วพริบตา และหากในวันใดคุณได้แหงนหน้าขึ้นมองฟากฟ้ายามค่ำคืนที่มีดวงดาวสุกสกาว คุณจะรับรู้ได้ทันทีว่าโลกเป็นเพียงเสี้ยวธุลีในอวกาศมหาศาล ขอให้จำไว้ว่าถ้าหากดาราจักรทางช้างเผือกมีขนาดเทียบเท่ากับโลก โลกเราจะมีขนาดแค่เพียง 0.2 ไมครอน หรือเล็กเพียงไวรัสเท่านั้นเอง แล้วคุณยังจะคิดเอาชนะธรรมชาติอีกหรือ มนุษย์โลกทั้งหลาย
โลโก้ APRIL TRUTH’S DAY
action ทั้งหมดที่จะเกิดในวัน April Truth’s Day
Posted by zcongklod on Mar 25, 2009
action ทั้งหมดที่จะเกิดขึ้นในวัน April Truth’s Day และช่วงใกล้เคียง ล่าสุด
มีดังนี้ครับ
เผยแพร่ข้อมูล ผ่านนิตยสาร Eduzones Journal / เขียนเรื่องลงนิตยสาร Hi School ! จัดทำโดยกลุ่ม D-sci โครงการห้องเรียนวิทยาศาสตร์ โรงเรียนดรุณสิกขาลัย / ทำหนังสือทำมือ / ทำ e-book ชื่อเรื่อง จอกแหน แล้วเผยแพร่ทางอินเตอร์เน็ตแบบไม่มีลิขสิทธิ์ / เขียนคอลัมน์ลงนิตยสารรายเดือนของบริษัท / เขียนเรื่องลงในจดหมายข่าว YV Newsletter / ทำ illustrate ประกอบบทความสั้นๆ / เขียนนิทาน / ทำหนังสือเกี่ยวกับโลกร้อนเพื่อนำไปวางในห้องพักนักศึกษาที่คณะรัฐศาสตร์ มธ. / เขียนเรื่องลงวารสารธารม่วงชมพู ของโรงเรียนนครนายกวิทยาคม / เอาเรื่องและรูปมาทำเป็น Photo Book / เขียนเรื่องลงในหนังสือที่แจกนักศึกษาปี 1/ นำข้อมูลไปสอนนักศึกษาในมหาวิทยาลัยลาดกระบัง / นำข้อมูลไปถ่ายทอดต่อให้ครูและนักเรียนในโรงเรียนอนุบาลแห่งหนึ่ง ในจังหวัดปราจีนบุรี / นำข้อมูลไปถ่ายทอดต่อให้เด็กๆ ที่มาเรียนพิเศษที่โบสถ์แถวพญาไท / เอาความรู้ไปสอนเด็กในโรงเรียนวัดผาสุก / เอาความรู้ที่ได้ไปใช้ทำค่าย / เอาความรู้ไปช่วยพัฒนาโครงการพัฒนาสังคมของเยาวชนที่เกี่ยวกับเรื่องโลกร้อน / เอาข้อมูลไปเผยแพร่ในกิจกรรมปลูกป่าของบริษัท / ให้ผู้ร่วมทริปทุกคนเลือกรูปถ่ายที่ชอบพร้อมบรรยายความรู้สึกแล้วนำไปจัด แสดงในแกลเลอรี่เล็กๆ / นำไปประยุกต์กับโครงการสวนลอยฟ้าซึ่งเป็นการจัดสวนสมุนไพรที่ชั้น 13 ตึกอดุลยเดชวิกรม โรงพยาบาลศิริราช / เขียนข้อมูลลงในอินทราเน็ตของโรงพยาบาล / ทำโปสการ์ดขายเพื่อหาเงินให้กับองค์กรเพื่อสังคม / ทำโปสการ์ดส่งหาเพื่อน / เขียนอีเมลไปเล่าข้อมูลให้เพื่อนฟัง / นำไปต่อยอดกับโครงการเกี่ยวกับโลกร้อนของฝ่ายสิ่งแวดล้อมและสุขาภิบาล สำนักเขตแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ / เล่าในการจัดรายการวิทยุของคลื่นชุมชนที่บางแสน จังหวัดชลบุรี ความถี่ 90.75 MHz / เขียนสกู๊ปปกเซคชั่นจุดประกาย หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ / เขียนถึงในคอลัมน์ ‘พรานอักษร’ เซคชั่นจุดประกายวันอาทิตย์ หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ / เขียนถึงใน Thai Media (หนังสือพิมพ์ไทยในซิดนีย์) /เล่าเรื่องโลกร้อนให้คนทั้งห้องยาในโรงพยาบาลแม่สอดฟัง
และความจริงเกี่ยวกับเรื่องโลกร้อน จะถูกบอกเล่าผ่านเว็บไซต์ 124 แห่ง
ดังนี้
http://014250.exteen.com * http://014250.multiply.com * http://744099.multiply.com * http://absoluteoh.multiply.com * http://aeyacc.hi5.com * http://aeyacc.multiply.com * http://aj-kaew.hi5.com * http://all-dinary.exteen.com * http://altrove.diaryis.com * http://bababeeii.exteen.com * http://bannpeeploy.exteen.com * http://biased.exteen.com * http://birdwithnolegs.bloggang.com * http://blog.eduzones.com/racku * http://blog.eduzones.com/racpin9 * http://bowmani.multiply.com * http://chaiha.exteen.com * http://chaiha.multiply.com * http://Corticolimbic.exteen.com * http://deograchit.hi5.com * http://Drgig.multiply.com * http://dtikiskza.multiply.com * http://econuizer.exteen.com * http://fujiiumzaa.exteen.com * http://fujiiumzaa.hi5.com * http://gappaman.bloggang.com * http://gibzer.multiply.com * http://halonunu.exteen.com * http://iammar.diaryis.com * http://iammar.multiply.com * http://idiotao.in.th * http://ilovehoohoo.hi5.com * http://jajah-ja.hi5.com * http://jansinee.hi5.com * http://jaonim.spaces.live.com * http://jinging.exteen.com * http://julluj.exteen.com * http://kakanishi.exteen.com * http://katepenny22.multiply.com * http://keroroslowdown.exteen.com * http://ketchupp.wordpress.com * http://khaotuloveyou.spaces.live.com * http://kidarmy.bloggang.com * http://kidarmy.hi5.com * http://kiminov.hi5.com * http://leonleon.exteen.com * http://lonelyiped.multiply.com * http://madcatpinkie.exteen.com * http://madook.exteen.com * http://maebin.exteen.com * http://mamahugme.wordpress.com * http://mamint.multiply.com * http://manamai.wordpress.com * http://mangomoment.wordpress.com * http://mblog.manager.co.th/alphabet * http://moonraking13.wordpress.com * http://munez30.exteen.com * http://munez30.exteen.com * http://niichi.hi5.com * http://niichi.multiply.com * http://nuporkung.hi5.com * http://nuuployjaa.hi5.com * http://nuuployjaja.spaces.live.com * http://oraeng.multiply.com * http://orunrun.hi5.com * http://paeguay.wordpress.com * http://paeguay.wordpress.com * http://palmpalmpalmpalm.multiply.com * http://pa-loy.spaces.live.com * http://panida218.hi5.com * http://panugan.spaces.live.com * http://pattararanee.wordpress.com * http://peenpai.wordpress.com * http://porrapad.multiply.com * http://ptomtam.hi5.com * http://ptomtam.multiply.com * http://racchidlom.hi5.com * http://rac-ku.hi5.com * http://rac-pin9.hi5.com * http://robokob.hi5.com * http://robokob2020.multiply.com * http://satitkku6124.pantown.com * http://singhanat.hi5.com * http://skycrytear.exteen.com * http://smoothsea22.wordpress.com * http://supploy.multiply.com * http://tarnat.bloggang.com * http://tarnat.multiply.com * http://thaiqa.swu.ac.th/room/index.php?board=1.0 * http://thethy.multiply.com * http://todayispresent.exteen.com * http://todayispresent.exteen.com * http://tskb.freeforums.org * http://ursamajor29.multiply.com * http://veevyvic.hi5.com * http://wanjielun.multiply.com * http://wawadiary.diaryis.com * http://wawadiary.hi5.com * http://weirdprincess.wordpress.com * http://www.aimismad.multiply.com * http://www.chaliang.com * http://www.cmadong.com * http://www.cyworld.com/wawadiary * http://www.eduzones.com * http://www.eduzones.com * http://www.intania85.org * http://www.krarok.diaryis.com * http://www.lonelytrees.net * http://www.maleenote.multiply.com * http://www.medchula.com/54 * http://www.oknation.net/blog/girlgang * http://www.oknation.net/blog/hyacinth * http://www.oknation.net/blog/septemberblue * http://www.oknation.net/blog/veevyvic * http://www.pattypom.co.cc * http://porrapad.spaces.live.com * http://www.savekohsurin.com * http://www.saveoursea.net * http://www.skywriter.bloggang.com * http://www.thaimung.net * http://www.wechange555.com * http://www.udomteam.com * http://yahooworld.exteen.com * http://zarinya.spaces.live.com *
หากใครอยากมีส่วนร่วมในแคมเปญ April Truth’s Day สามารถลงชื่อ และสิ่งที่จะทำไว้เลยนะครับ
รวมถึงถ้าใครต้องการแก้ไขข้อมูลที่แจ้งมาแล้ว จะลบ จะเพิ่ม ก็แจ้งได้ที่นี่เช่นกัน
ผมจะหมั่นอัพเดตข้อมูลใน entry นี้ให้บ่อยที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้นะครับ
The Letter & The Reader (จดหมายเปิดผนึกถึงผู้อ่าน)
Posted by zcongklod on Mar 25, 2009
สวัสดีครับผู้อ่านที่รักทุกท่าน
ผม ทรงกลด บางยี่ขัน ครับ : )
ผมมีกิจกรรมสนุกๆ มาเล่าสู่กันทำครับ
เรื่องมันเริ่มต้นจากการเดินทางที่ชื่อ ‘ไม้-เมือง-ร้อน’ เมื่อปลายเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา
ครั้งนั้นอาจารย์ยงยุทธ จรรยารักษ์พาผู้ร่วมเดินทางไปถ่ายทอดเรื่องราวกับเกี่ยวกับโลกร้อน
ในมุมที่ง่ายดาย ใกล้ตัว แต่ไม่น่าจะเคยได้ยินที่ไหน
พ่วงด้วยเรื่องราวของภูมิปัญญาแบบวิถีไทยที่แสนจะเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
ซึ่งเรากลับหนีห่างจากมันออกไปเรื่อยๆ
ผู้ร่วมเดินทางทุกคนมีสัญญาใจกันว่า กลับมาแล้วจะช่วยกันเผยแพร่ข้อมูลเหล่านี้ตามวิธีที่ถนัด
ส่วนใหญ่เน้นบอกเล่ากันผ่านเว็บไซต์ เราเลยนัดแนะกันว่า
จะอัพโหลดเรื่องราวทั้งหมดขึ้นเว็บ (รวมถึงทำกิจกรรมรูปแบบอื่น) พร้อมๆ กัน
ตั้งแต่เวลา 00.01 น.ของวันที่ 1 เมษายน 2552 หรือวัน April Fool’s Day
วันที่ผู้คนสนุกสนานกับการเล่าความเท็จ
เราจะพูดความจริงกันครับ
แคมเปญนี้มีชื่อว่า April Truth’s Day
ลองนึกดูสิครับว่า ถ้าในวันนั้น อยู่ดีๆ เว็บไซต์และบล็อกหลายสิบ หลายร้อยแห่งเขียนถึงเรื่องเดียวกัน
อีเมลมากมายถูกส่งออกไปเล่าเรื่องเดียวกัน
โปสการ์ดจำนวนมากถูกส่งออกไปเพื่อถ่ายทอดเรื่องเดียวกัน
ครูในโรงเรียนสอนเรื่องเดียวกัน
บอร์ดในออฟฟิศแปะเรื่องเดียวกัน
หนังสือพิมพ์เขียนเรื่องเดียวกัน
รายการวิทยุพูดเรื่องเดียวกัน
รายการโทรทัศน์นำเสนอเรื่องเดียวกัน
ทุกคนพูดเรื่องเดียวกัน
มันจะมีพลังขนาดไหน
การที่คนต่างเพศ ต่างวัย ต่างอาชีพ ต่างความสนใจ และไม่เคยรู้จักกันมาก่อน
มาพูดเรื่องเดียวกัน ด้วยความปรารถนาเดียวกัน คืออยากเห็นโลกดีขึ้น
มันจะมีพลังขนาดไหน
ผมก็เลยอยากชวนทุกคนมาร่วมสนุกในแคมเปญนี้ร่วมกันครับ
จะเขียนถึงแคมเปญนี้เฉยๆ ก็ได้
หรือจะเขียนด้วยการนำเนื้อหาที่ผู้ร่วมทริปเขียนไปเผยแพร่ต่อก็ได้
เข้าไปเลือกเรื่องที่สนใจจะนำไปเล่าต่อได้ที่นี่
งานเขียนทั้งหมดในโครงการนี้เป็น creative common ครับ
คืออนุญาตให้ผู้อื่นนำไปเผยแพร่ต่อได้ โดยไม่นำไปใช้เพื่อการค้า
แค่อ้างชื่อผู้เขียนเสียหน่อยก็พอ
เรื่องดีๆ สมควรถูกขยายผลต่อไปอย่างไม่รู้จบครับ
ตอนนี้มีเว็บไซต์ 98 แห่ง ตกลงปลงใจจะร่วมเล่าเรื่องนี้พร้อมกัน
และมีกิจกรรมอีกมากมายที่จะเกิดขึ้น
ดูรายละเอียดและร่วมลงชื่อได้ที่นี่
ผมตั้งใจว่า จะชวนทุกคนร่วมแคมเปญนี้ทุกปีในวันที่ 1 เมษายน
ในวันที่มีแต่คนพูดเรื่องลวง
เราจะมาร่วมพูดเรื่องจริงกันครับ : )
ไม้-เมือง-ร้อน
Posted by zcongklod on Feb 22, 2009
ผ่านไปแล้วครับสำหรับทริปไม้-เมือง-ร้อน
ขอบคุณทุกคนที่ร่วมเดินทางด้วยกันนะครับ
พอหายเหนื่อยแล้ว อย่าลืมหยิบลายแทงของเราออกมาแปรรูปกันนะ
ถ้าเขียนเสร็จแล้ว ก็ส่งอีเมลมาได้เลยนะครับ จะได้นำไปสู่กระบวนการแชร์ให้คนอื่นๆ เอาไปเผยแพร่ต่อ
วันนี้ผมลืมเล่าเรื่อง creative common ให้ฟังครับ
คืองานเขียนของพวกเราทุกคนเป็นลิขสิทธิ์ของผู้เขียน ซึ่งอนุญาตให้ผู้อื่นนำไปเผยแพร่ต่อได้
แต่ห้ามคนอื่นนำไปใช้ในเชิงพาณิชย์
ช่วงนี้ถ้าใครเขียนหรือทำรูปเสร็จแต่หัววัน อดใจรอสักนิดนะครับ
เก็บเนื้อหาและภาพไว้ปล่อยสู่สายตาชาวโลกพร้อมๆ กันวันที่ 1 เม.ย. แล้วกันเนอะ
เพื่อความตื่นเต้น
ผมจะรีบพิมพ์รีบแชร์เรื่องของอ.ยงยุทธให้ทุกคนนะครับ
อาจารย์ท่านเขียนเรื่อง ‘สู้โลกร้อนด้วยวิถีไทย’
ตัดส่วนแรกมาให้อ่านเรียกน้ำย่อยประมาณนี้ครับ
……..วิถีไทยในอดีตเป็นวิถีที่มีความเป็นมิตรกับธรรมชาติด้วยความใส่ใจในธรรมชาติจนเข้าใจความเป็นไป หรือความแปรเปลี่ยนของธรรมชาติ และปรับตัวให้สอดคล้องกับธรรมชาติ เช่น ‘น้ำขึ้นให้รีบตัก’ นอกจากนี้การขับเคลื่อนของวิถีชีวิตยังอิงแอบอยู่กับพลังของธรรมชาติ คือ พลังงานที่ดวงอาทิตย์ส่งมาให้ชีวิตทั้งโลกได้พึ่งพา ดังนั้นคนโบราณมักจะสั่งสอนกันไว้ว่าให้ “กินข้าวก่อนอาทิตย์ตกดิน”
……..ทำไมนกส่วนใหญ่จึงไม่หากินตอนกลางคืน (Wind Beneath My Wing) จะเห็นได้ว่าชีวิตบนโลกส่วนใหญ่จะใช้ดวงอาทิตย์และตัวร่วม (Alliance) ของดวงอาทิตย์เป็นพลังงานที่ใช้ในการขับเคลื่อนชีวิตด้วยกันทั้งสิ้น ยกเว้นก็แต่มนุษย์ที่มองว่าพลังงานจากดวงอาทิตย์เป็นพลังงานทดแทน…
ฟังอาจารย์เล่าโน่นนี่มากมาย ใครประทับใจตรงไหน ก็เอามาช่วยกันถ่ายทอดต่อนะครับ
อีก 2 วันก็ถึง ทริปไม้-เมือง-ร้อน แ้ล้ว
Posted by zcongklod on Feb 19, 2009
เริ่มต้นด้วยความเขินอายเล็กน้อยครับ
ทีแรกตั้งใจว่า จะนับถอยหลังทุกวันตั้งแต่วันจันทร์ถึงวันศุกร์
แบ่งเรื่องเตรียมไว้เขียนเรียบร้อยว่าวันไหนจะเขียนอะไร
แต่เวลาช่างไม่เป็นใจ ก็เลยโดดมาเขียนอีกทีวันนี้เลย
เอ้า วันเสาร์นี้เจอกันครับทุกคน (ที่ได้ไป)
เมื่อวานแวะไปคุยกับอาจารย์ยงยุทธมาครับ
ไปทีไร แทบจะได้โปรเจกต์กลับมาทุกที เหมือนว่าเมื่อวานก็จะได้อีก
ทริปนี้อาจารย์ท่านหมายมั่นปั้นมือมาก
เรียกว่าสั่งตัดโปรแกรมขึ้นมาใหม่ สำหรับเรื่องโลกร้อนโดยเฉพาะ
(โปรแกรมที่เคยลงให้ดูเมื่อนานมาแล้ว เป็นโปรแกรมเก่าครับ)
เห็นวิธีคิดของอาจารย์ว่าท่านจะเล่าเรื่องโลกร้อนผ่านอะไรบ้างแล้วก็อยากอุทานว่า
คิดได้ไงว้า…
เรื่องถัดมา อาจารย์ยงยุทธท่านก็เขียนบทความมาให้ด้วยครับ
บทความแรกที่เสร็จสมบูรณ์พร้อมให้คนที่สนใจเอาไปเผยแพร่ต่อใน April Truth’s Day
เป็นของอาจารย์ยงยุทธนี่เอง
มีอีกเรื่องที่อยากเล่าครับ
ถ้าจะอธิบายให้เข้าใจคงต้องเล่ากันยาวๆ แต่เอาคร่าวๆ แบบสั้นๆ ก็คือ
เรื่องลิขสิทธิ์งานและอื่นๆ ของพวกเราทั้งหมดในโครงการนี้
เราจะทำกันภายใต้ระบบ Creative Common ครับ
(ซึ่งน่าเหมาะกว่า copyleft ที่ตั้งใจไว้ทีแรก)
คือผู้เขียนเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ แต่อนุญาตให้ผู้อื่นนำไปเผยแพร่ต่อได้ โดยต้องระบุที่มา
เราสามารถเลือกได้ว่าจะอนุญาตให้เขาดัดแปลงข้อความที่เราเขียนได้หรือไม่ด้วย
หลักการคือเอาไปเผยแพร่ต่อได้ แต่ไม่อนุญาตให้นำไปพิมพ์ขาย หรือเอาไปทำการค้า
การนำไปใช้ในเชิงการค้า เจ้าของสามารถทำได้เพียงผู้เดียว
มีโอกาสได้ไปพบทีม Creative Common ประเทศไทยมาครับ ไอเดียโดยรวมๆ ถือว่าน่าสนใจมาก
แล้วจะขอเอามาเล่าอย่างละเอียดอีกทีนะครับ
สรุป action ที่จะเกิดขึ้นในวัน April Truth’s Day และช่วงใกล้เคียง
ของทั้งผู้ที่ไปร่วมทริป และผู้ที่ไม่ได้ไปทริปแต่ยินดีร่วมเผยแพร่
ทั้งหมดมีดังนี้ครับ
เผยแพร่ข้อมูล ผ่านนิตยสาร Eduzones Journal / เขียนเรื่องลงนิตยสาร Hi School ! จัดทำโดยกลุ่ม D-sci โครงการห้องเรียนวิทยาศาสตร์ โรงเรียนดรุณสิกขาลัย / ทำหนังสือทำมือ / ทำ e-book ชื่อเรื่อง จอกแหน แล้วเผยแพร่ทางอินเตอร์เน็ตแบบไม่มีลิขสิทธิ์ / เขียนคอลัมน์ลงนิตยสารรายเดือนของบริษัท / เขียนเรื่องลงในจดหมายข่าว YV Newsletter / ทำ illustrate ประกอบบทความสั้นๆ / เขียนนิทาน / ทำหนังสือเกี่ยวกับโลกร้อนเพื่อนำไปวางในห้องพักนักศึกษาที่คณะรัฐศาสตร์ มธ. / เขียนเรื่องลงวารสารธารม่วงชมพู ของโรงเรียนนครนายกวิทยาคม / เอาเรื่องและรูปมาทำเป็น Photo Book / เขียนเรื่องลงในหนังสือที่แจกนักศึกษาปี 1/ นำข้อมูลไปสอนนักศึกษาในมหาวิทยาลัยลาดกระบัง / นำข้อมูลไปถ่ายทอดต่อให้ครูและนักเรียนในโรงเรียนอนุบาลแห่งหนึ่ง ในจังหวัดปราจีนบุรี / นำข้อมูลไปถ่ายทอดต่อให้เด็กๆ ที่มาเรียนพิเศษที่โบสถ์แถวพญาไท / เอาความรู้ไปสอนเด็กในโรงเรียนวัดผาสุก / เอาความรู้ที่ได้ไปใช้ทำค่าย / เอาความรู้ไปช่วยพัฒนาโครงการพัฒนาสังคมของเยาวชนที่เกี่ยวกับเรื่องโลกร้อน / เอาข้อมูลไปเผยแพร่ในกิจกรรมปลูกป่าของบริษัท / ให้ผู้ร่วมทริปทุกคนเลือกรูปถ่ายที่ชอบพร้อมบรรยายความรู้สึกแล้วนำไปจัด แสดงในแกลเลอรี่เล็กๆ / นำไปประยุกต์กับโครงการสวนลอยฟ้าซึ่งเป็นการจัดสวนสมุนไพรที่ชั้น 13 ตึกอดุลยเดชวิกรม โรงพยาบาลศิริราช / เขียนข้อมูลลงในอินทราเน็ตของโรงพยาบาล / ทำโปสการ์ดขายเพื่อหาเงินให้กับองค์กรเพื่อสังคม / ทำโปสการ์ดส่งหาเพื่อน / เขียนอีเมลไปเล่าข้อมูลให้เพื่อนฟัง / นำไปต่อยอดกับโครงการเกี่ยวกับโลกร้อนของฝ่ายสิ่งแวดล้อมและสุขาภิบาล สำนักเขตแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ / เล่าในการจัดรายการวิทยุของคลื่นชุมชนที่บางแสน จังหวัดชลบุรี ความถี่ 90.75 MHz
และตั้งใจว่าจะเขียนลงเว็บไซต์ 82 แห่ง ดังต่อไปนี้
http://aeyacc.hi5.com * http://aeyacc.multiply.com * http://all-dinary.exteen.com * http://altrove.diaryis.com * http://blog.eduzones.com/racku * http://blog.eduzones.com/racpin9 * http://chaiha.exteen.com * http://chaiha.multiply.com * http://Corticolimbic.exteen.com * http://dokpeeplive.hi5.com * http://Drgig.multiply.com * http://econuizer.exteen.com * http://fujiiumzaa.hi5.com * http://gappaman.bloggang.com * http://halonunu.exteen.com * http://iammar.diaryis.com * http://iammar.multiply.com * http://idiotao.in.th * http://ilovehoohoo.hi5.com * http://jajah-ja.hi5.com * http://jansinee.hi5.com * http://jaonim.spaces.live.com * http://jinging.exteen.com * http://kakanishi.exteen.com * http://katepenny22.multiply.com * http://keroroslowdown.exteen.com * http://kiminov.hi5.com * http://leonleon.exteen.com * http://lonelyiped.multiply.com * http://maebin.exteen.com * http://mamint.multiply.com * http://mangomoment.wordpress.com * http://mblog.manager.co.th/alphabet * http://moonraking13.wordpress.com * http://munez30.exteen.com * http://munez30.exteen.com * http://niichi.hi5.com * http://niichi.multiply.com * http://oraeng.multiply.com * http://orunrun.hi5.com * http://paeguay.wordpress.com * http://paeguay.wordpress.com * http://pa-loy.spaces.live.com * http://panida218.hi5.com * http://panugan.spaces.live.com * http://pattararanee.wordpress.com * http://peenpai.wordpress.com * http://porrapad.multiply.com * http://ptomtam.hi5.com * http://ptomtam.multiply.com * http://racchidlom.hi5.com * http://rac-ku.hi5.com * http://rac-pin9.hi5.com * http://robokob.hi5.com * http://satitkku6124.pantown.com * http://supploy.multiply.com * http://tarnat.bloggang.com * http://tarnat.multiply.com * http://todayispresent.exteen.com * http://traweller.diaryis.com * http://tskb.freeforums.org * http://ursamajor29.multiply.com * http://veevyvic.hi5.com * http://wawadiary.diaryis.com * http://wawadiary.hi5.com * http://weirdprincess.wordpress.com * http://www.chaliang.com * http://www.cmadong.com * http://www.cyworld.com/wawadiary * http://www.eduzones.com * http://www.enn.co.th * http://www.intania85.org * http://www.lonelytrees.net * http://www.maleenote.multiply.com * http://www.oknation.net/blog/girlgang * http://www.oknation.net/blog/veevyvic * http://www.pattypom.co.cc * http://www.thaimung.net * http://www.wechange555.com * http://zarinya.spaces.live.com * www.aimismad.multiply.com * www.medchula.com/54 *
ถ้าสนใจร่วมเผยแพร่ข้อมูลด้วยกัน ไม่ว่าจะด้วยช่องทางไหน
ลงชื่อได้ตามลิงค์นี้
ยินดีที่เราจะได้ร่วมบอกเล่าเรื่องดีๆ พร้อมกันครับ
อีก 5 วัน จะถึงทริป ไม้-เมือง-ร้อน
Posted by zcongklod on Feb 16, 2009
สวัสดีครับชาวทริปไม้-เมือง-ร้อนทุกคน
ยังไม่ลืมกันใช่ไหมครับว่าวันเสาร์นี้เรามีนัดกัน
ขอนัดแนะกันอีกทีนะครับ
1.เจอกันวันเสาร์ที่ 21 ก.พ. ที่ป้ายรถเมล์ตรงอุโมงค์หน้าคณะวิทยาศาสตร์ จุฬาฯ ริมถนนพญาไท (ตรงข้ามคณะนิเทศ จุฬาฯ) ถ้ามาจากสี่แยกปทุมวัน จะอยู่ด้านซ้าย ถ้ามาจากสามย่าน จะอยู่ด้านขวา หาไม่ยากครับ
2.เรื่องที่ยากก็คือ รถจะออกตอน 7 โมงตรง เราควรเจอกันก่อนเวลาสักหน่อยนะครับ (จากประวัติที่ผ่านมาอาจารย์ท่านไม่เคยรอคนเลตครับ)
3.จ่ายค่าเดินทางกันก่อนขึ้นรถครับ ตามอัตราที่แต่ละคนระบุมาในใบสมัคร
4.เราจะกลับมาถึงจุฬาฯ ตอน 2 ทุ่มครึ่ง
5.ใครใคร่บันทึกเรื่องราวนี้ด้วยอะไรก็นำอุปกรณ์ติดมือกันไป อย่าลืมว่าเราต้องกลับมาบอกเล่าเรื่องราวในทริปนี้กันด้วยนะครับ
6.หากใครคิดจะสละสิทธิ์ก็ช่วยบอกกันแต่โดยด่วนนะครับ จะได้หาคนไปแทนได้ทัน
7.เพื่อความสะดวก หากมีคนสละสิทธิ์ ผมจะโทรไปแจ้งผู้สมัครที่อยู่ในลำดับถัดๆ ไปครับ
8.อย่าลืมนะครับว่าเราทุกคนจะเป็นส่วนหนึ่งของแคมเปญ April Truth’s Day ครับ
9.ถ้าใครมีไอเดียอะไรก็บอกกันนะครับ (คนที่ไม่ได้ไปก็บอกได้นะ)
ประกาศรายชื่อผู้ร่วมการเดินทางที่ชื่อ ไม้-เมือง-ร้อน
Posted by zcongklod on Jan 19, 2009
เสียดายครับ ที่ไม่สามารถให้ทุกคนที่สนใจร่วมการเดินทางที่ชื่อ ไม้-เมือง-ร้อนได้
เรื่องดีๆ สมควรจะได้รับรู้กันเยอะๆ ครับ
แต่เนื่องด้วยข้อจำกัดด้านการเดินทาง ทำให้เราต้องตัดใจเลือกพากันไปแค่ 40 คน
หลักเกณฑ์ในการคัดเลือกนั้นมีข้อเดียวครับ
คือดูว่า หลังจากกลับมาจากทริปแล้ว แต่ละคนตั้งใจว่าจะเอาสิ่งที่ได้รู้ ได้เห็นมาทำอะไรกันบ้าง
ถ้าใครคิดการใหญ่ ส่งผ่านเรื่องราวดีๆ ไปสู่คนในวงกว้างก็จะได้เปรียบ
ส่วนคนไหนที่ยังไม่แน่ใจ หรือตั้งใจเพียงแค่ว่าจะกลับมาปรับเปลี่ยนพฤติกรรมตัวเอง
ก็ค่อนข้างเสียเปรียบ
สรุปว่า 42 คน (แอบแถมมา 2) ที่จะได้ร่วมเดินทางด้วยกันมีดังนี้ครับ
1. ก้อง ทรงกลด
2. กิ๊บ gibzer
3. เก่ง ภูวนัย
4. เกด ปชาบดี
5. ง่วง ปฐวี
6. จอย จันทร์สินี
7. จิว ชาคร
8. ชัย ชัยณรงค์
9. ชิงชิง
10. แต๋ม wboonyakiat
11. นก นันทินี
12. น็อต สุพัตรา
13. นัตตี้ nutty_nutta29
14. นัท vere_nat
15. นิด จิตรา
16. นุ้ย พรจรรย์
17. นุ้ย ภานุพัฒน์
18. บอย กิตติวุฒิ
19. บี ศิริพร
20. โบว์ จุฑาทิพย์
21. ป๋อม ภัทรามน
22. ปาล์ม กุลธิดา
23. ปุ๊ munez30
24. แป๋ม กนกมาศ
25. ฝน rain_fall_downtou
26. ฝ้าย ฉัตรทิพย์
27. ฝ้าย ณัฐริกา
28. ฟิล์ม สตพร
29. มาย มนมัย
30. เม charooroo
31. เม รวิภาส
32. เมธ์ maebin
33. ลิปดา
34. วี ปวีณา
35. ส้ม ปิ่นนุช
36. โหน่ง ilovehoohoo
37. ออ อรกานต์
38. อุดนี
39. อุ๋ย moo_auyja
40. เอ๋ นิ้วกลม
41. เอ๋ ปาริชาต
42. แอน panida218
ขอนัดแนะกันอย่างนี้นะครับ
1.เจอกันวันเสาร์ที่ 21 ก.พ. ที่ป้ายรถเมล์ตรงอุโมงค์หน้าคณะวิทยาศาสตร์ จุฬาฯ ริมถนนพญาไท (ตรงข้ามคณะนิเทศ จุฬาฯ) ถ้ามาจากสี่แยกปทุมวัน จะอยู่ด้านซ้าย ถ้ามาจากสามย่าน จะอยู่ด้านขวา หาไม่ยากครับ
2.เรื่องที่ยากก็คือ รถจะออกตอน 7 โมงตรง เราควรเจอกันก่อนเวลาสักหน่อยนะครับ (จากประวัติที่ผ่านมาอาจารย์ท่านไม่เคยรอคนเลตครับ)
3.จ่ายค่าเดินทางกันก่อนขึ้นรถครับ ตามอัตราที่แต่ละคนระบุมาในใบสมัคร
4.เราจะกลับมาถึงที่นี่ตอน 2 ทุ่มครึ่ง
5.ใครใคร่บันทึกเรื่องราวนี้ด้วยอะไรก็นำอุปกรณ์ติดมือกันไป อย่าลืมว่าเราต้องกลับมาบอกเล่าเรื่องราวในทริปนี้กันด้วยนะครับ
6.หากใครคิดจะสละสิทธิ์ก็ช่วยบอกกันแต่เนิ่นๆ นะครับ จะได้หาคนไปแทนได้
7.แต่ทางที่ดีอย่าสละสิทธิ์เลยครับ เพราะมันจะวุ่นวายมาก
8.ในกรณีที่มีคนสละสิทธิ์จะเลื่อนผู้สมัครที่เหมาะสมในอันดับถัดๆ ไปขึ้นมาครับ
9.เราทุกคนจะเป็นส่วนหนึ่งของแคมเปญ April Truth’s Day ครับ
April Truth’s Day
Posted by zcongklod on Jan 19, 2009
เรื่องนี้เริ่มต้นจากการเดินทางที่ชื่อ ไม้-เมือง-ร้อน
ทริปนี้อาจารย์ยงยุทธ จรรยารักษ์จะพาผู้ร่วมเดินทางไปถ่ายทอดเรื่องราวเกี่ยวกับโลกร้อน
ในมุมที่ง่ายดาย ใกล้ตัว และไม่น่าจะได้ยินที่ไหนมาก่อน
พ่วงด้วยเรื่องราวของภูมิปัญญาแบบวิถีไทยที่แสนจะเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
แต่เรากลับหนีห่างจากมันออกไปเรื่อยๆ
ผู้ร่วมเดินทางทุกคนจะนำเรื่องที่ได้รู้ได้เห็นกลับมาถ่ายทอดต่อ ตามวิธีที่แต่ละคนถนัด
ส่วนใหญ่จะบอกเล่ากันผ่านทางเว็บไซต์ ผมเลยนึกถึงเรื่องที่คุณ ‘ขอรบกวนทั้งชุดนอน’
นัดแนะเพื่อนพ้องในโลกไซเบอร์ให้ร่วมกันรีวิวหนังสือเรื่องต้นไม้ใต้โลกแล้วอัพโหลดพร้อมกัน
เป็นการเคลื่อนไหวในโลกไซเบอร์ที่มีพลังมากครับ
ผมก็เลยขอหยิบยืมไอเดียนั้นเอามาใช้กับโครงการนี้
ก็คือเราจะอัพโหลดเรื่องราวทั้งหมดพร้อมๆ กัน ในวันเดียวกัน (ถ้าเวลาเดียวกันได้ก็น่าจะดี)
รวมไปถึงการเผยแพร่ในช่องทางอื่นๆ ถ้าเป็นไปได้ ก็อยากให้ปล่อยของในวันเดียวกัน
ลำพังทำกันแค่ 40 คน คงส่งสารดีๆ ออกไปได้ไม่กว้างนัก
ผมก็เลยตั้งใจว่าจะชวนคนอ่านทุกคนในเว็บนี้
จะเขียนอีเมลไปชวนผู้อ่านทุกคนที่เคยอีเมลมาหาผม
จะเขียนชวนผู้อ่านในนิตยสาร a day
และชวนเพื่อนพ้องน้องพี่ที่สนิทสนมกัน
ให้ร่วมเผยแพร่เรื่องราวดีๆ ไปพร้อมกัน
วิธีการจะเป็นแบบนี้ครับ
40 คนที่ร่วมเดินทางด้วยกัน จะเป็นคนเขียนเนื้อหาในแบบของตัวเองขึ้นมา
โดยท้ายเนื้อหานั้น จะมีลิงค์ของทั้ง 40 คนอยู่ (ในกรณีที่เขียนลงเว็บไซต์)
ทั้ง 40 คน จะต้องเขียนหรือจัดทำเนื้อหาให้เสร็จ 1 สัปดาห์ก่อนถึงวันเผยแพร่
โดยต้องตั้งชื่อเรื่องและเขียนคำบรรยายสั้นๆ สัก 2-3 บรรทัดส่งมาให้ผม
ผมจะนำชื่อเรื่องพร้อมรายละเอียดนี้ลงในเว็บ
ผู้ที่ไม่ได้ร่วมทริปแต่สนใจจะร่วมเผยแพร่ สามารถร่วมได้ 2 วิธีครับ
หนึ่ง เขียนถึงแคมเปญนี้เฉยๆ โดยไม่มีเนื้อหา แต่ใส่ลิงค์ไปยังเว็บของแต่ละคนแทน
สอง เขียนเนื้อหาด้วยใช้เนื้อหาของผู้ร่วมทริปที่ตัวเองสนใจ โดยอ้างถึงผู้เขียนสักหน่อย
สนใจชิ้นไหนก็ติดต่อขอกับผู้เขียนโดยตรงเลย
ผมอยากให้งานทุกชิ้นที่เกิดขึ้นในโครงการนี้
ไม่ว่าจะเป็นงานเขียน ภาพถ่าย งานออกแบบ หรือใดๆ ก็แล้วแต่ เป็น copyleft
คือไม่มีลิขสิทธิ์ ทุกคนสามารถนำไปเผยแพร่ต่อได้เต็มที่
เรื่องดีๆ สมควรถูกขยายผลต่อไปอย่างไม่รู้จบครับ
นอกจาก เว็บไซต์ประมาณ 30 แห่งที่ผู้ร่วมทริปจะเขียนแล้ว
ถ้าเจ้าของเว็บไหนอยากร่วมเผยแพร่ด้วย ก็ลงชื่อเว็บไว้นะครับ
เราจะได้เห็นว่า ท้ายที่สุดแล้ว มีคนร่วมเผยแพร่ไปพร้อมๆ กันมากน้อยแค่ไหน
เราจะเผยแพร่ข้อมูลทั้งหมดในวันที่ 1 เมษายน 2552
ถ้าเป็นไปได้ก็อยากจะเริ่มต้นตั้งแต่ 00:01 น.
เราจะพูดความจริงกันในวันที่มีแต่คนพูดเรื่องหลอกลวงครับ
ผมตั้งชื่อแคมเปญนี้ว่า April Truth’s Day
ลองนึกดูสิครับว่า ถ้าในวันนั้นอยู่ดีๆ เว็บไซต์และบล็อกหลายสิบ หลายร้อยแห่งเขียนถึงเรื่องเดียวกัน
อีเมลมากมายถูกส่งออกไปเล่าเรื่องเดียวกัน
โปสการ์ดจำนวนมากถูกส่งออกไปเพื่อถ่ายทอดเรื่องเดียวกัน
ครูในโรงเรียนสอนเรื่องเดียวกัน
บอร์ดในออฟฟิศแปะเรื่องเดียวกัน
หนังสือพิมพ์เขียนเรื่องเดียวกัน
รายการวิทยุพูดเรื่องเดียวกัน
รายการโทรทัศน์นำเสนอเรื่องเดียวกัน
ทุกคนพูดเรื่องเดียวกัน
มันจะมีพลังขนาดไหน
การที่คนต่างเพศ ต่างวัย ต่างอาชีพ ต่างความสนใจ และไม่เคยรู้จักกันมาก่อน
มาพูดเรื่องเดียวกัน ด้วยความปรารถนาเดียวกัน คืออยากเห็นโลกดีขึ้น
มันจะมีพลังขนาดไหน
ผมตั้งใจว่า จะชวนทุกคนร่วมแคมเปญนี้ทุกปีในวันที่ 1 เมษายน
ในวันที่มีแต่คนพูดเรื่องลวง
เราจะมาร่วมพูดเรื่องจริงกันครับ
ทั้งหมดนี้คือสิ่งที่ผู้ร่วมเดินทางทั้งหมดตั้งใจว่าจะทำ
เผยแพร่ข้อมูล ผ่านนิตยสาร Eduzones Journal / เขียนเรื่องลงนิตยสาร Hi School ! จัดทำโดยกลุ่ม D-sci โครงการห้องเรียนวิทยาศาสตร์ โรงเรียนดรุณสิกขาลัย / เขียนสกู๊ปลงเซคชั่นจุดประกาย หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ / ทำหนังสือทำมือ / ทำ e-book ชื่อเรื่อง จอกแหน แล้วเผยแพร่ทางอินเตอร์เน็ตแบบไม่มีลิขสิทธิ์ / เขียนคอลัมน์ลงนิตยสารรายเดือนของบริษัท / เขียนเรื่องลงในจดหมายข่าว YV Newsletter / ทำ illustrate ประกอบบทความสั้นๆ / เขียนนิทาน / ทำหนังสือเกี่ยวกับโลกร้อนเพื่อนำไปวางในห้องพักนักศึกษาที่คณะรัฐศาสตร์ มธ. / เขียนเรื่องลงวารสารธารม่วงชมพู ของโรงเรียนนครนายกวิทยาคม / เอาเรื่องและรูปมาทำเป็น Photo Book / เขียนเรื่องลงในหนังสือที่แจกนักศึกษาปี 1/ นำข้อมูลไปสอนนักศึกษาในมหาวิทยาลัยลาดกระบัง / นำข้อมูลไปถ่ายทอดต่อให้ครูและนักเรียนในโรงเรียนอนุบาลแห่งหนึ่ง ในจังหวัดปราจีนบุรี / นำข้อมูลไปถ่ายทอดต่อให้เด็กๆ ที่มาเรียนพิเศษที่โบสถ์แถวพญาไท / เอาความรู้ไปสอนเด็กในโรงเรียนวัดผาสุก / เอาความรู้ที่ได้ไปใช้ทำค่าย / เอาความรู้ไปช่วยพัฒนาโครงการพัฒนาสังคมของเยาวชนที่เกี่ยวกับเรื่องโลกร้อน / เอาข้อมูลไปเผยแพร่ในกิจกรรมปลูกป่าของบริษัท / ให้ผู้ร่วมทริปทุกคนเลือกรูปถ่ายที่ชอบพร้อมบรรยายความรู้สึกแล้วนำไปจัด แสดงในแกลเลอรี่เล็กๆ / นำไปประยุกต์กับโครงการสวนลอยฟ้าซึ่งเป็นการจัดสวนสมุนไพรที่ชั้น 13 ตึกอดุลยเดชวิกรม โรงพยาบาลศิริราช / เขียนข้อมูลลงในอินทราเน็ตของโรงพยาบาล / ทำโปสการ์ดขายเพื่อหาเงินให้กับองค์กรเพื่อสังคม / ทำโปสการ์ดส่งหาเพื่อน / เขียนอีเมลไปเล่าข้อมูลให้เพื่อนฟัง / นำไปต่อยอดกับโครงการเกี่ยวกับโลกร้อนของฝ่ายสิ่งแวดล้อมและสุขาภิบาล สำนักเขตแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ / เล่าในการจัดรายการวิทยุของคลื่นชุมชนที่บางแสน จังหวัดชลบุรี ความถี่ 90.75 MHz
และตั้งใจว่าจะเขียนลงเว็บไซต์ดังต่อไปนี้
http://all-dinary.exteen.com * http://altrove.diaryis.com * http://biased.exteen.com * http://blog.eduzones.com/racku * http://blog.eduzones.com/racpin9 * http://econuizer.exteen.com * http://fujiiumzaa.hi5.com * http://iammar.diaryis.com * http://iammar.multiply.com * http://ilovehoohoo.hi5.com * http://jansinee.hi5.com * http://katepenny22.multiply.com * http://lonelyiped.multiply.com * http://maebin.exteen.com * http://moonraking13.wordpress.com * http://munez30.exteen.com * http://niichi.hi5.com * http://niichi.multiply.com * http://paeguay.wordpress.com * http://panida218.hi5.com * http://ptomtam.hi5.com * http://ptomtam.multiply.com * http://racchidlom.hi5.com * http://rac-ku.hi5.com * http://rac-pin9.hi5.com * http://tarnat.bloggang.com * http://tarnat.multiply.com * http://todayispresent.exteen.com * http://ursamajor29.multiply.com * http://weirdprincess.wordpress.com * http://www.cmadong.com * http://www.eduzones.com * http://www.enn.co.th * http://www.lonelytrees.net * http://www.oknation.net/blog/chaki * http://www.oknation.net/blog/girlgang * http://www.pattypom.co.cc * http://www.wechange555.com
ถ้าสนใจร่วมเผยแพร่ข้อมูลด้วยกัน ไม่ว่าจะด้วยช่องทางไหน
ลงชื่อได้ตามลิงค์นี้
ยินดีที่เราจะได้ร่วมบอกเล่าเรื่องดีๆ พร้อมกันครับ